ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 120 เลี้ยงอาหารเย็น
บทที่ 120 เลี้ยงอาหารเย็น
ลี่หรงหยิบปูที่จ้าวชิงซงวางไว้ด้านข้าง แล้วเลือกตัวที่อวบอ้วนที่สุดมาใส่ในชามให้คุณแม่จ้าว “ลองชิมนี่ดูสิคะ ปูหวานอร่อยมากเลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นแม่จะลองชิมดูจ้ะ” บนโต๊ะมีปูอยู่หลายตัว คุณแม่จ้าวจึงไม่ปฏิเสธ หากรู้ว่าปูราคาแพงมากกว่ากุ้งก็ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร
…
เมื่อชุดเสร็จเรียบร้อย ก็ใกล้เวลาเปิดเทอมแล้ว
ครอบครัวเสิ่นส่งคนมารับชุดไปพร้อมกับเสิ่นรั่วหนิง
เดิมทีลี่หรงบอกว่าเธออยากทำอาหารที่บ้านล้อมลาน และตั้งใจจะเชิญลี่รุ่ยจือกับเสิ่นรั่วหนิงมาด้วย ไม่ใช่แค่เพื่อการพูดคุยกันเท่านั้น แต่เธอหวังเชิญพวกเขามาก่อนที่ชุดจะเสร็จ
นอกจากนี้ เธอยังกำชับลี่รุ่ยจือที่เกือบจะลืมเรื่องของขวัญไปแล้ว แต่เพราะลี่หรงเตือน เขาจึงนึกขึ้นได้
เมื่อเขานึกถึงหญิงสาวที่มีคำพูดแสนจะ ‘ตรงไปตรงมา’ ก็พลันปวดหัวขึ้นมาทันที
ลี่รุ่ยจือไม่สนใจว่าตนจะมีนัดกับเพื่อนหรือไม่ หากแต่รีบตรงไปที่ร้านสหกรณ์ และยอมจ่ายเงินซื้อนาฬิการาคาแพงสำหรับผู้หญิง
ลี่รุ่ยจือมีเงินเหลือจากเบี้ยเลี้ยงไม่มาก จึงรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างที่จะซื้อนาฬิกาที่มีราคาแพงแบบนี้ แต่เขาจำต้องซื้ออยู่ดี
เพราะด้วยฐานะของเสิ่นรั่วหนิง หากเป็นของขวัญที่ธรรมดาเกินไป แม้ว่าเขาจะเป็นคนมอบให้เองกับมือ แต่ด้วยนิสัยของคุณหนูเสิ่น ก็คง ‘ไม่ให้อภัย’ เขาแน่
ลี่รุ่ยจือไม่อยากถูกบ่นอีกแล้ว
แต่เสิ่นรั่วหนิงนั้นแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นจริง ๆ อย่างน้อยลี่รุ่ยจือก็จำหน้าเธอได้
เขานั่งเฉย ๆ ระหว่างรอพนักงานขายเก็บนาฬิกาลงกล่องให้
“สวัสดีค่ะ”
“… สวัสดีค่ะ!”
ทันใดนั้นมีใครบางคนพูดขึ้น แต่ลี่รุ่ยจือเองยังไม่รู้ตัว จนกระทั่งอีกฝ่ายแทบจะตะโกนออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง เขาจึงหันไปมองด้วยความสับสน “คุณกำลังพูดกับผมอยู่เหรอครับ?”
อีกฝ่ายพยักหน้า เหลือบมองเขาเล็กน้อยแล้วรีบก้มหน้าลง “คุณเป็นพี่ชายลี่หรงหรือเปล่าคะ?”
“ใช่ครับ แล้วคุณล่ะ?”
“ฉันชื่อซูหลี คือว่า… เราเคยพบกันก่อนหน้านี้แล้วล่ะค่ะ ตอนนั้นมหาวิทยาลัยกำลังจะเปิดเทอม ลี่หรงกับครอบครัวเดินมาซื้อของกันที่นี่ คุณยังจำได้ไหมคะ?”
ลี่รุ่ยจือเป็นคนซื่อ ไม่รู้จักพูดจาเพื่อเอาใจคน หากจำไม่ได้ เขาก็จะบอกตามตรงว่าจำไม่ได้
ซูหลีมีสีหน้าผิดหวัง ขณะพึมพำกับตัวเองว่า “นั่นสินะคะ… มันนานมากแล้ว”
แม้ว่าลี่รุ่ยจือจะเป็นคนตรง แต่ก็ไม่ได้โง่เขลา เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของอีกฝ่าย เขาจึงยิ้ม แล้วพูดว่า “คุณคือเพื่อนร่วมชั้นของเสี่ยวหรงหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ” ซูหลีได้ยินเขาถาม ความหวังก็ผุดขึ้นในใจอีกครั้ง “ฉันเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปะ เคยพบกับลี่หรงบนรถไฟ ตอนนั้นฉันมาสหกรณ์กับเพื่อน ๆ แล้วผู้ใหญ่ในครอบครัวของคุณก็อยู่ด้วย ฉันเลยไม่กล้าคุยกับเธอนานเกินไป รบกวนคุณช่วยทิ้งข้อมูลติดต่อของเธอไว้ให้หน่อยได้ไหมคะ?”
ซูหลีอธิบายต่อ “ฉันจะไม่รบกวนคุณอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ฉันแค่อยากเจอลี่หรงอีกครั้ง และอยากขอบคุณเธอที่ช่วยฉันบนรถไฟด้วย แต่ว่ายังหาโอกาสไม่ได้เลยค่ะ”
“คุณผู้ชาย นาฬิกาของคุณห่อเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” พนักงานขายหยิบกล่องนาฬิกาออกมาให้ลี่รุ่ยจือ
“อ่า ขอบคุณครับ” เขาหยิบกระเป๋าขึ้นมา คิดครู่หนึ่ง แล้วบอกชื่อคณะและชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยที่ลี่หรงเรียนให้ซูหลีฟัง
ตอนแรกเขาอยากบอกตำแหน่งที่ตั้งบ้านล้อมลาน แต่รู้สึกว่าคงไม่ค่อยดีนัก จึงบอกให้ซูหลีไปตามหาลี่หรงที่มหาวิทยาลัยแทน
ไม่รู้ว่าเขาคิดไม่ถึงหรือไม่อยากให้ข้อมูลติดต่อของตัวเองกันแน่ ซูหลีจึงได้รู้แค่ชั้นเรียนของลี่หรงเท่านั้น เธอลอบถอนหายใจเบา ๆ ตอนนี้คงต้องปล่อยไว้แบบนี้ก่อน เพราะเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับลี่หรงดีขึ้น ถึงตอนนั้นยังต้องกลัวว่าจะไม่ได้เจอลี่รุ่ยจืออีกเหรอ?
ลี่รุ่ยจือพยักหน้าให้เธอ แล้วมองไปทางประตู “ผมยังมีธุระต้องทำต่อ ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะครับ”
ลี่รุ่ยจือขี่จักรยานไปที่บ้านล้อมลาน โดยคุณแม่จ้าวมาเปิดประตูให้ “ลุงสามของอันอันเหรอจ๊ะ? รีบเข้ามาก่อนเถอะ”
ลี่รุ่ยจือยกจักรยานล้อใหญ่ขึ้นมาด้วยมือเดียว แล้วแบกเข้าไปในบ้านล้อมลาน
เสิ่นรั่วหนิงมาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังเล่นกับอันอันอยู่ในห้องนั่งเล่น มีผลไม้หลากชนิดถูกล้างจนสะอาดวางอยู่บนโต๊ะ
ลี่รุ่ยจือเห็นแล้วก็คิดในใจว่าน้องสาวของเขาช่างมีชีวิตที่ดีเสียจริง
เสิ่นรั่วหนิงเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นลี่รุ่ยจือ จึงคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข “คุณมาแล้วเหรอ? แล้วของขวัญของฉันล่ะคะ?”
ลี่รุ่ยจือยื่นถุงใส่กล่องนาฬิกาให้เธอ “นี่ครับ”
เมื่อเด็กน้อยเห็นเสิ่นรั่วหนิงได้รับถุงที่ดูสวยงาม เขาเลยพูดเลียนแบบเธอบ้าง “คุณลุง แล้วของขวัญของผมล่ะครับ?”
“รอให้ถึงวันเกิดหลานก่อนสิ” ลี่รุ่ยจือยกมือลูบหัวเด็กน้อย แล้วนั่งลงข้าง ๆ เขา “แม่ของหลานอยู่ไหนเหรอ?”
“แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ครับ”
ลี่รุ่ยจือรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เมื่อต้องนั่งอยู่ตรงนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ขณะที่เสิ่นรั่วหนิงยังคงแกะถุงอยู่ เขาก็ยืนขึ้น แล้วพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวลุงจะไปดูในครัวก่อนนะ”
น่าเสียดายที่ในห้องครัว ลี่หรงกับจ้าวชิงซงกำลังทำอาหารด้วยกันอย่างหวานชื่น บรรยากาศแบบนี้ ทำให้บุคคลที่สามอย่างลี่รุ่ยจือไม่สามารถทนได้
ลี่รุ่ยจือเดินเข้ามาด้วยความรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอายอะไร พลางมองจ้าวชิงซงด้วยความหมั่นไส้ “น้องเขย ไม่ใช่ฉันอยากจะว่านายหรอกนะ แต่อาหารคงหวานชื่นไปหมดแล้ว แบบนี้ฉันล่ะอายแทนนายจริง ๆ”
“ผมไม่เห็นอายเลย” จ้าวชิงซงยักไหล่ “ทำไมพี่ไม่ออกไปรอข้างนอกก่อนล่ะครับ ไม่อย่างนั้นจะดูรบกวนพวกเรามากเกินไป”
“ฉันไม่ออก!” ลี่รุ่ยจือหาเก้าอี้มานั่งลง “ฉันอยากดูว่าหน้านายจะหนาสักแค่ไหน จะกล้าทำตัวเหมือนพวกอันธพาลต่อหน้าพี่เขยอย่างฉันหรือเปล่า”
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะครับ?” จ้าวชิงซงที่ยังคงถือจานอยู่ในมือ โน้มตัวไปหอมแก้มลี่หรง จากนั้นเลิกคิ้วมองลี่รุ่ยจือ
ลี่รุ่ยจือยกมือปิดตา แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “ทนดูไม่ได้จริง ๆ …”
จ้าวชิงซง “พี่เป็นโสดมานานแล้ว คงไม่เข้าใจความสุขของการมีภรรยาหรอกครับ”
“ดูเขาสิ เสี่ยวหรง เธอจะไม่จัดการหน่อยเหรอ?”
“จัดการอะไรล่ะคะ?” ลี่หรงตอบอย่างจริงจัง “ที่นี่คือบ้านของฉัน เราสองคนจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย พี่ไม่เข้าใจหรอกค่ะ จ้าวชิงซงมานี่สิคะ”
เมื่อจ้าวชิงซงเข้ามาใกล้ ลี่หรงก็จูบแก้มเขาทันที
ไม่มีใครสนใจการมีตัวตนของลี่รุ่ยจือเลย
“ได้ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปดีกว่า” ลี่รุ่ยจือทนไม่ไหวอีกต่อไป พลางลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป
“พี่สาม” ลี่หรงหยุดเขาไว้ เมื่อเขาหันกลับมา เธอก็พูดว่า “ฉันคิดว่ารั่วหนิงเป็นคนดี ดูเหมือนว่าเธอจะสนใจพี่อยู่ ฉันคิดว่าพี่ไปคุยกับเธอก็ได้นะคะ”
ใบหน้าของลี่รุ่ยจือเริ่มร้อนผ่าว เขาจึงรีบวิ่งหนีไป ด้วยท่าทางราวกับว่าผู้เป็นน้องสาวกลับกลายเป็นพี่สาวของเขาแทนเสียอย่างนั้น
เมื่อเขากลับไปที่ห้องนั่งเล่น ก็เห็นเสิ่นรั่วหนิงกำลังวุ่นอยู่กับสายนาฬิกา เขาคิดถึงคำพูดของลี่หรงอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปข้างนอกด้วยความลำบากใจ แต่เสิ่นรั่วหนิงดันเห็นเขาเสียก่อน
เสิ่นรั่วหนิงหยุดเขาไว้ “คุณจะไปไหนคะ? มาช่วยฉันปรับสายนาฬิกาหน่อยสิคะ สายเส้นนี้มันยาวเกินไปหน่อย”
ลี่รุ่ยจือระงับความลำบากใจ แล้วสงบสติอารมณ์เดินเข้าไปหา “ให้ผมดูหน่อยครับ”
“ผมไม่รู้ขนาดข้อมือของคุณ ก็เลยซื้อนาฬิกาผู้หญิงที่มีสายยาวมาตรฐานมา มันเล็กกว่ามากหรือเปล่าครับ?”
เสิ่นรั่วหนิงยื่นมือไปตรงหน้าลี่รุ่ยจือ
ผิวขาวใสพลันปรากฏแก่สายตา ลี่รุ่ยจือมองข้อมือเรียวด้วยความงุนงง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นข้อมือของหญิงสาว ไม่สิ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็น แต่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สังเกตอย่างใกล้ชิด
ข้อมือของผู้หญิงทุกคนบางมาก หรือว่าแค่เธอคนนี้?
เขาเหม่อครุ่นคิด จนลืมปรับสายนาฬิกา
“เอ๊ะ?” เสิ่นรั่วหนิงไม่ค่อยพอใจ เขายังมัวเหม่ออยู่ได้อย่างไรกัน?
“โอ้…” ลี่รุ่ยจือถูกเธอเรียกจึงกลับมารู้สึกตัว ก่อนกระแอมในลำคอ “ผมจะช่วยดูให้เดี๋ยวนี้ครับ”
“มันยาวเกินไป เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรมาช่วยปรับให้เล็กลงสักสองสามข้อนะครับ”
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
4KGPU63X