ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 118 ลูกสะใภ้ของเธอถูกพาตัวไปอีกแล้ว
บทที่ 118 ลูกสะใภ้ของเธอถูกพาตัวไปอีกแล้ว
เนื่องจากลี่รุ่ยจือต้องกลับไปรับลี่ข่ายจือด้วย เมื่อถึงบ้าน เขาจึงไม่ลงจากรถ เพียงแค่จอดให้ลี่หรงลงเท่านั้น
เสิ่นรั่วหนิงโผล่หน้าออกมาจากรถ พลางโบกมือร่ำลาเพื่อนสาว “ลาก่อนลี่หรง”
ลี่หรงอุ้มอันอันที่กำลังหลับอยู่ แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เดินทางปลอดภัยนะ”
เมื่อได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออก จ้าวชิงซงแทบรอไม่ไหวที่จะรีบออกมา
“อันอันหลับสนิทเลยเหรอครับ? ให้ผมอุ้มเขาเข้าไปดีกว่า”
ลี่หรงส่ายหน้า “มาถึงประตูบ้านแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนกันอุ้มหรอกค่ะ กลัวว่าจะทำให้เขาตื่นเปล่า ๆ ”
จ้าวชิงซงอุ้มเด็กน้อยไป “เจ้าตัวน้อยนี่รู้สึกตัวเร็วที่ไหนกันล่ะครับ เขาหลับเหมือนลูกหมูตัวน้อยเลย คุณดูสิ เขายังไม่ตื่นเลยใช่ไหมล่ะครับ?”
“น้องเขย กลับก่อนนะ” ลี่รุ่ยจือทักทาย แล้วเลี้ยวรถกลับไป
จ้าวชิงซงโบกมือตอบ หลังจากนั้นจึงเรียกลี่หรงเข้าไปในห้อง
ลี่หรงเดินตามไป แล้วปิดประตู “อันอันหลับไปแล้ว ยังไม่ได้อาบน้ำเลย…”
“คุณไปอาบน้ำเถอะครับ เดี๋ยวผมจะปลุกลูกให้ไปอาบน้ำทีหลังเอง”
ลี่หรงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้ม อันอันมีพ่อที่ดีจริง ๆ!
“รีบไปเถอะครับ!” จ้าวชิงซงเร่งเร้า
ลี่หรงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลังจากได้ล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าออก โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ เธอรู้สึกสบายตัวมาก
ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง ลี่หรงก็ถูกกดติดกับประตู แล้วโดนชายหนุ่มจูบอย่างเร่าร้อน
จ้าวชิงซงในตอนนี้ดูคล้ายกับสัตว์ร้ายหิวกระหายเมื่อเจอเหยื่อแสนอร่อย พลันลิ้มรสอีกฝ่ายอย่างดุดัน โดยไม่ทันให้หญิงสาวตั้งตัวแม้แต่น้อย
“อ่า… จ้าว จ้าวชิงซง!” ลี่หรงหายใจไม่ออก พยายามผลักอกของจ้าวชิงซง เมื่อทั้งสองแยกจากกัน เธอก็สูดอากาศไปเฮือกใหญ่
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วพูดด้วยความโกรธ “ทำไมรีบร้อนจังล่ะคะ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว”
“… รีบร้อนเหรอครับ? ไม่ได้เจอกันหนึ่งวัน ก็เหมือนห่างกันสามฤดูใบไม้ร่วงแล้ว” จ้าวชิงซงอุ้มเธอขึ้น แล้วพูดว่า “ต่อไป อย่าทิ้งผมไว้ที่บ้านคนเดียวอีกนะครับ ผมคิดถึงคุณมากเหลือเกิน!”
สิ่งที่จ้าวชิงซงอยากจะพูดเพิ่มเติมก็คือ วันนี้ลี่หรงสวยมาก และเขากังวลว่าภรรยาจะถูกชายอื่นหมายตา
หรือบางทีเธออาจจะได้พบกับคนที่ดีกว่าข้างนอกนั่นก็เป็นได้
ตั้งแต่มาถึงเมืองหลวง จ้าวชิงซงก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองน้อยลง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจลี่หรง เพียงแต่กังวล
เขาจึงจำเป็นต้องยืนยันว่าลี่หรงยังคงเป็นของเขาเท่านั้น
“เดี๋ยว เดี๋ยวสิคะ… อ่า… อันอันอยู่ไหนคะ? ลูกอาบน้ำแล้วเหรอ?”
“อาบแล้วครับ ผมอาบให้ตอนที่เขายังงัวเงีย เด็กน้อยไม่ยอมตื่นเลย” จ้าวชิงซงเชยคางลี่หรง พร้อมจุมพิตแผ่วเบา “ตั้งใจทำกันเถอะครับ”
…
หลังจากจินตนาการถึงกระโปรงของสวีจิ้งเหอแล้ว ลี่หรงก็ออกแบบเสร็จภายในวันเดียว
ลี่หรงรู้ว่าตัวเองไม่สามารถไปยังคฤหาสน์ของตระกูลเสิ่นเองได้ เมื่อคิดดูแล้ว จึงตัดสินใจโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่เสิ่นรั่วหนิงให้ไว้กับเธอก่อนหน้านี้
คนรับใช้เป็นคนรับโทรศัพท์ เมื่อลี่หรงอธิบายจุดประสงค์ของเธอจบ อีกฝ่ายถึงบอกให้รอสักครู่
เสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์อีกครั้ง คือเสียงของสวีจิ้งเหอ อีกฝ่ายมีความสุขมากอย่างเห็นได้ชัด “ได้ยินมาว่าแบบเสื้อของป้าเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะ” ลี่หรงถาม “เราจะนัดสถานที่กันเลยไหมคะ หรือว่า…”
สวีจิ้งเหออยากดูแบบเสื้อทันที แต่เมื่อเห็นว่ายังเช้าอยู่ เธอจึงพูดอย่างไม่ลังเล “รออยู่ที่บ้านสักพักนะ แล้วป้าจะสั่งคนขับรถให้ไปรับเธอเองจ้ะ”
เมื่อไปบ้านตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ลี่หรงสวมชุดสีฟ้าอ่อนชุดใหม่ที่ตัดเย็บเอง
จ้าวชิงซงไม่อยู่บ้าน ลี่หรงจึงพาเจ้าตัวเล็กไปฝากไว้กับแม่จ้าว แล้วขึ้นรถของตระกูลเสิ่นออกไป
แม่จ้าวอุ้มอันอันไว้ในอ้อมแขน พลางมองรถตระกูลเสิ่นที่ขับออกไป ไม่รู้ว่าลี่หรงไปเจอกับผู้มีอิทธิพลคนไหน รู้เพียงว่ามีคนมารับลูกสะใภ้ไปจริง ๆ
และลูกสะใภ้คนนี้ก็แต่งตัวได้สวยทันสมัยมาก
ไม่ใช่ว่าแม่จ้าวคิดมาก เพียงแต่ว่าโลกในเมืองหลวงนี้ดูฉูดฉาดเกินไป
ผู้หญิงคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากสนามหญ้าข้างบ้าน “ฟางหง ลูกสะใภ้ของเธอออกไปข้างนอกอีกแล้วเหรอ?”
ก่อนที่แม่จ้าวจะทันได้พูดอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ ว่า “เฮ้อ… มีรถยนต์มารับถึงหน้าบ้าน หนำซ้ำลูกสะใภ้ของเธอก็ยังสะสวยขนาดนี้ เธอควรเอาใจใส่ลูกสะใภ้ให้มากกว่านี้สักหน่อยแล้วล่ะ”
แม่จ้าวทำหน้าเครียดทันที เธอไม่อยากจะต่อบทสนทนากับผู้หญิงคนนี้แล้ว จึงหันหลังเดินอุ้มอันอันกลับเข้าไปในบ้านทันที