ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 112 เก็บไว้เป็นความลับ
บทที่ 112 เก็บไว้เป็นความลับ
ขณะหญิงสาวกำลังคิดวิธีหาเงินอยู่ในใจ กว่าจะรู้ตัวรถก็แล่นออกจากตัวเมืองไปเสียแล้ว
ใบไม้สีเหลืองปลิวตกลงมาใส่กระจกรถ เสียงแผ่วเบานั้นทำให้ลี่หรงกลับมามีสติ
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ในที่สุดก็เห็นบ้านหลังหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กสองชั้น หลังคาสีแดง ระเบียงชั้นสองมีราวเหล็กดัดเป็นรูปครึ่งวงกลม มีไม้พุ่มและไม้ไซเปรสประดับตกแต่งไว้หน้าประตูแต่ละบาน
สนามหญ้ากว้างใหญ่ สามารถมองเห็นน้ำพุที่อยู่ภายในพื้นที่ตัวบ้านได้
ที่นี่อาจเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลสำคัญในยุคนี้ก็ได้
ทว่าที่แน่นอนคือ…
ต้องร่ำรวยมากเป็นแน่!
“แม่ แม่… มีน้ำพุ่งอยู่ตรงนั้น!”
“นั่นเรียกว่าน้ำพุจ้ะ จะมีน้ำพุ่งขึ้นมาแบบนั้น” ลี่หรงอธิบายให้เขาฟัง โดยไม่สนใจว่าเด็กน้อยจะเข้าใจหรือเปล่า และผู้เป็นแม่ยังได้อธิบายถึงสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวไปด้วย…
“อ๋อ…” อันอันดูเหมือนจะเข้าใจ “ต้นไม้ที่เหมือนยื่นมือออกมานั่น เรียกว่าต้นอิ๋งเค่อซง*[1]ใช่ไหมครับ แล้วทำไมพ่อถึงชื่อว่าจ้าวชิงซงล่ะครับ?”
ลี่หรงนิ่งอึ้งไป เธอเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ชอบเรียกสามีว่าจ้าวชิงซงบ่อย ๆ เด็กน้อยคงได้ยินบ่อยครั้งเข้า แม้เจ้าตัวเล็กจะจำวันเกิดของตัวเองไม่ได้ แต่กลับจำชื่อจ้าวชิงซงได้
เธอยิ้ม “คำถามนี้… กลับบ้านไปค่อยไปถามปู่ของลูกนะจ๊ะ”
คนขับรถที่กำลังฟังบทสนทนาอยู่หน้ารถ ก็รู้สึกประหลาดใจที่ลี่หรงรู้จักสิ่งเหล่านี้ เขาเหลือบมองกระจกมองหลัง แล้วรู้สึกเคารพเธอมากขึ้น
ทุกครั้งที่เสิ่นรั่วหนิงไปที่บ้านล้อมลานของลี่หรง เขาจะเป็นคนขับรถไปส่งที่นั่นบ่อยครั้ง เพียงรู้แค่ว่าลี่หรงแต่งงานมีครอบครัวแล้ว สามีของเธอเป็นคนขาพิการ และมีแม่สามีกับลูกชายคนเล็กของเธออยู่ที่บ้าน
แล้วลี่หรงยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วย
เขาขับรถทำงานให้ตระกูลเสิ่นมานานแล้ว จะมีผู้สูงศักดิ์แบบไหนที่ตัวเขาเองไม่เคยเจอมาก่อนบ้าง?
เขาถือว่าลี่หรงเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งมาโดยตลอด จึงไม่ได้สนใจอีกฝ่ายมากนัก
แม้ว่าลี่หรงกับครอบครัวจะอาศัยอยู่ในบ้านล้อมลาน แต่ก็ยังห่างไกลจากตระกูลเสิ่นมาก ดังนั้น เขาจึงแปลกใจเมื่อได้ยินลี่หรงอธิบายรายละเอียดของหลายสิ่ง ที่ปรากฏในคฤหาสน์แห่งนี้ได้
ตามที่คาดไว้ คนที่อาศัยอยู่ในบ้านล้อมลานได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
ภายในไม่กี่นาที รถก็ค่อย ๆ แล่นไปจอด คนขับรถหันไปหาลี่หรง แล้วพูดว่า “คุณหนูลี่ ถึงแล้วครับ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
คนขับรถลงจากรถก่อน แล้วเปิดประตูให้ลี่หรง
ลี่หรงลงจากรถ โดยถือช่อดอกไม้และตะกร้าผลไม้ออกมา แล้วยิ้มให้เด็กน้อยที่อยู่ข้างใน “ลงจากรถได้แล้วจ้ะ เราถึงแล้ว”
“เฮ้! ลี่หรง!”
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านบน ลี่หรงจึงเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ปรากฏว่าเป็นเสิ่นรั่วหนิง ที่เอนตัวออกมาจากหน้าต่างชั้นสองเพื่อเรียกเธอ
อีกฝ่ายโบกมือด้วยความตื่นเต้น “เธอรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันลงไปหา”
คนขับรถต้องเอารถเข้าไปเก็บ ลี่หรงจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อน
บ้านสกุลเสิ่นเป็นบ้านที่มีลานหน้าบ้านกว้างใหญ่ วันนี้จะมีงานเลี้ยง ประตูเหล็กบานใหญ่จึงถูกเปิดเอาไว้
หลังจากเข้าไปในประตูเหล็กแล้ว ก็จะพบกับลานบ้านสกุลเสิ่น
มันใหญ่กว่าที่เธอเห็นระหว่างทางเมื่อครู่นี้มาก เห็นได้ชัดว่าลานบ้านได้รับการดูแลปัดกวาดเป็นอย่างดีโดยเหล่าคนรับใช้ ทั้งยังสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก มีพุ่มไม้สูงระดับเอวเรียงราย แม้แต่ใบไม้ร่วงสักใบก็มองไม่เห็น
สระน้ำสร้างขึ้นคล้ายน้ำตกไหลเบา โดยมีปลาคราฟสีแดงสลับขาวหลายตัวว่ายอยู่ในนั้น
เสิ่นรั่วหนิงลงมาด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า “ฉันรอพวกเธอตั้งนานแน่ะ”
“เอานี่” ลี่หรงยื่นช่อดอกไม้ให้เธอ “สำหรับเธอ สุขสันต์วันเกิดนะ คุณหนูรั่วหนิงสุดสวย”
เสิ่นรั่วหนิงไม่เคยได้รับช่อดอกไม้ช่อใหญ่เช่นนี้มานานแล้ว เธอพูดด้วยสีหน้าซาบซึ้งว่า “ขอบคุณนะ”
“ในนี้มีผลไม้กับของขวัญด้วย” ลี่หรงยิ้มแล้วยื่นตะกร้าให้เธอ
“จะเอาอะไรมาเยอะแยะล่ะ แค่เธอมาก็ดีมากแล้ว!” เสิ่นรั่วหนิงพูด รู้สึกมีความสุขมาก เมื่อนึกถึงของขวัญที่อยู่ข้างใน แล้วถามว่า “เธอเตรียมของขวัญอะไรมาให้ฉันบ้างเหรอ?”
“อืม… ช่างเถอะ เธอไม่ต้องบอกนะ ไว้ฉันจะเปิดดูเองทีหลังเอง เก็บไว้เป็นความลับล่ะ”
“พี่รั่วหนิง สุขสันต์วันเกิดครับ!” เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง
“เฮ้! ขอบคุณนะจ๊ะอันอัน” เสิ่นรั่วหนิงคุกเข่าลง แล้วพูดว่า “วันนี้อันอันหล่อมากเลยนะเนี่ย!”
เด็กชายตัวน้อยปิดหน้าตัวเองด้วยความเขินอาย “แม่ทำชุดใหม่ให้ผมครับ!”
“แม่ของเธอเก่งที่สุดแล้ว!” เสิ่นรั่วหนิงยิ้มหวาน “ใช่ไหมจ๊ะ?”
“ครับ!” เด็กน้อยพยักหน้าด้วยความเห็นด้วย
เสิ่นรั่วหนิงยืนขึ้น แล้วจับมือเด็กชายตัวน้อย “ไปกันเถอะ ฉันจะพาพวกเธอเข้าไปข้างใน”
ประตูใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นทหารในเครื่องแบบทหารหลายคนยืนอยู่ที่ประตู
เมื่อลี่หรงเข้ามาใกล้ พวกเขาก็ยื่นมือออกไปเพื่อหยุดเธอ “ขอโทษนะครับคุณหนู พวกผมขออนุญาตตรวจค้นก่อนนะครับ”
ลี่หรงเลิกคิ้วขึ้น พอจะเดาเหตุผลได้ในใจ ขณะเดียวกัน เธอก็ยิ่งสงสัยเรื่องสถานะของคนตระกูลเสิ่นมากกว่าเดิม ทำไมพวกเขาถึงกับต้องเตรียมรักษาความปลอดภัยสำหรับงานเลี้ยงวันเกิดของหญิงสาวมากขนาดนี้ด้วย?
เธอไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จึงยอมให้ทหารค้นตัว แต่เสิ่นรั่วหนิงโพล่งออกมาก่อน “ไม่เห็นคุณหนูคนนี้ยืนอยู่ด้วยเหรอ? จะตรวจค้นไปทำไม! นี่คือเพื่อนของฉันเอง!”
สีหน้าของทหารเปลี่ยนเป็นขมขื่น “คุณหนูครับ โปรดอย่าทำให้พวกผมต้องลำบากใจเลย นี่คือหน้าที่ของพวกผมครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก ให้พวกเขาตรวจสอบดีกว่า ถึงอย่างไรฉันก็ไม่มีอะไรแอบซ่อนไว้อยู่แล้ว” ลี่หรงดึงเสิ่นรั่วหนิงไว้ ไม่อยากสร้างปัญหามากเกินไป
“ไม่ต้อง” เสิ่นรั่วหนิงยังคงยืนกราน “นี่คือเพื่อนที่ฉันเชิญมาเป็นพิเศษ ฉันจะดูว่าใครจะกล้ามาขวางอีก”
เสิ่นรั่วหนิงดึงลี่หรงให้เดินเข้าไปต่อ เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ข้างหลัง หันหน้าไปมองทหารสองสามคน จากนั้นขาน้อย ๆ รีบเดินตามไปทันที
ทหารหลายคนมองหน้ากัน คนหนึ่งพยักหน้า แล้วเดินจากไป
นี่เป็นครั้งแรกที่ลี่หรงเห็นคุณหนูเสิ่นรั่วหนิงอารมณ์เสีย เธอรู้สึกขบขัน ก่อนเดินเข้าไปข้างในด้วยรอยยิ้ม “ก็แค่ตรวจค้นตัวเอง เธอไม่จำเป็นต้องอารมณ์เสียขนาดนี้หรอก”
“ทำไมจะไม่จำเป็นล่ะ? วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ฉันเชิญเธอมาที่นี่ด้วยตัวเอง เธอจึงเป็นแขกคนสำคัญที่สุด พวกเขาจะสงสัยเธอได้อย่างไร!”
ลี่หรงยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไรให้อีกฝ่ายฟังอีก เสิ่นรั่วหนิงไร้เดียงสาเกินไป จึงมีบางเรื่องที่ไม่ควรบอก
แต่จะว่าไปแล้ว ลี่หรงเองก็คงรู้สึกอึดอัดถ้ามีคนตรวจค้นตัว การกระทำของเสิ่นรั่วหนิง ช่วยป้องกันไม่ให้เธอรู้สึกไม่สบายใจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งทำให้ลี่หรงรู้สึกพึงพอใจอีกฝ่ายมาก
เมื่อเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ ก็เห็นคนรับใช้หลายคนกำลังยุ่งวุ่นวาย มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนเฝ้ามองอยู่ใกล้ ๆ เมื่อพบว่ามีจุดใดไม่เรียบร้อย ก็จะสั่งให้คนรับใช้รีบแก้ไข
“แม่คะ!” เสิ่นรั่วหนิงตะโกนเรียก เพราะต้องเดินผ่านไป
หญิงผู้สูงศักดิ์มองกลับมา ริมฝีปากสีแดงเผยรอยยิ้ม “หนิงหนิง ลูกยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเหรอ?”
เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีดำ เดินมาหาด้วยท่าทีสง่างาม แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอ “นี่คือเพื่อนร่วมห้องที่ลูกสนิทด้วยเหรอจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะ!” เสิ่นรั่วหนิงเหลือบมองลี่หรง “นี่แม่ของฉันเอง”
“สวัสดีค่ะคุณป้า” ลี่หรงทักทายอย่างสุภาพ แต่สายตามองเสื้อผ้าของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว อีกฝ่ายสวมชุดกี่เพ้าผ้าไหมเนื้อดีสีเขียวเข้ม ชุดกี่เพ้านี้ช่วยขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งได้ดี เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดูเหมือนคนอายุไม่ถึงสี่สิบ
อีกฝ่ายตอบกลับด้วยยิ้ม “สวัสดีจ้ะ”
“สวัสดีครับคุณป้า” เด็กน้อยพูดเลียนแบบ พร้อมเงยหน้าขึ้นราวกับกำลังรอคำชม
“นี่ใครกันเนี่ย?” หญิงผู้สูงศักดิ์ยิ้มกว้าง เด็กน้อยวัยนี้เป็นหลานชายของเธอได้ เมื่อเด็กน้อยเรียกเธอว่า ‘คุณป้า’ เธอจึงรู้สึกเอ็นดูเด็กชายมากอย่างอธิบายไม่ถูก
“นี่คือลูกของหนูเองค่ะ เขาน่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจคำเรียกเท่าไหร่น่ะค่ะ” ลี่หรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อครู่นี้เธอยังลุ้นอยู่ว่าเด็กน้อยจะเรียกอีกฝ่ายว่าอะไร
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เรียกฉันแบบนี้จะดีกว่าเสียอีก ยิ่งทำให้ฉันดูอายุน้อยกว่าเดิม” หญิงสูงศักดิ์ลูบหัวเด็กน้อย แล้วมองกลับไปที่ลี่หรง “เธอยังดูสาวและสวยอยู่เลย ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีลูกแล้วจริง ๆ นะเนี่ย”
[1] ต้นอิ๋งเค่อซง หรือ ต้นสนรับแขก เนื่อจากมีกิ่งที่โน้มลงและยื่นออกมาคล้ายกับแขนที่อ้าออกต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากแดนไกล จึงได้รับการขนานนามว่า สนรับแขก