ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 131 ให้เงินตอบแทนสำหรับการทำงานหนัก
บทที่ 131 ให้เงินตอบแทนสำหรับการทำงานหนัก
หลังเลิกเรียนในวันรุ่งขึ้น ลี่หรงไปร้านขายผลไม้ พร้อมกับนำบทพูดสุนทรพจน์ที่เขียนเสร็จแล้วไปด้วย
แต่น่าเสียดายที่อาจารย์หยวนยังอยู่ที่มหาวิทยาลัย ลี่หรงจึงไปช่วยจ้าวชิงซงดูแลร้าน และแม่จ้าวก็อยู่ที่นั่นด้วย
จ้าวชิงซงชั่งน้ำหนักผลไม้ โดยใช้เครื่องชั่งแบบตุ้มชั่งน้ำหนัก ลี่หรงเคยขายพะโล้ในหมู่บ้านต้าเจียง ตอนนั้นเธอต้องเรียนรู้วิธีใช้อยู่นาน แต่ตอนนี้พอไม่ได้ใช้งานเลย ก็เกือบลืมวิธีใช้ไปหมดแล้ว หากจ้าวชิงซงอยู่ในร้านด้วย เธอก็จะมอบหน้าที่ชั่งน้ำหนักให้เขาแทน
แม่จ้าวเองก็คุ้นเคยกับการใช้เครื่องชั่งนี้มากกว่าเช่นกัน ลี่หรงจึงขอให้แม่จ้าวชั่งน้ำหนักให้ด้วย
อันอันเห็นลี่หรงผลักจ้าวชิงซงไปชั่งน้ำหนักผลไม้ให้หลายครั้ง เขาจึงมองจ้าวชิงซงด้วยสายตาสงสัย แล้วเกาแก้มตนเองด้วยนิ้วชี้ “แม่อายเหรอครับ?”
จ้าวชิงซงหัวเราะเสียงดัง แล้วลูบหัวกลม ๆ ของเด็กน้อย “แม่ของลูกขี้เกียจ แล้วยังอ่านตาชั่งไม่เป็นด้วย ถ้าออกไปซื้อของข้างนอก คงต้องโดนโกงแน่เลย”
เด็กน้อยยิ้มอวดฟันขาว “แม่ซื่อบื้อ”
“…” ลี่หรงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วแสร้งทำหน้าเศร้า “ถ้าอันอันพูดอย่างนั้น แม่จะเสียใจนะ”
เด็กน้อยกอดลี่หรง แล้วลูบหลังเธอเบา ๆ “แม่อย่าเศร้าเลยครับ พ่อต่างหากที่ซื่อบื้อ”
“ฮ่า ๆ ๆ จ้าวชิงซง!” ลี่หรงหัวเราะจนตัวงอ ตอนนี้เจ้าเด็กน้อยเริ่มทะเล้นขึ้นทุกวัน เขามักจะพูดประโยคติดตลกอยู่เสมอ
จ้าวชิงซงชั่งน้ำหนักผลไม้ให้ลูกค้า แล้วหันกลับมามองทั้งคู่ ด้วยสายตาอ่อนโยนที่ยากจะเก็บซ่อน เขาเหลือบมองตาชั่ง แล้วพูดกับลูกค้าด้วยรอยยิ้มว่า “สามจิน รวมเป็นสามหยวนยี่สิบสี่เหมา ผมเอาแค่สามหยวนก็พอครับ”
เขาอารมณ์ดีจึงปัดเศษให้ลูกค้า
เมื่อลูกค้าออกไปแล้ว ก็คิดว่าเถ้าแก่ร้านนี้ใจดีมาก
จ้าวชิงซงหยิบส้มขึ้นมา แล้วใช้มีดปอกให้ทั้งสองกิน
“ส้มพวกนี้อร่อย เนื้อฉ่ำและหวานมาก”
“ส้มเนื้อฉ่ำพวกนี้เพิ่งขายออกสู่ตลาดเลยครับ คุณกินให้อิ่ม แล้วเอาไปมหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ด้วยสิครับ”
“จะว่าไปแล้วทำไมยังไม่เห็นอาจารย์หยวนเลยล่ะคะ? ปกติฉันจะเห็นเขากลับมาเวลานี้นะคะ”
ลูกค้าอีกรายเข้ามาในร้าน จ้าวชิงซงเหลือบมอง แล้วปล่อยให้ลูกค้าเลือกตามที่พอใจ จากนั้นตอบลี่หรงว่า “ไม่รู้สิครับ วันนี้อาจมีเรื่องต้องทำหลายอย่าง ก็เลยกลับมาช้าล่ะมั้งครับ”
“แม่คงเตรียมอาหารไว้แล้ว ฉันควรจะรอให้เขาตรวจบทพูดของฉันก่อนดีไหมคะ?”
“คุณกลับไปกินข้าวก่อนเถอะครับ วันนี้ลูกค้าเยอะมาก เดี๋ยวผมปิดร้านแล้วจะเอาบทพูดของคุณให้เขาตรวจเองครับ”
นั่นเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว อีกทั้งลี่หรงไม่จำเป็นต้องอยู่ฟังคำวิจารณ์ของอาจารย์หยวนทันทีด้วย เธอจึงหยิบบทพูดส่งให้จ้าวชิงซง แล้วอุ้มลูกน้อยขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะคะ หากคุณส่งบทพูดให้อาจารย์หยวนแล้ว รีบกลับบ้านเลยนะ อย่ามัวช้าล่ะ เงินยังไม่หมดง่าย ๆ หรอกค่ะ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “เข้าใจแล้วครับ อันอัน กลับบ้านไปกินข้าวให้อร่อย แล้วอาบน้ำด้วยนะ”
“ครับ” เด็กน้อยตอบ “พ่อก็ต้องรีบกลับบ้านเหมือนกันนะครับ”
ร้านขายผลไม้อยู่ไม่ไกลจากบ้านล้อมลาน ใช้เวลาเดินจากถนนหลัวกู่ เข้าไปในซอยประมาณสิบนาทีก็ถึงแล้ว
ถนนหลัวกู่เป็นถนนที่ตั้งร้านขายผลไม้ของจ้าวชิงซง เดิมเรียกว่าตรอกหลัวกู่
เนื่องจากทำเลดีและโครงสร้างของบ้านก็เหมาะกับการเปิดร้านค้า แถวนี้จึงค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นถนนขายของ และเปลี่ยนชื่อเป็นถนนหลัวกู่ในภายหลัง
เมื่อแม่จ้าวเห็นว่ามีเพียงลี่หรงและอันอันที่กลับมา จึงถามว่า “เจ้ารองยังอยู่ที่ร้านต่อเหรอจ๊ะ?”
ลี่หรงพยักหน้า “เป็นช่วงใกล้ค่ำพอดีค่ะ คนที่ออกไปซื้อกับข้าวตอนเย็นจะชอบแวะมาซื้อผลไม้ เวลานี้จะขายดีเป็นพิเศษน่ะค่ะ”
“ถ้างั้นลูกจะเอาข้าวไปส่งให้เขาทีหลังไหมจ๊ะ?”
“เอ่อ …” ลี่หรงนิ่งไปครู่หนึ่ง “วันนี้ยังไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้วค่ะ”
เป็นเพราะเธอกลัวจะเจออาจารย์หยวนที่ร้านน่ะสิ
ลี่หรงรู้สึกมั่นใจกับบทพูดที่เธอเขียน แต่หากต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์หยวนในตอนนี้ คงทำได้เพียงมองตาเขาปริบ ๆ เป็นแน่
จ้าวชิงซงกลับมาตอนหัวค่ำ
ลี่หรงวางอาหารอุ่น ๆ จากหม้อลงบนโต๊ะ นั่งดูจ้าวชิงซงกินข้าว ขณะเท้าข้อศอกลงบนโต๊ะ “อาจารย์หยวนอ่านบทพูดของฉัน แล้วว่าอย่างไรบ้างคะ?”
“ที่เขากลับมาช้า เป็นเพราะมีคนในแผนกกำลังจะแต่งงาน ผมเลยเอาบทพูดของคุณกลับมาด้วย เขาขอให้ผมบอกคุณว่า …”
“บอกฉันว่าอะไรคะ?” ลี่หรงกังวลและหงุดหงิดที่เห็นจ้าวชิงซงตักอาหารเข้าปาก ก่อนที่เขาจะพูดจบ “คุณอย่าเพิ่งกินสิคะ พูดให้จบก่อนไม่ได้เหรอ?”
“เขาบอกว่าให้เอากลับไปอ่านคืนนี้ พรุ่งนี้เขาไม่มีสอน ให้คุณไปหาหลังเลิกเรียนครับ”
“เฮ้อ… ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปที่นั่นทีหลังค่ะ”
จ้าวชิงซงพูดเบา ๆ “อาจารย์หยวนบอกว่าคุณไม่มีเรียนในช่วงบ่าย ส่วนเขาจะตื่นจากการงีบพักประมาณบ่ายสองโมงครับ”
ลี่หรง “…”
ด้วยคำพูดของอาจารย์หยวนที่ฝากบอกผ่านทางจ้าวชิงซง ลี่หรงจึงไม่กล้าผัดวันประกันพรุ่ง หลังเลิกเรียนในตอนเช้า เธอไม่ได้งีบหลับที่มหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่ตรงไปร้านขายผลไม้ทันที
ภายในร้าน จ้าวชิงซงได้สร้างฉากกั้นห้องที่มีเตียงไม้อยู่ข้างใน ลี่หรงเดาว่าเวลานี้อาจารย์หยวนคงกำลังงีบหลับอยู่ เธอหาว แล้วจึงเข้าไปนอนสักพัก
อันอันกำลังเล่นอยู่มุมหนึ่งของร้าน ที่มีโซฟาไม้กับโต๊ะกาแฟ
ในฐานะเจ้าของธุรกิจค้าส่งผลไม้ จ้าวชิงซงต้องไปทำงานทุกเช้า ไม่เพียงแต่ต้องเปิดร้านที่นี่เท่านั้น แต่เขายังสร้างเพิงเหล็กไว้ที่ชานเมือง เพื่อขนผลไม้ไปจัดจำหน่ายให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กรับไปขายทุกวันด้วย
เขากับเพื่อนชาวภาคใต้ค้าส่งด้วยกันใน ‘ตลาดเสรี’ มากว่าครึ่งปีแล้ว หลังจากนโยบายเริ่มเปิดกว้าง ทั้งสองคนก็ตัดสินใจปักหลักสร้างจุดค้าส่งให้เป็นที่เป็นทาง
หลังจากตระเวนสอบถามมาแล้ว จ้าวชิงซงพบว่าผู้ค้าส่งหลายคน มีจุดกระจายสินค้าตั้งอยู่ในแถบชานเมือง เนื่องจากพื้นที่ร้านค้าในเมืองไม่เหมาะสำหรับการขายส่ง แต่หากทำอย่างเหมาะสมก็จะได้กำไรสูงเช่นกัน
ต่อมาพวกเขาจึงไปที่ชานเมือง เพื่อสร้างเพิงเหล็กด้วยกัน ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดขวาง หลังจากที่จ้าวชิงซงปรึกษาเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ แล้ว เขาก็ไปหาช่างมาสร้างเพิงเหล็ก
แต่เขายุ่งอยู่กับการตกแต่งร้านขายผลไม้ ส่วนที่นั่นก็ไม่สามารถรอช้าได้ เพื่อน ๆ ของเขาจึงสร้างเพิงเหล็กขึ้นมาเองเสียก่อนแล้ว
ชานเมืองอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ก็ไม่ใกล้เกินไป ใช้เวลาขี่จักรยานครึ่งชั่วโมง และใช้เวลารอรถประจำทางมากกว่ายี่สิบนาทีก็เท่านั้น
จ้าวชิงซงไม่สามารถขี่จักรยานได้ เขาจึงทำได้เพียงออกไปแต่เช้าเพื่อขึ้นรถประจำทางทุกวัน
หลังจากเสร็จงานที่จุดขายส่ง รวมเวลาไปกลับแล้ว เขามักจะกลับมาร้านผลไม้ในตอนเที่ยงของทุกวัน
ดังนั้นงานดูแลร้านในตอนเช้า จึงตกอยู่กับแม่จ้าว
เมื่อแม่จ้าวกินข้าวเช้าและทำงานบ้านเสร็จ ก็จะออกไปเปิดร้าน และขายของอย่างขยันขันแข็ง
เธอมาที่เมืองหลวง สามารถช่วยเหลือลี่หรงผู้เป็นสะใภ้ได้มาก หลังจากที่ช่วยดูแลร้านขายผลไม้และดูแลหลานแล้ว ลี่หรงก็บอกว่าจะให้เงินแม่จ้าวเดือนละหนึ่งร้อยหยวน เพื่อตอบแทนสำหรับการทำงานหนัก
หนึ่งร้อยหยวนนั้นเยอะเกินไปจริง ๆ แม้แต่คนที่ทำงานประจำ ก็ยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้น
หากเก็บเงินสักหนึ่งปี ก็สามารถกลับไปสร้างบ้านที่หมู่บ้านได้เลย
แม่จ้าวที่ตกตะลึงเพราะเงินจำนวนมาก รีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ต้องหรอกจ้ะ นี่เป็นร้านของลูกชาย อีกทั้งยังเป็นหน้าที่ของแม่อยู่แล้ว จะให้รับเงินไปได้ยังไงล่ะจ๊ะ”
ลี่หรงยื่นเงินให้เธอหลายครั้ง แต่แม่จ้าวยังคงปฏิเสธ จึงจำต้องยอมให้เป็นไปตามนั้น
เมื่อถึงวันตรุษจีน เธอจะให้อั่งเปาซองใหญ่กับพ่อจ้าวและแม่จ้าว หากเป็นไปได้เธอก็อยากจะพาพ่อจ้าวมาอาศัยอยู่ด้วยเสียเลย เพราะพ่อแม่สามีของเธอไม่ใช่คนที่เข้ากับคนยาก
ตอนนี้แม่จ้าวกำลังดูแลร้านอยู่ ส่วนจ้าวชิงซงยังคงไม่กลับมา
อันอันตามลี่หรงเข้ามานอนด้วย
อาจเป็นเพราะลางสังหรณ์บางอย่าง ลี่หรงจึงตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง