ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 141 เทศกาลปีใหม่ จุดประทัดขี้วัว!
บทที่ 141 เทศกาลปีใหม่ จุดประทัดขี้วัว!
คำถามนี้ตอบได้ยาก ด้วยฟาร์มสุกรที่พวกเขาร่วมกันทำนั้นใหญ่โตขึ้นมาก ทั้งยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ต้องแก้ไขไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ซ่งเซียนผิงกับเจิ้งเต๋อหยางจึงตัดสินใจรอให้จ้าวชิงซงกลับมาก่อน
หลายคนยังติดต่อสื่อสารกันทางจดหมาย ตอนแรกจ้าวชิงซงบอกว่าจะกลับมาช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่เนื่องจากมีเรื่องของพี่ชายเขาจึงกลับมาก่อนกำหนด
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านเขาก็รีบจัดการเรื่องของพี่ชายจนเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจ้าวชิงซงก็ไปจัดการกับฟาร์มสุกรของเขาต่อ
เมื่อลี่หรงกลับมาในช่วงวันหยุด เขาเองก็ยังยุ่งอยู่กับฟาร์มสุกรจนแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย
หากจะขยายฟาร์ม พวกของจ้าวชิงซงต้องหาที่ดินเพื่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงหมูให้เป็นหลักแหล่งมากกว่านี้
ฟาร์มสุกรของพวกเขามีขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้ที่ดินจำนวนมาก
จ้าวชิงซงจึงไปยื่นเรื่องขอที่ดินโดยให้เหตุผลว่าจะใช้สำหรับทำฟาร์มสุกร
ที่ดินเพิ่งได้รับอนุมัติก่อนวันปีใหม่เพียงสองวัน เป็นที่บริเวณภูเขา ใกล้หมู่บ้านต้าเจียง เดิมทีที่ดินตรงนั้นเป็นที่ดินเกรดห้าเพราะเป็นที่รกร้าง
สมัยก่อนตอนที่กองการผลิตยังมีอยู่ ที่ดินจะถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ที่ดินที่ดีที่สุดคือ ที่ดินที่อุดมสมบูรณ์และเหมาะแก่การปลูกพืช
ส่วนที่ดินเกรดห้าถือเป็นที่ดินที่แย่ที่สุดคือ ด้วยดินที่แข็ง หนำซ้ำยังห่างไกลจากแหล่งน้ำ ทำให้การปรับหรือไถหน้าดินมีความยากมากกว่าพื้นที่เกรดอื่น
จ้าวชิงซงกับซ่งเซียนผิงไปสำรวจดูแล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่าภูเขาลูกนั้นเหมาะจะทำเป็นฟาร์มสุกรของพวกเขา
ก่อนถึงวันปีใหม่ จ้าวชิงซงกับซ่งเซียนผิงก็รีบพากันไปหาผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อตกลงรายละเอียดต่าง ๆ เรียบร้อย พวกเขาก็เพียงรอให้ผ่านวันตรุษจีนไปก่อน จากนั้นจะให้ช่างก่อสร้างเริ่มลงมือทำได้ทันที
กำไรจากฟาร์มสุกรวันนี้อยู่ที่ประมาณหนึ่งหมื่นหยวน เช่นเดียวกับปีที่แล้ว
เงินสำหรับใช้จ่ายในบ้านไม่สามารถฝากไว้ที่ธนาคารได้ เขาจึงเก็บเป็นเงินสดใส่ไว้ในตู้แทน
เมื่อวันปีใหม่มาถึง
ปีนี้รู้สึกว่าจะหนาวกว่าปีก่อน ๆ
ลี่หรงเอาแต่นั่งเฝ้าเตาผิงไม่ยอมไปไหน
สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มผ่อนคลายลง สังเกตได้จากประเพณีต่าง ๆ ที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
ในวันสิ้นปี
พ่อจ้าวพาจ้าวชิงหยาง จ้าวชิงซง และคนอื่น ๆ ในบ้านไปเซ่นไหว้บนภูเขา
สถานที่เซ่นไหว้นั้นรกร้างมาก แต่พวกเขาไม่ใช่บ้านแรกที่มาถึง ผู้คนที่มาถึงก่อนแล้วกำลังถางหญ้าอยู่
โชคดีที่พ่อจ้าวหยิบพลั่วมาด้วยสองด้าม ได้นำมาใช้พอดี
จ้าวชิงซงและจ้าวชิงหยาง จึงเข้าไปช่วยคนอื่น ๆ ถางหญ้า
ทุกคนช่วยกันถางหญ้าอยู่ครึ่งค่อนวันกว่าจะหาลานประกอบพิธีพบ
ปรากฏเป็นพื้นที่โล่ง มีการก่ออิฐดินเผาขึ้นมาเป็นศาลเจ้าสูงราวครึ่งตัวคน
ในช่วงที่มีการปฏิวัติ การบูชาและเซ่นไหว้ถูกมองว่าเป็นความเชื่อโบราณที่งมงาย ประชาชนถูกสั่งห้ามบูชาหรือเซ่นไหว้ศาลเจ้า หรือแม้แต่พิธีไหว้บรรพบุรุษก็เช่นกัน
วัดเเละศาลเจ้าหลาย ๆ ที่ต่างถูกทำลาย
ลานประกอบพิธีที่จ้าวชิงซงกับคนอื่น ๆ กำลังช่วยกันถางหญ้าและทำความสะอาดก็เช่นกัน เนื่องจากที่นี่ถูกทำลาย อีกทั้งถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี จึงทรุดโทรมและรกร้างอย่างที่ทุกคนเห็น
หลังจากช่วยกันถางหญ้าและนำอิฐมาเรียงซ้อนกันใหม่ ก็นับว่าพอจะบูรณะขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย แต่ก็ควรมีการบูรณะซ่อมแซมเพิ่มเติมอีกในภายหลัง
เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้านหลังจากเซ่นไหว้เสร็จ ผู้หญิงในบ้านก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารมื้อใหญ่สำหรับวันนี้
ส่วนพวกผู้ชายไม่มีงานในครัว ก็รับหน้าที่ประดับตกแต่งและติดป้ายอวยพรไว้หน้าบ้าน
ต้าหนิวและน้องชายอีกสองคนไม่มีใครสนใจความหนาวเย็นเท่าไหร่นัก หลังกลับมาจากภูเขา พวกเขาก็หยิบไม้กวาดช่วยกันกวาดลานบ้านทันที
บริเวณลานบ้านไม่ค่อยมีเศษขยะหรือใบไม้ จึงไม่จำเป็นต้องกวาดมากนัก
หลังจากที่ต้าหนิวกวาดพื้นจนเสร็จแล้ว เขาก็โยนไม้กวาดไว้หลังประตู ก่อนกวักมือเรียกน้องชายทั้งสองออกไปเล่นข้างนอก
ลี่หรงซื้อประทัดมาให้เด็ก ๆ เล่น โดยกำชับให้ต้าหนิวคอยดูแลน้อง ๆ ระวังไม่ให้อยู่ใกล้ประทัดเกินไป ต้าหนิวตบปากรับคำว่าจะดูแลน้องชายให้ดี ลี่หรงจึงปล่อยให้พวกเขาเล่นได้
ตอนนี้เหล่าเด็กน้อยออกไปจุดประทัดเล่นข้างนอกแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาก็คงจะจุดประทัดขี้วัว!
ผู้ใหญ่ในบ้านกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองในวันนี้ ต่างคนต่างเตรียมงานในส่วนของตัวเอง
ขณะนี้ทั่วทั้งหมู่บ้านไม่ว่าจะเดินผ่านไปยังบ้านหลังไหนก็ตาม ล้วนแต่ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายมาจากในบ้านทั้งสิ้น
ปล่องไฟของแต่ละครัวเรือนต่างปล่อยควันสีขาวลอยออกมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร
ลี่หรงกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ในบ้านช่วยกันเตรียมอาหารทุกอย่างไว้เรียบร้อยตั้งแต่เช้าแล้ว อาหารวันนี้สามารถกินได้ถึงมื้อเย็นเลยทีเดียว
เมื่อจุดไฟตั้งหม้อต้มน้ำแกงไว้เรียบร้อยแล้ว
แม่จ้าวก็ออกไปตามเด็ก ๆ ให้กลับมากินข้าว
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน ทุกคนก็รีบชำระร่างกาย อาบน้ำสระผมจนสะอาดเพื่อเตรียมตัวต้อนรับวันปีใหม่
ลี่หรงกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ต้องอยู่ในครัวจนถึงตอนบ่าย ยังไปอาบน้ำไม่ได้ ส่วนพวกผู้ชายที่ทำงานเสร็จแล้ว จึงถูกไล่ให้ไปอาบน้ำสระผมเสียก่อน
เจ้าตัวเล็กเห็นพี่ชายคนโตสระผมเอง ก็ร้องว่าจะสระผมเองบ้าง
ถึงแม้จะพ้นวันปีใหม่ไปแล้ว เจ้าตัวเล็กก็เพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ ลี่หรงรู้ดีว่าเขาสระผมเองไม่ได้ แต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่ยอม ถึงอย่างไรก็จะสระผมเองให้ได้ เธอจึงปล่อยให้เขาได้ลองทำ
ลี่หรงยกเก้าอี้ตัวเล็กมาให้เขานั่ง และรออยู่ใกล้ ๆ เผื่อเจ้าตัวเล็กทำไม่ได้แล้วร้องเรียกหาเธอ
เมื่ออันอันหยิบแชมพูไปเพียงไม่นาน ก็หลับตาปี๋แล้วร้องโวยวาย “โอ๊ย! แม่จ๋า… แม่ อันอันลืมตาไม่ได้!”
ลี่หรงหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับแขนเสื้อแล้วจึงช่วยเจ้าตัวเล็กสระผมต่อ
คนอื่น ๆ ในบ้านอาบน้ำกันหมดแล้ว ยกเว้นแม่ครัวทั้งสามคนที่ยังไม่ได้อาบ
ลี่หรงกลัวเจ้าตัวเล็กจะป่วย จึงอุ้มเข้าไปในบ้านเพื่อเช็ดผม ผิงไฟให้ร่างกายอบอุ่น แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ใหม่
ก่อนหน้านี้ที่พวกเด็กกลับมาถึงบ้าน เนื้อตัวก็มีจุดสีเขียวอ่อนเต็มตัวไปหมด เอ้อร์หนิวมีจุดสีเขียวเป็นหย่อม ๆ เยอะกว่าคนอื่น ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็นอะไร
พอเข้าไปใกล้ พลันได้กลิ่นขี้วัวเข้าเต็มเปา!
ตอนที่แม่จ้าวออกไปตาม ก็เห็นเหล่าเด็กชายกำลังปั้นขี้วัวกันอยู่ เธอทั้งโกรธ ทั้งขำ ตลอดทางกลับบ้าน เธอดึงหูต้าหนิวอยู่หลายครั้งพร้อมกับบ่นว่า โตขนาดนี้แล้วทำไมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้น้อง ๆ แถมยังพาน้องไปปั้นขี้วัวเล่นอีก
ต้าหนิวไม่พอใจจึงแอบบ่นพึมพำว่าา “ทุกคนต่างก็ปั้นขี้วัวเพื่อจุดประทัดกันหมด ถ้าพวกเราไม่ทำ ประทัดก็ไม่มีประโยชน์แล้วครับ”
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่จ้าวจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ลี่หรงและเหอซิ่งฟัง พอพวกเธอฟังแล้วก็หัวเราะจนตัวโยน
เป็นเรื่องที่ฟังแล้วอดขำไม่ได้จริง ๆ
แม่จ้าวกับเหอซิ่งออกไปข้างนอกตักน้ำจากบ่อเพื่อนำมาซักผ้า
แม่จ้าวซักผ้าให้พ่อจ้าว
เหอซิ่งซักผ้าให้สามีและลูกชายทั้งสองคนของเธอ
จ้าวชิงซงซักผ้าของตนเองและลูกชาย
ลี่หรงอาศัยอยู่ทางใต้มาทั้งชีวิต เพิ่งจะมาพบว่าทางเหนือเองถึงแม้หิมะจะตกจนแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ในบ่อน้ำก็ยังมีน้ำไหล ครั้นพอตักขึ้นมาก็พบว่าน้ำยังอุ่นอยู่ด้วย
เป็นเวลาเกือบบ่ายโมง พวกเขาก็เริ่มทำอาหารต่อ
ไก่และเป็ด ที่ใช้ไหว้เมื่อตอนเช้า ถูกนำกลับมาล้างน้ำอีกที
ต้องล้างสิ่งสกปรกออกให้หมดเสียก่อน แล้วถึงจะนำมาวางบนโต๊ะ
เมื่ออาหารถูกทำเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มกินข้าวได้
อาหารรวมแล้วเป็นสิบจานและมีน้ำแกงอยู่อีกสามชาม
มีอาหารเต็มโต๊ะไปหมด!
ในระหว่างกินข้าวต่างต้องมีการพูดคุย
เมื่อแม่จ้าวนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็อดขำไม่ได้จึงพูดขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าว “รู้ไหมว่าวันนี้ที่ฉันไปตามหลาน ๆ ในหมู่บ้านน่ะ ต้าหนิวกำลังพาน้อง ๆ ปั้นขี้วัวเอาประทัดไปปักแล้วจุดไฟ เจ้าพวกเด็กน้อยก็พากันวิ่งเข้าไปดู พอประทัดใกล้จะระเบิดเจ้าต้าหนิวก็อุ้มอันอันวิ่งหนีแล้วทิ้งน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองไว้ข้างหลังแทน”
ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็หัวเราะจนตัวโยน
ลี่หรงหัวเราะจนน้ำตาไหล “ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมเอ้อร์หนิวถึงเลอะขี้วัวเยอะกว่าคนอื่น”
ต้าหนิวกินจนปากมันเยิ้มแล้วยิ้มจนเห็นฟัน “ผมรับปากอาสะใภ้รองไว้แล้ว ว่าจะดูแลน้องให้ดีอย่างไรล่ะครับ”
เหอซิ่งอดขำไม่ได้ จึงพูดกลั้วหัวเราะว่า “แต่เอ้อร์หนิวก็ยังเด็กอยู่นะจ๊ะ”
“นั่นไม่เหมือนกันครับ เอ้อร์หนิวน่ะวิ่งเองได้” ต้าหนิวมองน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง “ใช่ไหม น้องชาย”
เอ้อร์หนิวกำลังแทะขาไก่ก็พยักหน้า “อันอันตัวเล็กที่สุด ผมน่ะไม่เป็นอะไรหรอก สบายอยู่แล้วครับ”
เด็กน้อยยกแขนขึ้นมาดมแล้วสูดหายใจแรง ๆ “อีกอย่าง ตอนนี้ตัวก็หอมแล้วนะครับ!”
คำพูดของเด็กน้อยทำเอาผู้ใหญ่ในบ้านหัวเราะไปตาม ๆ กัน