ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 126 การแข่งขันประจำสาขาวิชา นักการทูต
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 126 การแข่งขันประจำสาขาวิชา นักการทูต
บทที่ 126 การแข่งขันประจำสาขาวิชา นักการทูต
“ได้ยินมาว่าเธอมาจากทางใต้เหรอ?”
ตัวละครที่รับบทโดยลี่หรงเดินกลับมาที่เตียง หลังจากแขวนผ้าเสร็จ หลี่ชุนเสวี่ยก็โผล่หน้าออกมาถาม
“ใช่ ฉันมาจากเมือง G น่ะ”
…
ละครตลกของพวกลี่หรง เพียงพูดแค่ไม่กี่ประโยคก็เรียกเสียงฮาระลอกใหญ่ได้แล้ว ทำให้ผู้ชมต่างหัวเราะกันไม่หยุด
จนกระทั่งการแสดงจบลง ผู้ชมต่างยังอารมณ์ค้าง ไม่อยากให้ละครจบลงเลย
หลังจากแสดงละครเสร็จ ทุกคนก็หมดหน้าที่แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลี่หรงจึงเตรียมจะเดินจากไป
เสิ่นรั่วหนิงรู้ว่าเพื่อนสาวพาอันอันมา และเธอก็ตั้งตารอที่จะได้เจอกับใครบางคนด้วยเช่นกัน จึงเรียกลี่หรงไว้ “เดี๋ยวก่อน ฉันจะไปกับเธอด้วย ยังมีการแสดงอีกหลายรายการเลย ฉันอยากจะไปนั่งดูแถวหน้า เมื่อกี้ที่ยืนดูจากด้านข้างเวที ทำเอาฉันชะเง้อคอจนปวดไปหมดแล้วล่ะ”
หลังจากตามลี่หรงไปหาอันอันกับแม่สามีของเพื่อนสาวแล้ว เสิ่นรั่วหนิงก็ยิ้มให้อันอัน แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัว ทว่าก็ไร้วี่แววของชายคนนั้น
“กำลังมองหาใครอยู่เหรอ?” ลี่หรงแตะข้อศอกของเสิ่นรั่วหนิง “นั่งลงเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นเธอจะบังคนอื่น เดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้นะ”
เสิ่นรั่วหนิงนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างลี่หรง แล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าพี่สามของเธอจะมาด้วยซะอีก”
“ไม่ได้มาหรอก เขาไปเมือง G กับจ้าวชิงซงน่ะ”
“เมือง G เหรอ ไปทำอะไรที่เมือง G ล่ะ?” เสิ่นรั่วหนิงถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ลี่หรงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเปิดเผยไปเพียงเล็กน้อย “เห็นว่านโยบายที่นั่นจะเริ่มเปิดกว้างแล้ว ก็เลยลองไปหาลู่ทางที่นั่นดูน่ะ”
เสิ่นรั่วหนิงไม่ค่อยมีไหวพริบกับเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ แม้ว่าทางใต้จะเปิดกว้างแล้ว แต่พวกเขาจะทำอะไรได้ ถึงแม้จะเดินทางไปที่นั่นเลยก็เถอะ?
เธอทำได้แต่พูดว่า “อ๋อ” เพียงเท่านั้น
จนกระทั่งงานเลี้ยงจบลง ลี่หรงก็กล่าวลาเสิ่นรั่วหนิงแล้วกลับบ้าน
เด็กน้อยยังคงกระฉับกระเฉงและไม่ง่วงเลย ขณะเดินตามหลังผู้เป็นแม่ อันอันพูดคุยกับลี่หรงด้วยความตื่นเต้น
ลี่หรงจึงฟังเขาอย่างอดทน
เด็กน้อยพูดเสียงดัง “แม่ครับ! เมื่อกี้ผมเห็นแม่ด้วยล่ะครับ กำลังแขวนเสื้ออยู่!”
“อันอันของเราเก่งมากเลย แล้วยังเห็นอะไรอีกจ้ะ?”
“พอแม่พูดจบ พี่สาวคนอื่น ๆ ก็พูด แล้วคนก็หัวเราะกัน ผมไม่รู้ว่าทุกคนหัวเราะอะไรกัน แม่ครับ พวกเขาหัวเราะเรื่องอะไรเหรอครับ?”
“เดี๋ยวลูกโตขึ้นก็รู้เองจ้ะ” ลี่หรงไม่อยากอธิบายเรื่องตลกเหล่านั้นให้เขาฟังจริง ๆ เพราะเรื่องเหล่านั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ทางสังคม และมีความรู้ความเข้าใจบางอย่างเท่านั้น
แม่จ้าวกล่าวว่า “นี่สนุกกว่าที่แม่เคยดูในชนบทเสียอีก มีการแสดงมากมายแบบนี้ ทั้งหมดนี่คือนักศึกษามหาวิทยาลัยแสดงเองหมดเลยหรือเปล่าจ๊ะ?”
“ใช่แล้วค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “นี่คืองานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย เพื่อต้อนรับนักศึกษาใหม่ค่ะ”
เนื่องในวันชาติ มหาวิทยาลัยจึงประกาศหยุดเรียน
ไม่มีข่าวการกลับมาของจ้าวชิงซง ลี่หรงจึงพาอันอันกลับไปบ้านสกุลลี่เป็นเวลาสองวัน
ยังเหลือวันหยุดอีกห้าวัน
ลี่หรงนึกอยากซื้อตั๋วไปเมือง G แต่ก็ไม่ได้ซื้อ
ด้วยช่วงนี้มีเวลาไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางไกล เครื่องบินและรถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่แพร่หลายในยุคนี้ การเดินทางจึงไม่ค่อยสะดวกนัก
เธอจึงทำได้เพียงอยู่ที่บ้านเพื่อรอไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง
เกือบปลายเดือนตุลาคม พวกจ้าวชิงซงถึงได้ส่งข่าวกลับมา โดยบอกว่าตลาดทางใต้คึกคักมาก โดยรัฐบาลเองยังได้ออกนโยบายมากมาย เพื่อส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ…
จดหมายบอกว่าเขาจะกลับมาบ้านในเดือนพฤศจิกายน และเขาเองก็คิดถึงลี่หรงมาก
ลี่หรงรู้สึกอบอุ่นใจหลังจากอ่านจดหมาย ราวกับว่ากำลังจะได้รับการเติมเต็มในช่วงเวลาที่ขาดหายไป
แม่จ้าวที่กำลังมองจากด้านข้าง “เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ เจ้ารองบอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?”
“เดือนหน้าค่ะ”
“โอ้โห! นานจริง คิดว่าจะไม่ได้เจอจนถึงปีใหม่เสียแล้ว”
ลี่หรงเพียงยิ้มไม่ได้พูดอะไร ตามความเข้าใจของเธอที่มีต่อจ้าวชิงซง เธอรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดจนกว่าจะแน่ใจก่อน
ในเดือนพฤศจิกายน จ้าวชิงซงน่าจะกลับมาแล้ว
ซึ่งก่อนที่จ้าวชิงซงจะกลับมา ในเดือนนั้น ได้มีการจัดแข่งขันสุนทรพจน์ วัดระดับความรู้ทางสาขาวิชาอีกครั้งในมหาวิทยาลัย
ลี่หรงรู้สึกสนใจมาก
อาจารย์โจว ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำชั้น ได้จัดการประชุมในชั้นเรียนขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาในชั้นเรียนมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่
“มหาวิทยาลัยของเราเสนอการแข่งขันนี้ และเป็นผู้ดำเนินงานเองด้วย โดยจะจัดแข่งขันในสาขาวิชาเดียวกัน อันดับหนึ่งจะได้รับรางวัลใหญ่สุดพิเศษ พร้อมกับเงินพิเศษมูลค่าห้าร้อยหยวน ส่วนอันดับที่สองและสามจะได้รางวัลเป็นเงินสองร้อยหยวน”
ทุกคนในชั้นเรียนรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ทุกคนต่างถามพร้อมกัน “รางวัลอะไรเหรอคะ?”
อาจารย์โจวส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วมองสวีเหยียน “ให้หัวหน้าชั้นอธิบายให้พวกคุณฟังเถอะ”
สวีเหยียนตื่นเต้น “ประเทศของเราต้องสื่อสารกับเพื่อนต่างชาติ และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้ติดต่อกับสหภาพโซเวียตและประเทศอื่น ๆ จึงต้องการผู้ที่มีความสามารถพูดภาษาอังกฤษและมีทักษะทางวิชาชีพ คนที่ได้อันดับหนึ่งจะสามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมนักการทูตได้”
เมื่อเขาพูดจบ ทั้งชั้นเรียนก็ฮือฮากันทันที
นักการทูต!
นั่นไม่ได้หมายความว่า จะได้เจอประธานาธิบดีของประเทศหรอกหรือ?
หลายคนกระตือรือร้นด้วยอยากจะลอง
“นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก” อาจารย์โจวอ่านสีหน้าของนักศึกษาออก เมื่อเห็นว่าพวกเขากระตือรือร้นแล้ว จึงถือโอกาสพูดว่า “อีกอย่างคือทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วถ้าเกิดได้อันดับหนึ่งขึ้นมา…”
ลี่หรงยกมือขึ้น
“เพื่อนร่วมชั้นลี่หรง คุณมีอะไรจะพูดหรือเปล่าครับ?” อาจารย์โจวถาม
“หัวหน้า เราต้องแข่งขันแบบไหนเหรอคะ?”
“แข่งขันทักษะ” สวีเหยียนกล่าว “โดยการจัดทำแผนการนำเข้าและส่งออกสินค้า ในรอบแรก เพียงแค่ต้องส่งแผนเป็นภาษาจีนเท่านั้น”
“รอบแรกเหรอ?” เพื่อนร่วมชั้นถาม “จะแข่งขันกันหลายรอบเลยหรือเปล่า?”
สวีเหยียนพยักหน้า “มีทั้งหมดสามรอบ รอบที่สองเป็นการนำเสนอแผนงานให้อาจารย์ฟัง และรอบที่สามเป็นการอธิบายแผนงานเป็นภาษาอังกฤษ ได้ยินมาว่านักการทูตมาคอยให้คำแนะนำด้วย”
“คุณพระ ต้องเครียดแล้วแบบนี้!”
เสิ่นรั่วหนิงคว้าแขนของลี่หรง “ตั้งสามรอบเชียวนะ ฉันรู้สึกว่าฉันคงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ ถึงภาษาอังกฤษของฉันจะดี แต่ฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการค้าต่างประเทศประเภทนี้เท่าไรเลย”
ลี่หรงมองเธออย่างช่วยไม่ได้ “เธอไม่ได้เรียนเอกการค้าระหว่างประเทศมาหรอกเหรอ?”
“นั่นมันผ่านมานานแค่ไหนแล้วล่ะ?” เสิ่นรั่วหนิงพูดตามความเป็นจริง “ฉันยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แล้วจะเขียนแผนเองได้อย่างไรเล่า ถ้าเป็นเหมือนงานกลุ่มครั้งก่อน ๆ ก็ยังพอจะเป็นไปได้”
ลี่หรงพูด “สิ่งที่เธอพูดก็สมเหตุสมผล แต่คราวนี้สามารถแข่งได้แบบเดี่ยวเท่านั้น ด้วยหากต้องการแข่งแบบกลุ่ม ก็คงไม่ได้รับอนุญาต?”
“นั่นสิ” เสิ่นรั่วหนิงกระซิบ “ความจริงแล้วฉันรู้สึกเฉย ๆ กับการได้ไปเจอนักการทูตแล้วล่ะ”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะฉันเคยเจอแล้วน่ะสิ”
ลี่หรง “…”
สวีเหยียนยกนาฬิกาในมือขึ้นพลางพูดขึ้น “นี่คือแบบฟอร์มลงทะเบียน มีใครอยากสมัครบ้าง?”
ลี่หรงทนความตื่นเต้นไม่ได้ นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเธอเลยทีเดียวเชียว
เธอต้องลงทะเบียนอย่างแน่นอน
เสิ่นรั่วหนิงเองก็ลงทะเบียนด้วย
โอ้! ไม่สิ เรียกได้ว่า ตอนนี้นักศึกษาเกือบครึ่งหนึ่งของชั้นเรียนได้ลงทะเบียนกันแล้ว
ทุกคนที่มาเรียนมหาวิทยาลัยชิงหัว ไม่มีใครคิดจะใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย จึงไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป
เมื่อลี่หรงเห็นทุกคนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน ความกดดันก็พลันเพิ่มขึ้นทันที
ทว่าหญิงสาวก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเธอเคยมีประสบการณ์ในการแข่งขันประเภทนี้มามากมายแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนแผน
จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์เสียก่อน
ลี่หรงคิดว่ามณฑล H ที่เป็นแหล่งปลูกสาลี่นั้นน่าสนใจ ในอนาคต สาลี่ของมณฑล H ไม่เพียงแต่ขายให้กับเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศเท่านั้น แต่ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าทางการเกษตร ที่ได้ส่งออกประจำของมณฑล H ด้วย
เมื่อผนวกกับธุรกิจผลไม้ที่จ้าวชิงซงกำลังทำอยู่แล้วนั้น
ลี่หรงจึงตัดสินใจจัดทำแผนการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร
ขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ในหอพักของลี่หรง ก็ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วเช่นกัน
ทุกคนต่างอยากรู้หัวข้อของคนอื่น แต่ก็ยากที่จะถาม เพราะมันคงไม่ดีแน่ถ้าถามถึงหัวข้อของคนอื่น แล้วไม่ยอมบอกหัวข้อของตนเองด้วย
ดังนั้น พวกเธอจึงมีข้อตกลงกันว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ในหอพัก
หากแต่เสิ่นรั่วหนิงแตกต่างออกไป แม้ว่าเธอจะลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม แต่ก็เป็นเพียงเพื่อความสนุกสนาน เสิ่นรั่วหนิงไม่คิดว่าโอกาสเป็นที่หนึ่งจะตกถึงมือเธอได้ ส่วนเงินสองร้อยหยวน สำหรับอันดับที่สองและอันดับที่สาม เธอก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
………………………………………………………………………………………………………..
AI77YA3F