ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 130 อาจารย์หยวน
บทที่ 130 อาจารย์หยวน
ลี่หรงแอบหยิกหลังของจ้าวชิงซง ชายหนุ่มจึงขยับไหล่ แล้วพูดว่า “ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว พวกผมต้องกลับบ้านก่อนนะครับ ที่นี่ยังไม่เรียบร้อยดี ไว้จะกลับมาจัดการต่อพรุ่งนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับอาจารย์หยวน”
หลังจากเดินออกมาแล้ว ลี่หรงก็ตบหน้าอกตัวเอง “คุณพระ เมื่อครู่นี้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเลย” เธอมองจ้าวชิงซง แล้วบ่นว่า “คุณเก่งมากเรื่องเช่าบ้าน ถึงกับเช่าบ้านอาจารย์ของฉันเลยนะคะเนี่ย จากนี้ไปฉันก็ต้องเจออาจารย์บ่อยขึ้นอย่างนั้นสินะคะ?”
แค่คิดว่าต้องพบกับอาจารย์หยวนทุกครั้งที่มาช่วยขายของในร้าน ลี่หรงก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ” จ้าวชิงซงจับมือเธอ “บางทีอาจารย์หยวนอาจช่วยคุณได้บ้าง ถ้าในอนาคตคุณไม่เข้าใจบทเรียนอะไร ก็สามารถถามเขาได้นะครับ”
ใช่แล้ว เขาช่วยจุดประกายความกระตือรือร้นให้ลี่หรงเล็กน้อย
ชายหนุ่มทักท้วงให้หญิงสาวทำการบ้านให้เสร็จในช่วงวันหยุด และยังกำชับให้เธออ่านหนังสือด้วย
ลี่หรงอยากจะร้องไห้จริง ๆ เธอหยิกจ้าวชิงซงอย่างแรง “ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณ!”
เมื่อกลับไปถึงบ้าน
ลี่หรงถามจ้าวชิงซง “ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าอาจารย์หยวนอยู่คนเดียว เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเปล่าคะ?”
“ก็ไม่น่าแปลกใจเลย จริงสิครับ”
“อาจารย์หยวนช่างน่าสงสารจริง ๆ” จู่ ๆ ลี่หรงก็พึมพำ “ฉันก็เศร้าเหมือนกัน พรุ่งนี้ฉันต้องเริ่มทำการบ้านจริง ๆ แล้วล่ะค่ะ”
จ้าวชิงซงลูบผมเธอ “แค่คิดว่าเป็นการทำการบ้านให้เสร็จก่อนเวลาก็พอแล้วครับ”
เมื่อถึงวันเปิดร้านขายผลไม้ ลี่หรงก็เขียนบทพูดสุนทรพจน์เสร็จแล้วเช่นกัน
ช่วงนี้เธอไม่กล้าไปร้านขายผลไม้สักเท่าไหร่ จนกว่าตัวเองจะเขียนบทพูดเสร็จ ด้วยรู้สึกผิดมากเมื่อคิดว่าต้องไปพบกับอาจารย์หยวน จนเธอเลี่ยงที่จะไปร้านขายผลไม้แทน
จ้าวชิงซงไม่ได้ปิดบังเรื่องเปิดร้านขายผลไม้จากแม่จ้าว ช่วงนี้ลี่หรงไม่ได้มา แม่จ้าวจึงมาช่วยที่ร้านแทน
เมื่อแม่จ้าวรู้ว่าลูกชายของตนเปิดร้าน ก็ตกใจมาก ด้วยไม่คาดคิดว่าจ้าวชิงซงจะร่ำรวยจนสามารถเช่าบ้านเปิดธุรกิจได้
ในเวลานี้แม่จ้าวได้เรียนรู้แล้วว่า ประเทศมีนโยบายที่เปิดกว้างทางการค้ามากขึ้น เธอยังถามด้วยว่า “ทำไมลูกไม่บอกให้พี่ชายของลูกรู้ด้วยล่ะ ว่าตอนนี้มีนโยบายนี้แล้ว?”
“ไว้ผมจะบอกทีหลังนะครับ”
แม่จ้าวพยักหน้า แล้วครุ่นคิดกับตัวเองว่าจะให้ลูกชายคนโตทำธุรกิจด้วยดีไหม เพื่อที่สองพี่น้องจะได้หาเงินได้มากมายด้วยกัน
แต่เมื่อคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าทุกคนมีเส้นทางเป็นของตัวเอง หากจ้าวชิงซงอยากพาจ้าวชิงหยางเข้ามาร่วมทำธุรกิจด้วยจริง ๆ เขาคงจะเอ่ยปากพูดเอง ถ้าเขาไม่พูด มันคงเป็นการดีกว่าหากแม่จ้าวไม่ไปเซ้าซี้
แม่จ้าวไปช่วยเก็บข้าวของต่าง ๆ มากมาย เมื่อเห็นจ้าวชิงซงกำลังจัดห้อง โดยมีผลไม้เจ็ดหรือแปดชนิดวางอยู่บนชั้นวาง ใบหน้าของแม่จ้าวก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงไปเอาตู้แช่เย็นมาจากไหน มันสามารถใช้เก็บรักษาผลไม้ไม่ให้เน่าเสียได้
แม่จ้าวรู้สึกอบอุ่นใจมากเมื่อเห็นแบบนี้ และรู้สึกว่าลูกชายคนรองของตนมีความสามารถนัก
เก่งมากจริง ๆ
ในวันเปิดร้าน ผู้อาวุโสสองคนของตระกูลลี่ก็มาด้วย
มีข้อความติดไว้ที่ประตูว่าเงินทองไหลมา ขอให้กิจการรุ่งเรือง และคำมงคลอื่น ๆ มากมาย
ทันทีที่เสียงประทัดเงียบลง ร้านก็เริ่มเปิดทำการแล้ว
เปิดร้านใหม่วันแรก จ้าวชิงซงจัดส่วนลดเพื่อส่งเสริมการขาย โดยผลไม้ทุกชนิดจะลดราคาลงห้าสิบเปอร์เซ็นต์
โชคดีที่เขาทำธุรกิจค้าส่ง และมีแหล่งสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะขาดทุนไปเท่าไหร่
ลี่หรงไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับแนวทางของเขา มันคงจะดีกว่า ถ้าบรรยากาศวันเปิดร้านใหม่วันแรกคึกคัก เพราะจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มาก
ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์นั้นถือว่าลดไปเยอะมาก คนจึงแห่มาซื้อกันด้วยความสนใจ
ในตอนแรกบางคนคิดว่าคงเป็นผลไม้ที่คุณภาพไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อเข้าไปดูก็พบว่าเป็นผลไม้สดคุณภาพดีทั้งหมด จึงรีบจ่ายเงินซื้อกันทันที
ร้านขายผลไม้มีขนาดใหญ่ กว้างเกือบยี่สิบตารางเมตร แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ จึงมีชั้นวางผลไม้ไม่ถึงสิบชั้น เมื่อรวมกับผลไม้ในช่องแช่แข็ง ก็มีผลไม้ทั้งหมดเพียงเจ็ดหรือแปดชนิดเท่านั้น
แต่ละชั้นวางจะมีราคาผลไม้ติดอยู่
แต่วันนี้เปิดร้าน พร้อมแจกส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ จึงมีกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่ง เขียนราคาหลังลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ติดไว้ด้วย
จ้าวชิงซงไม่ใช่คนขายผลไม้คนแรกในซอยนี้ เพียงแต่เขาเป็นคนใจกว้างที่สุด ไม่มีคนขายผลไม้คนใดที่ให้ส่วนลดมากมายขนาดนี้ในวันเปิดร้านใหม่
เขาไม่ได้คิดจะขายตัดราคา แต่เพียงใช้ประโยชน์จากช่วงเปิดร้านใหม่ เพื่อจัดกิจกรรมดึงดูดลูกค้าเท่านั้น จึงไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมอาชีพอิจฉาเท่าใดนัก
ทันทีที่เปิดร้าน ก็ไม่มีใครได้หยุดพักเลย
ลี่หรงช่วยขายผลไม้ ยุ่งจนหัวหมุนเหมือนลูกข่าง เมื่อถึงเวลาใกล้ค่ำ จำนวนลูกค้าก็ลดลงมาก
ถึงตอนนี้ผลไม้ในร้านใกล้ขายหมดแล้ว
ขณะที่ไม่มีลูกค้าอยู่ในร้าน ลี่หรงก็รีบปิดแผงอย่างรวดเร็ว
“วันนี้คนเยอะมาก ธุรกิจไปได้สวยเลยนะคะ” แม้ว่าลี่หรงจะเหนื่อย แต่เธอก็ยังยิ้ม “ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปจะทำเงินได้เยอะแน่นอนค่ะ”
จ้าวชิงซงยืนอยู่ข้าง ๆ “ภรรยาพูดถูกแล้วครับ”
“แน่นอนสิคะ” ลี่หรงภูมิใจมาก
วันนี้พ่อลี่ก็ยุ่งทั้งวันเช่นกัน เพราะทำหน้าที่รองหัวหน้าฝ่ายขายผลไม้ที่ร้าน เขาไม่รู้สึกอายเลย ทั้งยังอารมณ์ดีตลอดทั้งวันอีกด้วย
ส่วนแม่ลี่กับแม่จ้าวไปซื้อผัก และรับผิดชอบเรื่องทำอาหาร
ที่ชั้นหนึ่งมีสวนอยู่ด้านหลัง จ้าวชิงซงจึงสร้างห้องครัวอย่างเรียบง่าย พร้อมเตรียมสองเตาเอาไว้ด้วย ซึ่งทั้งสองเตานั้นเป็นเตาถ่าน
ทั้งยังมีการจัดโต๊ะไว้ในสวนสำหรับมื้อเย็น
ลี่หรงไปที่สวนหลังบ้าน เมื่อเห็นว่าอาหารพร้อมแล้ว จึงบอกให้จ้าวชิงซงขึ้นไปชั้นบน เพื่อเรียกอาจารย์หยวนให้ลงมากินข้าวด้วยกัน
จ้าวชิงซงยิ้ม “คุณไม่กล้าไปเหรอครับ?”
ลี่หรงเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย หลังจากถูกเขาหยอก เธอจึงหยิกแขนของจ้าวชิงซง “หยุดล้อฉันแล้วรีบไปเถอะค่ะ”
เมื่อทุกคนรู้ว่าเจ้าของบ้านคืออาจารย์ของลี่หรง ผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลลี่ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญเช่นกัน
พวกเขาพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ลี่หรงเคยบอกแม่จ้าวและคนอื่น ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้าของบ้านล่วงหน้าแล้ว แต่พวกเธอไม่ได้ถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องเศร้าของอาจารย์หยวนบนโต๊ะอาหารเย็น
แต่เมื่ออาจารย์หยวนรู้ว่าพ่อลี่กับแม่ลี่ ต่างเป็นพนักงานของหน่วยทางการ จึงแปลกใจมากว่าทำไมลี่หรงถึงอยู่กับจ้าวชิงซง
อาจารย์หยวนสูญเสียลูกชายและภรรยาไปในวัยกลางคน ทุกวันนี้เขากลายเป็นคนค่อนข้างเฉยเมย และไม่สนใจเรื่องภายนอกมากนัก ตัวอย่างเช่น เขาสอนลี่หรงมาสองภาคเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าลี่หรงแต่งงานมีลูกแล้ว เรื่องนี้เขาเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง
ภูมิหลังครอบครัวของลี่หรงกับจ้าวชิงซง อาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาจึงไม่เข้าใจว่าทั้งสองมาแต่งงานกันได้อย่างไร
อาจารย์หยวนถามตามที่สงสัย
แม่ลี่ยิ้ม แล้วพูดว่า “ถามเสี่ยวหรงสิคะ”
ลี่หรงเล่าเรื่องราวตอนที่เธอไปชนบท หลังจากนั้นเธอก็มองจ้าวชิงซงด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้หนูมีความสุขมากค่ะ”
อาจารย์หยวนคิดว่าเขาเองก็มองคนไม่ผิด ช่วงนี้เขาติดต่อกับจ้าวชิงซงบ่อยครั้ง และรู้สึกว่าชายหนุ่มเป็นคนดี จึงพยักหน้า แล้วพูดว่า “เสี่ยวจ้าวเป็นคนดีครับ”
เมื่อใกล้จะกินข้าวเสร็จ อาจารย์หยวนก็ถามลี่หรงว่า “คุณเขียนบทพูดเสร็จแล้วหรือยังครับ?”
“อ่า… เขียนเสร็จแล้วค่ะ”
“พรุ่งนี้เอามาให้ผมดูหน่อยสิครับ”
ลี่หรงตอบ “จะดูไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ? อาจารย์เป็นกรรมการตัดสินด้วยนี่คะ”
“อะไรกัน ผมไม่สามารถให้คำแนะนำ เรื่องการบ้านนักศึกษาของตัวเองได้เหรอครับ?” อาจารย์หยวนพูดแบบไม่กังวลเลย “แล้วผมก็ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินคนเดียว และไม่ใช่คนตัดสินรอบสุดท้ายด้วย ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถ้าผมอยากให้คุณใช้เส้นล่ะก็ ผมคงไม่ตรวจให้คุณหรอก ไม่สู้ให้คุณผ่านเข้ารอบไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?”
ลี่หรงรู้ว่าอาจารย์หยวนอยากช่วยเธอจริง ๆ หญิงสาวจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่พรุ่งนี้มีเรียนพอดี ให้หนูเอาไปส่งให้ที่มหาวิทยาลัยเลยไหมคะ?”
“เอามาส่งที่นี่ดีแล้วครับ” อาจารย์หยวนพึมพำ “คงจะไม่ดีถ้าคุณเอาไปส่งที่มหาวิทยาลัยให้คนอื่นเห็น”