ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 111 ไปงานวันเกิด
บทที่ 111 ไปงานวันเกิด
หลังกลับมาจากบ้านสกุลลี่ แม่จ้าวก็ถอนหายใจ ไม่แปลกใจเลยที่ลี่หรงจะเก่งขนาดนี้ คงเป็นเพราะว่าที่บ้านสั่งสอนหญิงสาวมาเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน แม่จ้าวก็ดีใจมากที่เจ้ารองได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีเช่นนี้ ถือว่าลูกชายของเธอทำได้ดีมาก!
ลี่หรงเอง แม้เหมือนจะมีปัญหาในตอนแรก ทว่าตอนนี้กลับอยู่ด้วยกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุขแล้วไม่ใช่หรือ?
แม่จ้าวพลันมีความสุข ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็แน่นแฟ้นสนิทสนมมากขึ้นด้วย
จากนั้นเธอก็เขียนจดหมายถึงพ่อจ้าว โดยบอกว่าเจ้ารองได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ในตัวเมือง มักได้กินอาหารดี ๆ อย่างผลไม้ เนื้อสัตว์และข้าวขาวที่ไม่มีสิ่งเจือปน และแม่จ้าวยังเล่าถึงการไปพบพ่อแม่ของลูกสะใภ้อีกด้วย…
แน่นอนว่าแม่จ้าวไม่ได้เขียนจดหมายด้วยตัวเอง เธอขอให้พนักงานที่ทำการไปรษณีย์เขียนจดหมายให้
แม่จ้าวไม่รู้หนังสือ แม้ว่าที่บ้านจะมีลี่หรงและจ้าวชิงซงอยู่ แต่เนื้อหาของจดหมาย คือเรื่องที่แม่จ้าวอยากบอกพ่อจ้าวเป็นการส่วนตัว ไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงจะรู้สึกเขินอายและประหม่ามากที่ต้องอ่านจดหมายต่อหน้าลี่หรงกับลูกชาย
สองสามีภรรยานั้นคิดไม่ต่างกัน
เมื่อพ่อจ้าวได้รับจดหมาย ก็ไม่ได้ให้จ้าวชิงหยางหรือหลานชายของเขาอ่านให้ฟังเช่นกัน แต่ขอให้บุรุษไปรษณีย์ช่วยอ่านให้ฟังแทน
ไม่รู้ว่าชีวิตของแม่จ้าวในเมืองหลวงนั้นจะสุขสบายจริง ๆ อย่างที่บอกในจดหมายหรือเปล่า หลังจากแต่งงานอยู่กินกันมาหลายสิบปี พวกเขาทั้งสองก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ต้องแยกจากกันอย่างกะทันหันเป็นเวลานานเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกเป็นห่วงภรรยาอยู่เสมอ
เพียงหวังว่าแม่จ้าวจะได้กินอาหารดี ๆ และมีเสื้อผ้าที่อบอุ่นสวมใส่
เมื่อได้ฟังเนื้อความในจดหมาย พ่อจ้าวก็ได้แต่แอบปาดน้ำตา
บุรุษไปรษณีย์ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพ่อจ้าวถึงได้ร้องไห้ออกมา หลังจากคิดดูแล้ว จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ทันที “ลุงจ้าวครับ เป็นเพราะพี่รองรับแค่คุณป้าเข้าเมืองหลวง แต่ไม่ได้รับลุงไปด้วยหรือเปล่าครับ? ที่จริงลุงมั่นใจได้เลยครับว่าพี่รองเป็นคนดี อีกไม่นานก็จะมารับลุงไปอยู่ด้วยแน่นอนครับ”
พ่อจ้าวเพิ่งปลอบใจตัวเองเสร็จ เมื่อบุรุษไปรษณีย์พูดแบบนี้ ก็กลอกตามองอีกฝ่ายทันที “แกจะเข้าใจได้เองตอนมีภรรยา เด็กแบบแกจะเข้าใจเรื่องความรักได้อย่างไรกันเล่า!”
บุรุษไปรษณีย์ที่ถูกแทงใจดำโดยไม่ทราบสาเหตุ “…”
อากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวัน เมื่อฝนเริ่มตก อากาศจึงเริ่มเย็นลง สายลมแปรเปลี่ยนใบไม้ให้กลายเป็นสีเหลือง ก่อนร่วงลงหล่นสู่พื้นดิน
จุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วง
อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของเสิ่นรั่วหนิง
ลี่หรงกำลังทำชุดของตัวเองเพื่อสวมใส่ไปงานวันเกิด หญิงสาวมีรูปร่างหน้าตาที่สวยจนน่าทึ่งอยู่แล้ว ดังนั้นชุดของเธอในวันนั้น จึงต้องไม่ธรรมดา ทว่าก็ไม่เด่นจนเกินไป เพราะลี่หรงไม่ใช่เจ้าของงาน ไม่สามารถแย่งจุดเด่นของเสิ่นรั่วหนิงได้
ในที่สุดก็ตัดสินใจทำชุดสไตล์จีนให้ตัวเอง
กางเกงขายาวทรงหลวมที่คลุมหลังเท้าจนแตะพื้นเล็กน้อย ทำมาจากผ้าลินินสีเบจ ช่วงบนเป็นเสื้อทรงหลวม เนื้อผ้าคล้ายผ้าไหมสีเบจปักลาย
ด้านบนมีปกตั้ง เสื้อยาวคลุมบั้นท้าย ข้อมือกระชับแน่น ประดับด้วยไข่มุก
ลายปักบนเสื้อนั้น ลี่หรงวาดลายก่อน จากนั้นจึงปักแบบตะเข็บต่อตะเข็บ
แม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำชุดนี้ แต่ก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร ด้วยคนรุ่นต่อไปจะต้องยกให้ชุดนี้เป็นชุดสไตล์ประจำชาติ ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปแล้ว
ลี่หรงก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ด้วยที่เลือกทำชุดแบบนี้ ก็เพราะคิดว่าจะเอาไปสวมใส่ในฤดูหนาว ในตอนที่เธอไปมหาวิทยาลัย
แต่ด้วยเธอไม่เคยคาดหวังว่าการทำเช่นนี้ จะนำมาซึ่งความประหลาดใจอยู่เสมอ
หนึ่งวันก่อนวันเกิดของเสิ่นรั่วหนิง หญิงสาวเจ้าของงานก็มาที่บ้านของลี่หรงอีกครั้ง
ลี่หรงมองเธอด้วยความประหลาดใจ “พรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอแล้วนี่ ทำไมวันนี้ถึงว่างมาที่นี่ได้ล่ะ?”
“มาส่งบัตรเชิญให้เธอยังไงล่ะ” เสิ่นรั่วหนิงส่งบัตรเชิญสีแดงสดให้กับลี่หรง
ถ้าไม่ดูให้ดี ลี่หรงคงคิดว่ามันเป็นบัตรเชิญงานแต่งงาน เธอยิ้มแล้วถามว่า “ต้องเป็นทางการขนาดนี้เลยเหรอ?”
“อืม… จริง ๆ แล้ว ฉันก็คิดว่ามันไม่จำเป็นหรอก เพราะอย่างไรคนขับจะมารับเธอพรุ่งนี้อยู่แล้ว และเธอก็เลยเข้างานไปได้เลย โดยไม่ต้องมีบัตรเชิญ” เสิ่นรั่วหนิงพ่นลมหายใจ “แต่แม่ของฉันบอกว่า ถึงแม้ว่าเราสองคนจะเป็นเพื่อนสนิมกัน แต่ก็ต้องเชิญอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เธอรู้สึกได้ถึงความจริงใจของฉัน”
เธอมองลี่หรงอย่างกระตือรือร้น “เพื่อให้เธอรู้สึกได้ถึงความจริงใจ ฉันก็เลยเอาบัตรเชิญมาให้เธอด้วยตัวเองซะเลย ส่วนคนอื่น พ่อของฉันสั่งให้คนขับรถของครอบครัวเอาไปส่งให้แล้วล่ะ!”
“ฉันเข้าใจแล้วน่า!” ลี่หรงอดหัวเราะไม่ได้ “ไม่ต้องกังวล ฉันจะไปแน่นอน แล้วจะพาอันอันไปด้วยนะ”
“ดีเลย ๆ ใครจะไม่ชอบเด็กน่ารักแบบนี้กัน!” เสิ่นรั่วหนิงกล่าว “เธอควรรีบเตรียมตัวให้เร็วที่สุดเลยนะ คนขับรถจะมารับตอนประมาณบ่ายโมงพรุ่งนี้”
“หืม? ทำไมฉันต้องไปเร็วขนาดนั้นด้วยล่ะ เธอไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงฉลองมื้อเย็นหรอกเหรอ?”
“เธอมีรสนิยมดีนี่นา” เสิ่นรั่วหนิงจับแขนเธอ “ฉันเลยอยากให้เธอมาช่วยกันแต่งตัวก่อน”
จ้าวชิงซงรู้ว่าลี่หรงกำลังจะออกไปงานฉลองวันเกิดเพื่อนร่วมห้อง เขาจึงเลือกผลไม้ที่มีราคาแพง และรสชาติอร่อยกว่าปกติให้ภรรยานำไปด้วย
แม้แต่ตะกร้าบรรจุผลไม้ก็ยังซื้อใหม่ ลี่หรงมองเห็นความรอบคอบของชายหนุ่ม จึงไม่รีรอ เขย่งปลายเท้ามอบจูบอันแสนหวานให้ชายหนุ่มหลายครั้ง
แม้ว่าตะกร้าจะใหม่เอี่ยม แต่เมื่อถือไปแบบนี้ก็ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก
ลี่หรงหยิบริบบิ้นไหมที่เหลือในบ้านมาตกแต่ง ดอกกุหลาบกับดอกบอลลูนที่บานสะพรั่งอยู่ในสวน ก็ไม่รอดพ้นชะตา ล้วนถูกนำมาใช้เป็นของตกแต่งตะกร้าผลไม้ทั้งสิ้น
ด้วยฝีมือของลี่หรง ตะกร้าผลไม้ธรรมดากลับกลายเป็นว่าสวยงามมากขึ้น
เธอยังเก็บดอกไม้จำนวนมากมาทำเป็นช่อดอกไม้ด้วย จากนั้นตกแต่งด้วยหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาจากข้างนอก ให้เหมือนกับที่ร้านดอกไม้ขาย
ดอกไม้ที่ปลูกไว้เกือบครึ่งปี ถูกเก็บมาหมดในคราวเดียว
ลี่หรงถอนหายใจ ก่อนเขย่าช่อดอกไม้เบา ๆ “นี่ถือว่าเป็นการสละชีวิตที่ดีแล้วล่ะ เจ้าพวกดอกไม้ทั้งหลาย!”
“ไปกันเถอะลูกรัก” ลี่หรงมองลงไปที่อันอัน
อันอันกำลังเล่นกับสายเอี๊ยมบนชุดที่ลี่หรงทำให้ใหม่ เขาสวมกางเกงขาสั้นยาวถึงเข่าสีน้ำเงิน โดยสายเอี๊ยมทำจากผ้าชนิดเดียวกัน และสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเล็กข้างในด้วย
แต่งตัวเหมือนสุภาพบุรุษตัวน้อย
เพียงแต่เจ้าตัวเล็กยังไม่คุ้นเคยกับสายรัดนี้ จึงรู้สึกแปลกใหม่มาก เขาจึงดึงมันอยู่เรื่อย ๆ
เมื่อได้ยินลี่หรงเรียก เขาก็ปล่อยมือ แล้วตอบว่า “ครับแม่”
คนขับรถที่เสิ่นรั่วหนิงส่งมากำลังรออยู่ที่ประตู เมื่อลี่หรงออกมา เขาก็เปิดประตูรถให้ทั้งสองคนอย่างรอบคอบ
เด็กน้อยถูกลุงพานั่งรถเที่ยวบ่อย จึงคุ้นเคยกับการนั่งรถราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อประตูรถเปิด เขาก็กล่าวขอบคุณลุงคนขับรถ แล้วปีนเข้าไป
ลี่หรงวางดอกไม้ไว้ข้างตัวก่อน จากนั้นจึงนั่งถือตะกร้าผลไม้ไว้บนตัก
ขณะที่รถขับออกไป เด็กชายตัวน้อยก็เงยหน้าขึ้นมองลี่หรง ด้วยดวงตาสดใส “แม่ เราจะไปไหนกันเหรอครับ?”
“ไปบ้านพี่สาวรั่วหนิงจ้ะ” ลี่หรงปล่อยมือจากตะกร้า แล้วลูบหัวเขา “พี่สาวรั่วหนิงที่เพิ่งมาเมื่อวานนี้ วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ อย่าลืมพูดสุขสันต์วันเกิด ตอนที่เจอพี่สาวด้วยล่ะ”
“เอ๋ วันเกิดคืออะไรเหรอครับ?”
ลี่หรงอธิบายให้เขาฟังอย่างอดทน “วันเกิดของลูก ก็คือวันที่แม่พาลูกมาอยู่ในโลกนี้อย่างไรล่ะจ้ะ”
“เอ๊ะ?” อันอันสับสน “ถ้าอย่างนั้นวันเกิดของอันอันคือเมื่อไหร่เหรอครับ?”
“จำงานวันเกิดของอันอันไม่ได้แล้วเหรอจ๊ะ?” ลี่หรงยิ้ม “ลูกลืมบะหมี่ที่แม่ทำให้กินในวันเกิด กับตอนที่พ่ออวยพรวันเกิดลูกไปแล้วเหรอ?”
เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้น เอนตัวลงบนเบาะ แล้วมองหลังคารถ ดูเหมือนเขาจะจำไม่ได้จริง ๆ
ลี่หรงรู้ว่าเด็กชายตัวน้อยยังเด็กมาก ทำให้จำอะไรไม่ได้มากนัก อาจจะเป็นปีหน้าหรือปีหลังจากนั้น เขาถึงจะเริ่มจำได้
ขณะที่รถแล่นไปตามถนนในเมืองหลวง ลี่หรงเห็นร้านสหกรณ์มากมายเปิดอยู่ตามทาง และอดคิดไม่ได้ว่าแถวนี้ จะเจริญรุ่งเรืองแค่ไหนในอนาคต…
เมื่อเห็นทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่าง ลี่หรงก็มีความคิดในใจ
เธอต้องใช้ประโยชน์จากช่วงที่สถานการณ์ยังสงบ ยึดครองทำเลดี ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยเก็บไว้เปิดร้านหรือปล่อยเช่าทีหลัง เมื่อเวลาผ่านไปที่ดินต่าง ๆ ก็จะขายได้กำไรดีทั้งนั้น!
……………………………………………………………………………………………………………………..
BFC1SKGJ