ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 114 บังเอิญเจอพี่ชาย
บทที่ 114 บังเอิญเจอพี่ชาย
ผู้หญิงส่วนใหญ่สวมชุดกี่เพ้าหรือชุดกระโปรง ทว่าหลายคนกลับเลือกชุดที่ไม่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของสีหรือเนื้อผ้าก็ตาม
ลี่หรงกับลูกน้อยกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ไม่คิดจะเข้าไปสังสรรค์ในหมู่ฝูงชน เธอมาที่นี่ในฐานะเพื่อนของเสิ่นรั่วหนิง หากคนอื่นถาม ลี่หรงรู้สึกว่าสถานะของเธอ คงไม่เพียงพอที่จะทำให้คนอื่นสนใจเป็นแน่
เธอคิดเรื่องนี้มาแล้ว และรู้สึกว่าการมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงพวกนั้นพอจะเป็นไปได้
เพราะท้ายที่สุด ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่รักสวยรักงาม
แต่ตอนนี้เธอไม่รีบร้อน จะรอจนกว่าเสิ่นรั่วหนิงจะปรากฏตัวก่อน ค่อยเริ่มวางแผน
ลี่หรงรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากถูกคนรับใช้ที่เสิ่นรั่วหนิงเตรียมไว้ให้นั้น คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่เสิ่นรั่วหนิงออกไปรับแขกแล้ว ลี่หรงจึงบอกให้คนรับใช้ออกไปทำอย่างอื่น
แม้ว่าคนรับใช้จะลังเล แต่ในที่สุดก็ยอมจากไป
เด็กชายตัวน้อยเพิ่งกินขนมและผลไม้ไปมากมาย แต่ตอนนี้เขายังสามารถกินได้อีก ลี่หรงจับท้องของอันอันดู แล้วพบว่าหากลูกชายต้องกินข้าวเย็น ก็ยังสามารถกินได้อีกเยอะ จึงปล่อยให้เขานั่งเล่นไปก่อน
“เสี่ยวหรงเหรอ?”
น้ำเสียงสงบแสนคุ้นเคยดังมาถึงหูลี่หรง เธอเงยหน้าขึ้นมอง แล้วพูดด้วยความประหลาดใจ “พี่ชายเหรอคะ?”
ลี่ข่ายจือยิ่งประหลาดใจมากขึ้น “ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?”
เด็กชายตัวน้อยเรียก “คุณลุง” ลี่ข่ายจือมองลงมาที่เขา แล้วลูบหัวเล็ก ๆ ของหลานชาย พลันคิดโดยไม่รู้ตัวว่าน่าจะเป็นจ้าวชิงซงที่พาลี่หรงมาที่นี่ เพราะไม่คิดว่าน้องสาวของเขาจะรู้จักกับเสิ่นหย่วนเทาด้วย
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงไปรู้จักกับเสิ่นหย่วนเทาได้อย่างไร
“ฉันมาฉลองวันเกิดเพื่อนร่วมห้องค่ะ” ลี่หรงตอบตามความจริง
“วันนี้เป็นงานวันเกิดลูกสาวท่านเสิ่น” ลี่ข่ายจือถาม “ลูกสาวของเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอเหรอ?”
ลี่หรงยิ้มแล้วพยักหน้า เธอเห็นว่าหลายคนที่มางาน ต่างพาภรรยาของตนมาด้วย จึงถามว่า “พี่สะใภ้มาด้วยหรือเปล่าคะ?”
ลี่หรงไม่คาดคิดว่าจะบังเอิญพบกับลี่ข่ายจือที่นี่ แต่คิดดูแล้วก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะพี่ชายคนโตของเธอเป็นถึงผู้บัญชาการกองพล…
“พี่สะใภ้ของเธอไม่ได้มา เพราะต้องเฝ้าลิงสองตัวอยู่ที่บ้าน…”
“เสี่ยวหรงเหรอ? อ๊ะ หลานชายตัวน้อยคนโปรดของลุง!” ลี่รุ่ยจือเดินมาจากไหนไม่รู้เอ่ยขึ้น
เมื่อเด็กชายตัวน้อยเห็นลุงสาม พลันดวงตาก็สดใสเป็นประกาย อันอันรีบลุกจากโซฟา วิ่งไปหาลี่รุ่ยจือที่กำลังใช้มือทั้งสองข้างอุ้มเขาขึ้นมา
อันอันกอดคอลี่รุ่ยจือ แล้วพูดว่า “ลุงเล็ก!”
“เฮ้! ไม่เลวเลย ความรักที่ลุงมีต่อหลานถือว่าไม่สูญเปล่าแล้ว”
อาจเป็นเพราะอิทธิพลของลี่ข่ายจือ จึงมีคนเข้ามาคุยกับเขา หลังจากพูดคุยทักทายกันแล้ว คนกลุ่มนั้นก็ถามว่าลี่หรงเป็นใคร
ลี่หรงพาเด็กคนหนึ่งมาด้วย ดูมีท่าทีสนิทกับลี่ข่ายจือและน้องชายของเขาที่กลับมาจากกองทัพ พวกเขาไม่คิดว่าลี่หรงจะเป็นน้องสาว แต่คิดว่าเธอเป็นภรรยาของลี่ข่ายจือกับลูกชาย
ลี่ข่ายจือยิ้ม “นี่คือน้องสาวคนเล็กกับหลานชายตัวน้อยของผมเองครับ”
คนที่ถามรู้สึกอายเล็กน้อย พลางหัวเราะแห้ง ๆ แล้วชมเด็กน้อยว่าหน้าตาน่ารักและเป็นเด็กดี
มีคนเข้ามาพูดคุยกับลี่ข่ายจือทีละคน ๆ ลี่หรงรู้ว่าโอกาสดังกล่าว จะต้องเอื้อต่อการสร้างความสัมพันธ์และการเข้าสังคมกับผู้อื่นอย่างแน่นอน เธอไม่รั้งลี่ข่ายจือไว้ แล้วรีบพูดว่า “พี่ใหญ่คะ พี่ทำธุระได้ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเองก็เหนื่อยแล้ว เลยว่าจะกลับไปที่ห้องของเพื่อนแล้วล่ะค่ะ”
ลี่ข่ายจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ก็ได้ ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก็แค่บอกว่าเธอเป็นน้องสาวของพี่ก็แล้วกัน”
ลี่ข่ายจือเดินจากไป ส่วนเด็กชายตัวน้อยนั่งเล่นกับลี่รุ่ยจืออยู่บนโซฟา
“พี่สาม พี่มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?” ลี่หรงหยิบแก้วไวน์ แล้วมานั่งบนโซฟา เมื่อมีคนดูแลลูกให้ เธอจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น พลางจิบไวน์แดงไปหนึ่งอึก รสชาติดีจริง ๆ
“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ใหญ่บอกให้พี่มาที่นี่ด้วย แล้วยังกำชับว่าไม่ให้พี่ดื่มด้วยนะ น่าจะให้มาเป็นคนขับรถให้นั่นแหละ” ลี่รุ่ยจือขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “ทำไมเธอกับอันอันถึงมาที่นี่ล่ะ น้องเขยพามาเหรอ?”
เป็นไปดังคาด ด้วยเกิดจากแม่คนเดียวกัน สองพี่น้องจึงมีความคิดเหมือนกัน
ทั้งสองต่างคิดว่าเป็นจ้าวชิงซงพามา
ลี่หรงส่ายหน้า “มางานวันเกิดเพื่อนร่วมห้องของฉันค่ะ”
เวลาผ่านไปช้า ๆ ลี่หรงกินผลไม้และดื่มไวน์แดงไปครึ่งแก้ว ไหนจะกาแฟหนึ่งแก้วที่อยู่ตรงหน้าอีก เธอจึงรู้สึกอยากไปเข้าห้องน้ำ
เธอจึงขอให้ลี่รุ่ยจือช่วยดูอันอันให้ก่อน พร้อมกับขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
มีห้องน้ำสำหรับแขกโดยเฉพาะที่ชั้นหนึ่ง ลี่หรงเดินไปถามคนรับใช้ อีกฝ่ายเองจำได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นเพื่อนที่คุณหนูพามา จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูสั่งไว้ว่าถ้าคุณอยากทำธุระส่วนตัว ให้ไปใช้ห้องน้ำในห้องของคุณหนูได้เลยค่ะ ฉันจะพาขึ้นไปนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันรู้ทางไปห้องของเสิ่นรั่วหนิงอยู่แล้ว คุณไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอง”
เมื่อลี่หรงออกมาจากห้องน้ำ ก็ได้พบเข้ากับชายคนหนึ่ง
เป็นชายหนุ่มมีรูปร่างสูงโปร่ง ผอมเพรียว ใบหน้ากว้างและเฉียบคม สายตาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม เขาเพิ่งปิดประตูฝั่งตรงข้าม และหันหน้ามาทางลี่หรงพอดี
ชายหนุ่มเหลือบมองประตูด้านหลังลี่หรง “คุณเป็นใครครับ แล้วออกมาจากในนั้นได้อย่างไร?”
ลี่หรงไม่อยากอธิบายให้เขาฟัง แต่เมื่อเขาออกมาจากประตูตรงข้าม ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคนในครอบครัวของเสิ่นรั่วหนิง ถ้าเธอไม่ยอมอธิบาย จะถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมยหรือเปล่านะ?
ถ้าเธอรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ก็คงจะออกมาช้าอีกสักหน่อย ก่อนคลี่ยิ้มตอบ “ฉันเป็นเพื่อนของรั่วหนิงค่ะ พอดีขึ้นมาเก็บข้าวของ ตอนนี้กำลังจะลงไปแล้วค่ะ”
ใบหน้าคมของชายหนุ่มอ่อนโยนลง แล้วพยักหน้า เขาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก ได้ข่าวว่าน้องสาวพาเพื่อนมาบ้านด้วย คงจะเป็นหญิงสาวคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าสินะ
เขามักจะได้ยินน้องสาวชื่นชมเพื่อนของเธออยู่เสมอ ถ้ารักน้องสาวแล้วก็ต้องรักเพื่อนน้องสาวด้วย ตอนนี้เขาจึงระแวงลี่หรงน้อยลง เมื่อเห็นใบหน้าสวยสดใสของลี่หรง ก็ยิ่งทำให้จิตใจของชายหนุ่มอ่อนโยนลงเล็กน้อย กลัวว่าสีหน้าจริงจังมากเมื่อครู่นี้จะทำให้หญิงสาวตรงหน้าตกใจ จึงรีบพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่นี้ขอโทษด้วยนะครับ… อะแฮ่ม ผมเป็นพี่ชายของรั่วหนิง ชื่อเสิ่นหมิงโจวครับ”
“…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อลี่หรงค่ะ” พูดจบแล้ว แต่ลี่หรงไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงแนะนำตัวเอง แต่ด้วยหญิงสาวต้องการรักษามารยาท จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากบอกชื่อตัวเองกลับ จากนั้นก็ชี้ไปที่บันได “งั้นฉันขอตัวลงไปก่อนนะคะ?”
พูดจบ ไม่รอให้เสิ่นหมิงโจวพูดต่อ ลี่หรงรีบเดินจากไปทันที
เสิ่นหมิงโจวมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่จากไปอย่างเร่งรีบ ความประหลาดใจปรากฏในสายตา ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้ เขาจึงเดินตามอีกฝ่ายไป
มีเปียโนอยู่ในห้องจัดเลี้ยง ไม่รู้ว่าเป็นเพียงของตกแต่ง หรือมีคนจากตระกูลเสิ่นกำลังจะเล่นจริง ๆ การมีเปียโนตั้งไว้เช่นนี้ ยิ่งดูเสริมฐานะของตระกูลให้ดูดีขึ้นไปอีก
“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน” ด้านทิศเหนือมีเวทีตั้งชิดกำแพงสูงสามสิบเซนติเมตร คนที่ยืนอยู่บนนั้นคือชายวัยสี่สิบ หน้าตาเคร่งขรึม สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว ท่าทางสง่างามและค่อนข้างภูมิฐาน
แขกที่กำลังดื่มสังสรรค์กันหยุดพูดคุย แล้วหันหลังเดินไปยืนอยู่รอบเวที
ลี่หรงก็ยืนขึ้นพาลูกน้อยไปด้วย แล้วกำชับเขาว่าอย่าเพิ่งพูดเสียงดัง
เด็กน้อยปิดปากตัวเอง แล้วพยักหน้า
พร้อมกับลี่รุ่ยจือที่กำลังเดินตามมา
เสิ่นหมิงโจวมองไปที่พวกเธอ ทั้งสามคนดูเหมือนพ่อแม่ลูกจริง ๆ
เขาขมวดคิ้ว ขณะมองแผ่นหลังของลี่หรงด้วยสายตาผิดหวัง
ชายที่เพิ่งพูดชื่อเสิ่นหย่วนเทา พ่อของเสิ่นรั่วหนิง เขายิ้มแล้วพูดว่า “ผมมีความยินดียิ่ง ที่ญาติสนิทมิตรสหายทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เป็นวันเกิดลูกสาวของผม สาเหตุที่จัดงานยิ่งใหญ่เช่นนี้ เป็นเพราะลูกสาวเคยไปเรียนที่ต่างประเทศมาก่อน แล้วเพิ่งจะกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวอีกครั้ง ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ เชิญชวนทุกท่านมาที่นี่ เพื่อแนะนำลูกสาวของผมให้ทุกท่านได้รู้จัก มาเถอะ หนิงหนิง”