ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 117 พบกันใหม่คราวหน้า
บทที่ 117 พบกันใหม่คราวหน้า
ลี่รุ่ยจือขับรถมาจอดหน้าประตู ส่วนสวีจิ้งเหอก็มายืนส่งพวกลี่หรงด้วย
ลี่หรงไม่รู้ว่าที่สวีจิ้งเหอมาส่งนั้นเป็นเพราะเสิ่นรั่วหนิง หรือเพียงอยากให้เกียรติลี่หรง แต่เธอไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนั้น ที่ทำไปก็คงเพื่อลูกสาวเสียมากกว่า
ลี่รุ่ยจือเปิดประตูข้างคนขับให้ลี่หรง แต่เสิ่นรั่วหนิงกลับเป็นคนเข้าไป หลังจากนั่งแล้ว เธอก็เงยหน้าขึ้นมองลี่รุ่ยจือ ด้วยรอยยิ้มหวาน “ขอบคุณค่ะ”
“คุณ…”
“ฉันจะไปส่งลี่หรงที่บ้านด้วย แล้วค่อยติดรถคุณกลับมาทีหลังค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงรีบอธิบาย
ลี่รุ่ยจือยิ้ม เป็นเขาที่ต้องขับรถเอง หญิงสาวคนนี้แค่เข้าไปในรถ บอกว่าจะตามไปส่งด้วย หลังจากนั้นก็ให้เขาขับรถวนกลับมาส่งเธอที่บ้านอีกที สรุปแล้วใครไปส่งใครกันแน่?
ส่วนเขาแน่นอนว่าเป็นแค่คนขับรถ
ลี่หรงนั่งอยู่ที่เบาะหลังกับเจ้าตัวน้อย
เมื่อรถมุ่งหน้ากลับบ้าน
ลี่หรงกำลังคิดว่าจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาก่อนดีหรือไม่ แล้วค่อยปล่อยให้สองคนหน้ารถได้พูดคุยกัน
ปรากฏว่าเธอกังวลมากเกินไป เพราะเสิ่นรั่วหนิงกล้ามากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก “คุณเป็นพี่ชายคนที่สามของลี่หรงเหรอคะ? แล้วคุณชื่ออะไร?”
ลี่รุ่ยจือเหลือบมองเธอที่นั่งด้านข้าง ขณะที่มือก็ยังหมุนพวงมาลัย พร้อมตอบกลับอย่างสุภาพ “ลี่รุ่ยจือครับ”
“รุ่ยที่แปลว่าฉลาดเหรอคะ?”
“ครับ”
“ชื่อคุณไพเราะมากเลยค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงหัวเราะเบา ๆ “ฉันชื่อเสิ่นรั่วหนิงค่ะ อ่า… รั่วแปลว่าถ้า หนิงแปลว่าความสงบ คุณว่าชื่อฉันเไพเราะไหมคะ?”
ลี่หรงนั่งฟังอยู่ที่เบาะหลัง สายตาเต็มไปด้วยความตกใจ คำถามของเสิ่นรั่วหนิงตรงไปตรงมาขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอจะไม่สงสัยเลย ถ้าวันหนึ่งเสิ่นรั่วหนิงถามออกไปตรง ๆ ว่า ‘คุณชอบฉันไหม?’
“อะแฮ่ม…” ลี่รุ่ยจือก็คิดไม่ถึงเช่นกัน เขารู้สึกประหลาดใจ “หืม?”
“ฉันถามคุณว่าชื่อของฉันไพเราะไหมคะ?”
“อะแฮ่ม…” ลี่รุ่ยจือรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ด้วยน้องสาวกับหลานชายกำลังเฝ้าดูเขาถูกแกล้งอยู่ที่เบาะหลัง พลางเลียริมฝีปาก แล้วตอบว่า “… เพราะดีครับ ใช่แล้ว สุขสันต์วันเกิดนะครับ”
“ฮิ ๆ ขอบคุณค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงยิ้มกว้าง “คุณอวยพรวันเกิดให้ฉัน แต่ไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้ฉันด้วยเหรอคะ?”
จะรีบไปไหมนะ…
ลี่รุ่ยจือขอโทษ “ต้องขอโทษด้วยครับ อะแฮ่ม! เรื่องของขวัญ ผมไม่ได้เตรียมมาในครั้งนี้ เพราะไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดของคุณ ไว้จะชดเชยให้คราวหน้านะครับ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอหญิงสาวที่กระตือรือร้นเช่นนี้ เพราะคนในกองทัพที่เขาเคยอยู่ ล้วนแต่เป็นผู้ชายทั้งสิ้น ลี่รุ่ยจือไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรจริง ๆ
เมื่อมองกระจกมองหลัง เขาก็เห็นรอยยิ้มของลี่หรง ท่ามกลางแสงไฟสลัวยามค่ำคืน ลี่รุ่ยจือทำอะไรไม่ถูก เขาพอจะเดาได้ว่าเสิ่นรั่วหนิงหมายถึงอะไร
“คราวหน้าคือเมื่อไหร่เหรอคะ?” เสิ่นรั่วหนิงไล่ตามไม่ลดละ
ลี่หรงอดหัวเราะไม่ได้ รู้สึกพอใจมากที่ได้เห็นสีหน้าเขินอายของลี่รุ่ยจือ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นผู้หญิงจีบผู้ชายอย่างใกล้ชิด
“อะแฮ่ม! …คราวหน้าตอนที่น้องสาวผมเปิดเทอม ผมจะฝากเธอเอาไปให้คุณครับ เพราะพวกคุณเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน”
“นั่นใช้ไม่ได้เลยค่ะ มีใครฝากคนอื่นมอบของขวัญแทนกันบ้างล่ะคะ?” เสิ่นรั่วหนิงไม่พอใจ “ไม่มีความจริงใจเลยค่ะ”
ลี่หรงเห็นว่าลี่รุ่ยจือตอบคำถามของเสิ่นรั่วหนิงอยู่เสมอ จึงคาดว่าเขาไม่น่าจะรำคาญเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายสามจะชอบอีกฝ่ายไหม
ตอนนี้ลี่รุ่ยจือยังไม่ตอบ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอย่างไร
แต่เขาสัญญาว่าจะซื้อของให้เสิ่นรั่วหนิง ลี่หรงคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วเสนอแนะเพื่อประนีประนอมทั้งสองฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นให้ฉันเลี้ยงอาหารค่ำพวกเธอก่อนเปิดเทอมดีไหม? ฝีมือทำอาหารของฉันค่อนข้างดีเลยนะ”
“เธอทำอาหารได้ด้วยเหรอ?” เสิ่นรั่วหนิงหันไปมอง
ลี่รุ่ยจือนึกถึงอาหารอร่อยที่ลี่หรงทำ แล้วยิ้มทันที “น้องสาวของผมทำอาหารอร่อยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้เลยค่ะ!” เสิ่นรั่วหนิงตัดสินใจ
ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยหรือไม่ก็ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือขอเพียงให้เธอได้มีโอกาสพบกับลี่รุ่ยจือในครั้งต่อไปก็พอ
เสิ่นรั่วหนิงเหลือบมองลี่หรงด้วยความซาบซึ้ง ช่างเป็นเพื่อนสาวที่ดีจริง ๆ