ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 113 เมื่อมองเห็นภัยจึงยั้งเท้า
บทที่ 113 เมื่อมองเห็นภัยจึงยั้งเท้า
ลี่หรง “ฉันเคยเป็นยุวชนในชนบทค่ะ ไม่คิดเลยว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาเรียนอีกครั้ง”
“ไปอยู่ชนบทคงลำบากมากใช่ไหม?” หญิงสูงศักดิ์มีสีหน้าสงสาร “เด็กน้อยคนนี้น่ารักจริง ๆ เขาหน้าตาดีเหมือนแม่เลยนะ”
ลี่หรงเคยได้ยินคำพูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว จึงตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ เขาหน้าเหมือนพ่อของเขามากกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นพ่อของเขาก็คงน่าจะหน้าตาดีเหมือนกัน” หญิงสูงศักดิ์พยักหน้า สายตาจับจ้องไปยังชุดของลี่หรง “ใช่แล้ว ชุดของเธอสวยมากเลยนะเนี่ย สวยจนยากจะบรรยายเลยจ้ะ เธอจ้างช่างตัดเสื้อคนไหนเหรอ?”
ก่อนที่ลี่หรงจะตอบ เสิ่นรั่วหนิงก็ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป “แม่คะ เธอทำชุดนี้ด้วยตัวเองค่ะ ตอนนี้หยุดคุยกันก่อนได้ไหมคะ หนูรอให้ลี่หรงช่วยแต่งตัวให้อยู่ ไม่ต้องพูดแล้ว ลี่หรง ไปที่ห้องของฉันกันเถอะ”
หลังจากที่เธอพูดจบ เสิ่นรั่วหนิงก็จูงลี่หรงไปทางบันไดด้วยความกระตือรือร้น ราวจับเป็นไม้เนื้อแข็งแม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีความหรูหราเกินจะพรรณนา ตัวบันไดถูกปูด้วยกระเบื้องพื้นสีทองอ่อน และมีบอนไซวางไว้อยู่ตามมุมต่าง ๆ
“ตามมาเลยจ้ะ อันอัน” เสิ่นรั่วหนิงจูงลี่หรง โดยไม่ลืมที่จะหันไปมองเด็กน้อย
ความจริงแล้ว ต่อให้เสิ่นรั่วหนิงไม่เรียก อันอันก็จะตามลี่หรงไปอยู่แล้ว ไม่ว่าบรรยากาศจะสวยงามแค่ไหน ก็เทียบไม่ได้กับการที่ได้อยู่กับผู้เป็นแม่
เมื่อไปถึงชั้นสอง เสิ่นรั่วหนิงก็พิงราวบันได แล้วตะโกนลงไปชั้นล่าง “แม่หลี่! แม่หลี่!”
ผู้หญิงคนหนึ่งรีบวิ่งออกมา แล้วเงยหน้าขึ้นมอง “ค่ะ มีอะไรเหรอคะคุณหนู?”
“ล้างผลไม้แล้วเอาขนมมาให้หน่อย อ๊ะ! ใช่แล้ว เอากาแฟสองถ้วยกับชาผลไม้หนึ่งถ้วยมาด้วยนะคะ”
เห็นได้ชัดว่าอาคารนี้ มีลักษณะเหมือนอาคารของผู้ดีอังกฤษ เสิ่นรั่วหนิงน่าจะชอบสีชมพูและสีขาว เห็นได้จากผ้าม่านที่เป็นผ้าโปร่งสีชมพูขาว เตียงกับตู้เข้าชุดกันนั้นถูกทำจากไม้เนื้อแข็งซึ่งทาด้วยสีขาวเช่นกัน…
“โชคดีที่เธอมาถึงพอดี ฉันทำผมเองไม่ได้เลยล่ะ เธอรีบช่วยทำให้ฉันหน่อยนะ”
ลี่หรงหยิบหวีขึ้นมา “เธอไม่หนีบผมให้ตรงเหรอ? ไม่อย่างนั้นก็จะทำได้แค่ถักเปียแล้วมัดให้แน่นนะ”
“จู่ ๆ ฉันก็คิดว่าถ้ามัดน่าจะดีกว่า แม่บอกว่าฉันมีคอที่ยาวสวย ถ้ารวบผมขึ้นแล้วใส่สร้อยจะทำให้ดูดีขึ้น”
“ได้เลย ถ้าอย่างนั้นฉันจะถักเปียให้เธอก่อนแล้วกัน” ลี่หรงก้มหน้าลงหวีผมของเสิ่นรั่วหนิง จากนั้นแบ่งผมออกเป็นช่อ ๆ
“ลี่หรง วันนี้เธอดูสวยมากเลยล่ะ” เสิ่นรั่วหนิงมองลี่หรงในกระจกด้วยความอิจฉา ลี่หรงทำราวกับกำลังตั้งใจสร้างงานศิลปะที่เปราะบางอยู่ เธอก้มหน้าทำผมอย่างจริงจัง ด้วยวงหน้าครึ่งหนึ่งของเธอที่สะท้อนในกระจก ดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน วันนี้ลี่หรงยังแต่งหน้าด้วย ทำให้ความงามที่ไม่อาจพรรณนาได้ ถูกเปล่งประกายออกมาทั่วร่าง
ลี่หรงคิดว่าตอนที่เธอกำลังออกจากบ้านวันนี้ จ้าวชิงซงก็จ้องมองเธออย่างไม่วางตา ราวกับหมาป่าที่มองเห็นเหยื่อ เขากอดและจูบภรรยาเสียจนลิปสติกที่ปากหลุดออกไปบ้างแล้ว ก่อนจะมองลี่หรงจากไปด้วยความห่วงหา เพราะแทบไม่อยากให้ภรรยาออกไปนอกบ้านเลยด้วยซ้ำ
ในเวลานั้นเธออดหัวเราะกับท่าทีเหล่านั้นไม่ได้ จนในที่สุดก็ต้องตัดสินใจทิ้งชายหนุ่มไว้ที่บ้าน “คุณต้องอดทนรอไปก่อนแล้วล่ะค่ะ!”
ลี่หรงหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะที่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า
“เธอหัวเราะอะไรเหรอ?” เสิ่นรั่วหนิงขมวดคิ้ว “เธอฟังฉันอยู่หรือเปล่า?”
“ฟังสิ เธอบอกว่าฉันสวยมาก” ลี่หรงยื่นมือออกไป “ขอกิ๊บให้ฉันหน่อย”
“นี่”
เมื่อแม่หลี่นำขนมมาให้ เสิ่นรั่วหนิงเลยกล่าวไหว้วานให้แม่หลี่พาอันอันออกไปล้างมือก่อน จากนั้นเสิ่นรั่วหนิงก็กลัวว่าอันอันจะเบื่อ จึงบอกให้เขาไปนั่งกินขนมขณะรอ อันอันจึงนั่งลงบนผ้าขนสัตว์นุ่มนิ่ม มองชามผลไม้ใบใหญ่ แล้วหยิบองุ่นมากินเป็นอย่างแรก
“อันอัน พี่สาวก็อยากกินเหมือนกัน!”
อันอันยืนขึ้น หยิบองุ่นสองสามลูกมา แล้วยกมือป้อนให้ลี่หรง “แม่กินสิครับ!”
“เอ๊ะ ขอบคุณนะลูกรัก” ลี่หรงก้มลงไปกินองุ่น
เสิ่นรั่วหนิงทำหน้าเศร้า “พี่สาวขอให้ป้อนก่อนนะ”
“พี่สาว ให้ครับ”
“ได้จ้ะ” เสิ่นรั่วหนิงคลี่ยิ้ม พลางจิ้มหน้าผากของเด็กน้อย “พี่สาวยกโทษให้แล้วจ้ะ”
หลังจากจัดแต่งทรงผมเสร็จแล้ว ลี่หรงก็ติดดอกกุหลาบสีแดงลงบนผมของเสิ่นรั่วหนิง
เสิ่นรั่วหนิงแต่งหน้าแล้ว แต่ยังไม่ได้ทาลิปสติก การแต่งหน้าของอีกฝ่ายนั้นดูเรียบง่ายมาก ลี่หรงเลือกลิปกลอสสีเดียวกับดอกกุหลาบแดง แล้วทาทับลงไป
ทั้งใบหน้าจึงดูสดใสขึ้นทันตา
เสิ่นรั่วหนิงหายใจไม่ค่อยเป็นจังหวะ “ฉันก็ดูดีได้เหมือนกันนะเนี่ย!”
การติดดอกไม้บนผมอาจทำให้ดูไร้รสนิยมได้หากไม่ระวัง แต่ดีที่เสิ่นรั่วหนิงไม่เป็นเช่นนั้น
นอกเหนือจากการแต่งหน้าแบบเดิมแล้ว ลี่หรงยังปรับทรงคิ้วของเสิ่นรั่วหนิงเสียใหม่ เพื่อให้ดวงตากลมโตของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น การแต่งหน้าทาปากโทนสีเบอร์กันดีของเธอแต่เดิม ทำให้ดูมีเสน่ห์อยู่แล้วเมื่อจับคู่กับดวงตาทรงอัลมอนด์ที่ดูไร้เดียงสา ยิ่งทำให้หน้าตาสดใสมีสีสันมากขึ้น ดูไม่จัดจ้านจนเกินไป
เสิ่นรั่วหนิงค้นกล่องเครื่องประดับอยู่นาน แต่ก็ไม่พบเครื่องประดับที่เหมาะสม เธอเลยพูดขึ้นว่า “หรือว่าจะไม่ใส่แล้วดี?”
“ไม่ได้หรอก ฉันตั้งใจทำปกคอเสื้อเปิดส่วนคอของเธอโดยเฉพาะเลยนะ” ลี่หรงมองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย “ลองไปเปิดกล่องของขวัญวันเกิดดูสิ บางทีอาจจะมีประโยชน์ก็ได้นะ?”
“คุณพระช่วย!” เสิ่นรั่วหนิงเปิดกล่อง “สร้อยไข่มุกสวยมากเลย”
“เปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยใส่นะ”
เมื่อเจ้าของวันเกิดสวมกระโปรงที่ลี่หรงทำให้แล้ว ลี่หรงก็สวมสร้อยคอมุกเข้ากันกับชุดพอดี จากนั้นเสิ่นรั่วหนิงมองตัวเองหลังถูกแปลงโฉมในกระจก แล้วรู้สึกดีใจมาก “สวยกว่าที่ฉันจินตนาการไว้อีก! ลี่หรง ฉันต้องพูดเป็นร้อยครั้ง เธอเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าจริง ๆ!”
“เอาละ แต่การเป็นสมบัติของเธอนี่มันเหนื่อยมากเลยนะ”
“นั่งก่อน นั่งก่อน นี่ขนมฝีมือเชฟจากหางโจว อร่อยมากเลยล่ะ” เสิ่นรั่วหนิงผลักลี่หรงให้นั่งบนโซฟา จากนั้นหันไปเห็นอันอันกำลังแทะอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ พร้อมถือขนมไว้ในมืออีกข้าง “ว้าว เศษขนมเต็มปากอันอันหมดแล้ว นี่กินไปเท่าไหร่กันเนี่ย”
ลี่หรงขบขัน “กินเยอะมากขนาดนี้ ลูกรักหิวน้ำไหมจ๊ะ อยากดื่มน้ำหรือเปล่า?”
อันอันแตะริมฝีปากตัวเอง “ดื่มครับ”
ลี่หรงรีบป้อนชาผลไม้ให้เขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเด็กชายตัวน้อยก็ถือแก้วดื่มไปอีกหลายอึก
อันอันนั่งอยู่บนพรมอย่างสงบ อาจเป็นเพราะชามผลไม้วางบังแก้วน้ำไว้ เจ้าตัวเล็กจึงมองไม่เห็น
โชคดีที่มีผลไม้ให้กิน จานแตงโมกับแคนตาลูปที่หั่นแล้วข้าง ๆ นั้น ก็แทบจะว่างเปล่า
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันเข้าไปอยู่ในท้องของเด็กน้อยเรียบร้อยแล้ว
พวกเธอนั่งอยู่ในห้องของเสิ่นรั่วหนิงได้ไม่นานนัก สักพักก็ลงไปชั้นล่าง เพราะมีคนรับใช้มาบอกให้อีกฝ่ายเตรียมตัวได้แล้ว
เสิ่นรั่วหนิงขยิบตาให้ลี่หรง “คืนนี้ฉันจะทำให้พวกแขกอึ้งไปเลย ยังไม่ได้บอกแม่เรื่องชุดนี้ด้วยซ้ำ เดี๋ยวฉันจะให้แม่ได้เห็นลูกสาวคนใหม่!”
ลี่หรงระเบิดเสียงหัวเราะ รู้สึกว่าเสิ่นรั่วหนิงน่าสนใจจริง ๆ
เธอเลิกคิ้ว แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เอาเลย!”
ในฐานะตัวเอกของงานในวันนี้ จึงทำให้เสิ่นรั่วหนิงไม่สามารถอยู่กับลี่หรงได้ตลอดเวลา อีกฝ่ายถูกคนที่พ่อของเธอส่งมาเรียกตัวไป จึงบอกให้คนรับใช้มาคอยดูแลลี่หรงแทน แล้วบอกว่าจะรีบกลับมาหาลี่หรงทีหลัง
หลังจากลงไปชั้นล่าง ลี่หรงก็พบว่ามีคนมากมายมาร่วมงานเลี้ยง แขกที่อยู่ในห้องโถงต่างกำลังดื่มอวยพร พลางหัวเราะพูดคุยกันอย่างเฮฮา
ลี่หรงหน้าตาดี ทำให้ผู้ชายในงานหลายคนจับตามองเธอ พลางคาดเดาถึงตัวตนของหญิงสาวไปต่าง ๆ นานา
มีผู้ชายหลายคนเฝ้ามองลี่หรงด้วยหวังจะเข้ามาสานสัมพันธ์ แต่เหมือนกับพวกเขามองเห็นภัยจึงยั้งเท้า เมื่อเห็นเด็กน้อยที่อยู่ข้างกายลี่หรง
ลี่หรงสังเกตผู้คนที่มางานอย่างเงียบ ๆ แต่ละคนดูแล้วไม่ธรรมดาเลย ตัดสินได้จากเสื้อผ้าของผู้หญิง และท่าทางของผู้ชาย…
ห้องโถงเต็มไปด้วยแขกรับเชิญ
ผู้สูงศักดิ์มากันมากมาย!
หากเธอสามารถผูกมิตรได้สักหนึ่งหรือสองคน ในอนาคตคงสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้แน่นอน เธอหรี่ตามองหญิงสาวที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ท่ามกลางฝูงชน