ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 115 ตกตะลึงพรึงเพริด
บทที่ 115 ตกตะลึงพรึงเพริด
เด็กชายตัวน้อยดึงชายเสื้อของลี่หรง เธอจึงก้มลงไปมอง แล้วได้ยินเขาพูดด้วยความตื่นเต้น “นั่นพี่สาวรั่วหนิงนี่ครับ”
ลี่หรงยิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก
เสิ่นหย่วนเทาผายมือออกไปด้านข้าง แล้วเสิ่นรั่วหนิงก็เดินขึ้นไปบนเวที ท่ามกลางสายตาของผู้ชม พลันเผยรอยยิ้มอันสดใส “สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันชื่อเสิ่นรั่วหนิงค่ะ ขอบคุณทุกคนที่มางานฉลองวันเกิดของฉัน แล้วก็ต้องขอบคุณคุณแม่กับคุณพ่อที่จัดงานวันเกิดให้ด้วย ฉันมีความสุขมากค่ะ”
ใบหน้าของเสิ่นหย่วนเทาเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความเป็นพ่อ เขาพูดว่า “สุขสันต์วันเกิดนะลูกรักของพ่อ โดยวันนี้ผมได้เตรียมไวน์คุณภาพเยี่ยมไว้เป็นพิเศษ หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มรสเลิศ ว่าแต่ หนิงหนิง ลูกเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ไม่ใช่เหรอ?”
เสิ่นรั่วหนิงยกชายกระโปรงขึ้นทำความเคารพ “ขอเชิญทุกท่าน ร่วมรับฟังด้วยนะคะ”
มีเสียงปรบมือจากผู้ชม หลังจากนั้นก็ยืนดูอย่างมีมารยาท ไม่ได้จากไปไหนทันที
เมื่อเล่นจบเพลง เสิ่นรั่วหนิงยืนขึ้นโค้งคำนับแบบสากล เหล่าแขกเหรื่อไม่ลังเลที่จะเอ่ยชมและปรบมือให้
เสิ่นหย่วนเทากับภรรยาเชิญให้แขกกินดื่มและพูดคุยกันตามต้องการ การรวมตัวเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางสังคม ในนามของการมาร่วมงานวันเกิดเริ่มต้นขึ้นแล้ว
การเปิดตัวเสร็จสมบูรณ์
การแสดงจบลงแล้ว
เสิ่นรั่วหนิงยังไม่มีเวลาว่าง หนำซ้ำยังยุ่งกว่าเดิมด้วย
พ่อแม่ของเธอยืนขนาบข้าง พาเธอไปพบกับลุงและป้าที่ไม่คุ้นเคย
เด็กน้อยถูกลี่รุ่ยจือพาไปเล่น ลี่หรงมีความสุขมากที่ได้ลิ้มรสไวน์แดงและแชมเปญหลายชนิด เนื่องจากไม่ได้ดื่มเครื่องดื่ม ‘สมัยใหม่’ เหล่านี้มาหลายปีแล้ว เธอจึงอดดื่มไปสองสามแก้วไม่ได้
รสฝาดในปากทิ้งรสหวานหอมไว้ในลำคอ ทำให้เธออยากกินของขบเคี้ยวและผลไม้
เธอหยิบขนมกับผลไม้มาสองสามอย่าง แล้วนั่งลงบนโซฟา
เมื่อไม่ต้องดูแลลูกน้อย เธอจึงสามารถกินด้วยความเพลิดเพลินได้ ขนมนี้อร่อยมากจริง ๆ สมแล้วที่เป็นฝีมือเชฟจากหางโจว!
เพียงไม่นานก็มีคนนั่งลงข้าง ๆ เธอโดยไม่ได้รับเชิญ แต่ลี่หรงไม่ได้สนใจ เพราะนี่คือโซฟาสาธารณะ เธอจึงห้ามคนอื่นไม่ให้มานั่งไม่ได้เพียงเพราะเธอมานั่งก่อนแล้ว
ขณะที่เธอกำลังจะยกแก้วไวน์ดื่ม ก็ถูกใครบางคนจับมือไว้ จึงหันไปมองด้วยความสงสัย แล้วเห็นว่าเป็นเสิ่นหมิงโจว ที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง แล้วอธิบายว่า “คุณดื่มเยอะไปแล้วนะครับ เมื่อครู่ผมเห็นคุณดื่มไวน์ไปหลายชนิดแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่คุณดื่มหรือเปล่าครับ? ถึงแม้ว่าปริมาณแอลกอฮอล์ของไวน์แดงนี้จะไม่สูง แต่ก็ไม่ควรดื่มเยอะแบบนี้นะครับ”
เมื่อเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อ ลี่หรงก็เลิกคิ้วขึ้น “ฉันเข้าใจค่ะ”
“เอ๊ะ?”
สายตาของลี่หรงมองไปยังที่มือของอีกฝ่ายที่จับมือเธอไว้
“อะแฮ่ม ขอโทษครับ” เสิ่นหมิงโจวรีบปล่อยมือ “ผมแค่เป็นห่วงคุณนิดหน่อยน่ะครับ”
เขาเพิ่งไปถามคนอื่นมา แล้วพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่กับลี่หรงไม่ใช่สามีของเธอ แต่เป็นพี่ชายต่างหาก นอกจากนี้เสิ่นหมิงโจวยังสังเกตเห็นว่ามีเด็กน้อยที่ติดตามชายคนนั้นอยู่ด้วย จึงคิดว่าเด็กคนนั้นน่าจะเป็นลูกของพี่ชายลี่หรงมากกว่า ซึ่งก็คงเป็นหลานชายของลี่หรงนั่นเอง
เขาดีใจมากที่ลี่หรงยังคงเป็นสาวโสด
เขาเองก็คิดอยู่ว่าลี่หรงดูเด็กมาก ทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมห้องของรั่วหนิง เธอจะมีลูกชายตขนาดนี้แล้วได้อย่างไร?
แต่เขาไม่กล้าก้าวก่ายเธอ การแอบเฝ้ามองลี่หรงดื่มกินนั้นก็ค่อนข้างดีแล้ว แต่เมื่อเห็นเธอดื่มต่ออีก เขาก็คิดไปว่านี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เธอดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ และกลัวว่าอีกฝ่ายจะดื่มเยอะเกินไป จึงอดเข้าไปห้ามไม่ได้
ลี่หรงเหลือบมองเขา เธอยังคงเงียบและจิบไวน์แดงจากแก้ว โดยไม่พูดอะไร
เสิ่นหมิงโจวเอาใจใส่มากเกินไปหน่อย เนื่องจากชายตรงหน้าเป็นพี่ชายของเสิ่นรั่วหนิง เธอจึงคิดแค่ว่าอีกฝ่ายเพียงมีเจตนาดีเท่านั้น
ทันทีที่นึกถึงเสิ่นรั่วหนิง อีกฝ่ายก็มาปรากฏตัวทันที “ลี่หรง เธอมาอยู่ที่นี่เองเหรอ? ฉันตามหาตั้งนาน ตอนนี้เหนื่อยมากเลยล่ะ พ่อแม่เพิ่งจะพาฉันไปทำความรู้จักผู้คนในงานตั้งมากมาย ช่วยบอกที ว่าทำไมต้องพาไปรู้จักกับคนเยอะขนาดนั้นด้วย ตอนนี้ถ้าให้พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้า ก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร ฉันหิวน้ำมากเลย นี่ของเธอหรือเปล่า? ขอดื่มหน่อยนะ”
ก่อนที่ลี่หรงจะตอบ เสิ่นรั่วหนิงก็หยิบไวน์แดงครึ่งแก้ว ที่วางอยู่ตรงหน้าลี่หรงขึ้นมาดื่มหมดในอึกเดียว
“หนิงหนิง”
“พี่ชายเหรอคะ พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เฮ้อ… พี่ไปเข้าสังคมเถอะค่ะ ฉันเหนื่อยจะแย่แล้ว”
“อะแฮ่ม! เข้าสังคมอะไรกัน” เสิ่นหมิงโจวมองเธอ “วันนี้น้องเป็นเจ้าของงานนะ”
“การเป็นจุดสนใจในฐานะตัวเอกจบลงแล้วล่ะค่ะ พี่ดูพวกเขาสิคะ” เธอเหลือบมองฝูงชนที่กำลังดื่มอวยพร และพูดคุยกันด้วยความหมั่นไส้ “ทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมกันทั้งนั้น”
ลี่หรงยิ้มเบา ๆ เธอเองก็ต้องการขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมเช่นกัน
รอยยิ้มทำให้ใบหน้าเธอยิ่งสวยและสดใสกว่าเดิม
เสิ่นหมิงโจวไม่สามารถละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้าไปได้เลย แม้อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เหมือนถูกโจมตีจนสมองหยุดทำงานไปกะทันหัน
เสิ่นรั่วหนิงไม่สนใจว่าพี่ชายจะคิดอย่างไร
เธอนั่งแทรกกลางระหว่างเสิ่นหมิงโจวกับลี่หรง แล้วผลักพี่ชายของเธอไปด้านข้าง ก่อนนั่งลงพูดคุยกับลี่หรงด้วยความรัก “เมื่อกี้นี้ป้าหลายคนชมกระโปรงของฉันว่าสวยมากด้วยล่ะ วันนี้ต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ ป้าพวกนั้นถามฉันด้วยว่าใครเป็นคนทำชุดนี้ให้”
ลี่หรงฟังเธอเล่าด้วยรอยยิ้ม
“ฉันบอกว่าเพื่อนร่วมชั้นเป็นคนทำให้” เสิ่นรั่วหนิงพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย “ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นเธอ เพราะพวกนั้นอยากจะให้เธอทำเสื้อผ้าให้บ้าง ฉันคิดว่าในเมื่อเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้เปิดร้าน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเต็มใจทำหรือเปล่า ฉันเลยไม่กล้าพูดอะไรไป โดยไม่ได้ฟังความเห็นจากเธอก่อน”
ลี่หรงยื่นผลไม้ให้เสิ่นรั่วหนิง “ต่อให้เธอบอกไปก็ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่รู้ว่าจะหาฉันเจอหรือเปล่า พวกป้าของเธอมีฐานะสูงส่งร่ำรวยกันทั้งนั้น ก็ต้องมองหาช่างตัดเสื้อที่มีชื่อเสียงมาตัดชุดให้อยู่แล้ว จะมาพิจารณาช่างตัดเสื้อไม่มีชื่อเสียงอย่างฉันได้อย่างไรกัน นั่นเป็นแค่การหาเรื่องมาชมเธอเท่านั้นแหละ”
“คุณเป็นคนทำชุดให้หนิงหนิงจริงเหรอครับ?” เสิ่นหมิงโจวถามด้วยความประหลาดใจ
“แน่นอนสิคะ!” เสิ่นรั่วหนิงตอบแทนลี่หรงอย่างรวดเร็ว แล้วมองเสิ่นหมิงโจวอย่างภาคภูมิใจ “ฉันเคยบอกไปตั้งนานแล้ว ว่าฉันรู้จักเพื่อนที่เก่งมากคนหนึ่ง ใช่ไหมคะ?”
ดวงตาของเสิ่นหมิงโจวไม่เคยละสายตาจากลี่หรง เขาพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น “เก่งมากเลยครับ”
เสิ่นรั่วหนิงหันกลับไปคุยกับลี่หรง “ไม่ใช่ว่าพวกเธอแค่ถามอย่างขอไปทีแบบนั้น แต่ยังรบกวนฉันมาติดต่อให้ด้วย คงอยากให้เธอทำเสื้อผ้าให้จริง ๆ นั่นแหละ เสื้อผ้าเป็นอาวุธวิเศษสำหรับพวกผู้หญิงเหล่านี้ ที่ใช้ในการประชันความงามกัน ใครมีชุดสวย ๆ ใส่ก็ดูเฉิดฉายได้ทั้งนั้น คราวหน้าถ้าพวกเธอถามอีก ฉันจะบอกว่าเป็นฝีมือเธอนะ”
ลี่หรงบรรลุเป้าหมาย พลางตอบด้วยรอยยิ้ม “อื้ม! แล้วแต่เธอเลย”
“แม่ แม่ …” เด็กน้อยเดินเข้ามากอดขาลี่หรง
“ทำไมถึงเหงื่อออกเยอะอีกแล้วล่ะจ๊ะ” ลี่หรงใช้แขนเสื้อ เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของเด็กน้อยด้วยความรัก
“เจ้าตัวน้อยมีแรงเยอะมากเลย พี่พาเขาออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมา” ลี่รุ่ยจือเดินตามหลัง “แต่ลุงของเขาหมดแรงแล้ว”
“นี่คือลูกชายของคุณเหรอครับ?” เสิ่นหมิงโจวถามด้วยใบหน้าเศร้าหมอง
“ใช่แล้วค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “อันอัน สวัสดีสิจ๊ะ”
“สวัสดีครับคุณอา”
เสิ่นหมิงโจวรู้สึกอึดอัดใจอย่างอธิบายไม่ถูก ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย
เสิ่นรั่วหนิงหัวเราะ “อันอันเรียกฉันว่าพี่สาว แต่เรียกพี่ชายของฉันว่าอา อันอันของเราฉลาดมาก”
ลี่หรงยิ้ม “ควรเรียกว่าพี่ชายนะจ๊ะ”
เด็กน้อยยิ้มตาหยี แล้วพูดว่า “แม่ครับ ผมหิวน้ำ”