ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 149 จับปลา
บทที่ 149 จับปลา
พวกเธอพบว่ามีปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายอยู่ในน้ำมากมาย
ตัวที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดใกล้เคียงกับฝ่ามือ
ลี่หรงเห็นว่าตรงนี้เป็นบริเวณที่ตื้น อีกทั้งน้ำยังขุ่นด้วย เธอก็ไม่รู้ว่าปลาพวกนี้มาจากไหนกัน
ลี่หรงถอนหายใจ หยุดคิดอะไรครู่หนึ่งและพูดว่า “พวกเรามาจับปลากันเถอะ”
“จับปลา?” เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นจุดอ่อนของเสิ่นรั่วหนิง เธอตกตะลึง “หัวหน้าห้องกับพวกผู้ชายคนอื่น ๆ พากันไปตกปลาอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วพวกเราจะจับปลายังไงกันล่ะ พวกเราไม่มีอุปกรณ์เสียหน่อย”
ทุกคนได้ยินที่ลี่หรงพูดพลันรู้สึกสนใจขึ้นมา แต่พวกเขาก็ยังเห็นด้วยกับคำพูดของเสิ่นรั่วหนิงเช่นกัน
ลี่หรงไม่พูดอะไร เธอได้แต่ยิ้มแล้วพับขากางเกงขึ้น จากนั้นจึงหันไปหยิบตะกร้าหวายที่ล้างผักมา
เธอวางตะกร้าไว้ใต้กระแสน้ำ “รั่วหนิง หลานหลาน ชุนเสวี่ย พวกเธอทำเหมือนฉันแบบนี้นะ ไล่ปลาไปทางนั้น แล้วพวกมันก็จะไหลเข้าไปในตะกร้าของเราเอง”
“แบบนี้จะได้ผลเหรอ”
“ลองทำดูสิ”
ครั้งแรกยังทำได้ไม่ค่อยดี ปลาจึงหนีไปหมด
รอจนกระทั่งในน้ำมีปลาเยอะขึ้น ทุกคนจึงเริ่มลงมืออีกครั้ง และคราวนี้พวกเธอร่วมมือกันดีมาก ทำให้ได้ปลามาหนึ่งตัว
เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนต่างพากันตื่นเต้น
เมื่อนักศึกษาหญิงคนอื่น ๆ เห็นลี่หรงจับปลาได้ ก็วิ่งกรูกันเข้ามาสมทบ
สาว ๆ หลายคนยืนเบียดกันอยู่ในลำธาร เป็นเหตุให้ปลาที่เคยว่ายน้ำอยู่ตั้งมากมาย หายไปจนหมด
ลี่หรงยิ้ม “ยังมีตะกร้าอีกหลายใบ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ทุกคนแยกกันไปจับปลา แล้วมาวัดกันว่าใครจับได้เยอะกว่ากัน”
หลายคนอยากจะอยู่ทีมเดียวกับลี่หรง เพราะเธอเป็นคนเสนอวิธีนี้ขึ้นมา พวกเธอรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าการได้อยู่ทีมเดียวกับลี่หรงจะสนุกกว่า
แต่ความจริงก็คือพวกเธอทำไม่ได้ จึงต้องไปรวมกลุ่มกันเอง แล้วเดินไปหยิบตะกร้าเพื่อไปจับปลากัน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ลี่หรงเองก็เริ่มเหนื่อย ด้วยหญิงสาวต้องก้มเป็นเวลานานจนรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด เธอจึงโบกมือ “ฉันขอไม่เล่นด้วยแล้วกัน ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมากล่ะ”
เสิ่นรั่วหนิงก็เช่นกัน “ฉันก็ไม่เล่นแล้ว พวกเราน่าจะได้ปลาเยอะพอแล้วล่ะ”
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก… เจ็ด แปด!” เสิ่นรั่วหนิงดูผลงานของตัวเองด้วยความพอใจ “ว้าว! พวกเราจับปลาได้ตั้งแปดตัว!”
ลี่หรงมองดู แล้วพูดว่า “ก็พอใช้ได้นะ เพราะในแม่น้ำนี้มีปลาเยอะ ปิงปิง เธอจับปลาได้กี่ตัวเหรอ?”
ปิงปิงหันมามองแล้วยกนิ้วสี่นิ้วขึ้นมา “ได้สี่ตัว!”
เมื่อรวมกับปลาของคนอื่น ๆ อีกสองกลุ่มแล้ว จะได้ประมาณยี่สิบตัว
ปลาขนาดเท่าฝ่ามือ ถึงจะตัวไม่ใหญ่นัก แต่รวม ๆ กันแล้ว น่าจะได้กับข้าวหม้อหนึ่ง
ไม่รู้ว่าพวกผู้ชายตกปลาเป็นอย่างไรกันบ้าง
ลี่หรงนั่งแช่เท้าอยู่บนก้อนหินสักพัก เมื่อพักผ่อนเพียงพอแล้ว จึงไปแล่ปลาตัวเล็กที่พวกเธอจับกันมาได้
ปลาตัวเล็กต่างจากปลาขนาดเท่าฝ่ามือที่ไม่ต้องควักไส้ แต่ปลาขนาดเท่าฝ่ามือต้องขอดเกล็ดและควักไส้ออกมาล้างทำความสะอาด
เสิ่นรั่วหนิงชอบเดินตามลี่หรง พอเห็นอีกฝ่ายจัดการปลาอยู่ก็ไม่แปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายเคยกินอาหารที่ลี่หรงทำ ฝีมือดีขนาดนั้น หากแล่ปลาเป็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เสิ่นรั่วหนิงไม่ชอบให้กลิ่นคาวติดตัวจึงไม่ได้ลงมือทำ เพียงแค่ถือกระบวยตักน้ำอันเล็ก ๆ เอาไว้ คอยช่วยลี่หรงราดน้ำเมื่ออีกฝ่ายต้องการ
จู่ ๆ ลี่หรงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามว่า “เธอทะเลาะอะไรกับพี่ชายฉันหรือเปล่า?”
ก่อนหน้านี้ที่ไปห้องพยาบาลกับเสิ่นรั่วหนิง และบังเอิญพบกับลี่รุ่ยจือ เหมือนช่วงนี้ทั้งสองคนจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไร หลังจากนั้น ลี่หรงก็ลืมถามมาตลอด
“ไม่มีอะไรหรอก” เสิ่นรั่วหนิงใช้มือเท้าคาง “บางครั้งลี่รุ่ยจือก็น่ารำคาญเกินไปจนน่าโมโหน่ะ เรียกว่าออกไปทางซื่อบื้อเสียมากกว่า”
“อ๋อ! อย่างนั้นเอง?” หลี่หรงรู้สึกสนใจ จึงเงยหน้ามองอีกฝ่ายแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เขาเป็นยังไงเหรอ?”
“โอ๊ย! ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน เขาเหมือนคนหัวโบราณน่ะ!”
แววตาของเสิ่นรั่วหนิงทั้งอายทั้งโกรธ ลี่หรงจึงตัดสินใจถาม “พวกเธอสองคนไม่ได้คบกันหรอกเหรอ?”
จริงอยู่ที่คนในยุคนี้ยึดถือในขนบธรรมเนียมประเพณีและค่อนข้างหัวโบราณ
แต่เสิ่นรั่วหนิงเพิ่งกลับมาจากการเรียนต่อที่ต่างประเทศ เป็นไปได้ว่าเธออาจจะมีมุมมองที่เปิดกว้างกว่าคนทั่วไป
เสิ่นรั่วหนิงเบ้ปาก บ่นพึมพำ “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็คงดีน่ะสิ”
หลังจากนั้นไม่นาน เสิ่นรั่วหนิงเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอรีบดีดตัวขึ้นมาแล้วพูดว่า “เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันกับเขาเรายังไม่ได้คบกันเลยนะ!”
“เฮ้อ… แล้วพวกเธอจะคบกันเมื่อไหร่?” ลี่หรงอยากรู้มาก เธอรู้สึกมาตลอดว่าสองคนนี้ดูเหมือนจะคบหากันแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรยืนยันได้ชัดเจนเท่าไหร่
ลี่หรงมาจากอนาคต เธอจึงเข้าใจความคิดของเสิ่นรั่วหนิง แต่ด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีการแต่งงานในยุคสมัยนี้ เธอก็อยากให้เสิ่นรั่วหนิงยึดมั่นตามประเพณีดั้งเดิมดีกว่า
เสิ่นรั่วหนิงเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ ดังนั้นเธอจึงหวังให้เพื่อนมีความสุข
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถามพี่ชายเธอเองสิ คนอะไรน่ารำคาญเสียจริง”
ลี่หรงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง นักศึกษาชายคนหนึ่งก็ถือถังพร้อมคันเบ็ดเดินผ่านมาพอดี
“ได้ปลาไหม เสินจื้อเฉิง” ลี่หรงถามนักศึกษาชายที่ถือถังปลามา
เสินจื้อเฉิงไม่คิดว่าลี่หรงจะพูดกับเขา จึงตอบด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อยว่า “ได้สิ ได้เยอะเลย”
ลี่หรงและคนอื่น ๆ โน้มตัวไปดู “โอ้โห! ตัวใหญ่จัง ดูน่าจะหนักอยู่นะ”
สวีเหยียนเดินเข้ามาอธิบายว่า “ตรงนั้นน้ำลึก ปลาก็เลยตัวโตกว่าน่ะ”
สวีเหยียนเหลือบไปเห็นปลาที่แล่เสร็จแล้ววางอยู่ในกะละมังข้าง ๆ จึงถามด้วยความประหลาดใจ “เธอแล่ปลาเป็นด้วยเหรอ?”
ลี่หรงยิ้ม “ก็พอได้อยู่ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะเข้าครัวทำอาหารได้เลยลี่หรง”
ลี่หรงได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร
เสิ่นรั่วหนิงที่รู้ว่าลี่หรงเก่งเรื่องการทำอาหารอยู่แล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ซ้ำยังแอบรู้สึกเหนือกว่าคนอื่น ที่รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ เธอได้แต่คิดในใจว่า ‘รอให้ลี่หรงแสดงฝีมือก่อนเถอะ รับรองได้เลยว่าพวกเธอจะต้องตะลึงกว่านี้แน่!’
“จะทำยังไงกับปลาพวกนี้ดีล่ะ” ลี่หรงมองไปที่ปลาในถังที่มีหลายตัว และแต่ละตัวก็มีขนาดใหญ่มาก
สวีเหยียนพูดว่า “แล้วเธอคิดว่าควรทำยังไงดีล่ะ”
“ให้ฉันทำแล้วกัน”
ลี่หรงนำปลาตัวเล็กที่พวกเธอจับได้มาทอด ปลาตัวใหญ่ทำเป็นต้มยำปลา และยังมีปลานึ่งอีกด้วย
เมื่อนำมารวมกับวัตถุดิบที่เพื่อนร่วมชั้นซื้อมา ก็สามารถทำอาหารเพิ่มขึ้นได้อีกหลายอย่างเช่นกัน
อาหารบางอย่างได้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ช่วยกันทำ ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่ลี่หรงจะเป็นคนทำ
ไม่ค่อยมีใครอยากทำอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง มีเพียงลี่หรงเท่านั้นที่รู้สึกสนุกกับการทำอาหาร เธอจึงอาสารับหน้าที่นี้เอง
เมื่อมองดูลี่หรงที่ทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว ทุกคนก็รู้ว่าเธอมีความสามารถในการทำอาหาร เวลานี้อาหารจานแล้วจานเล่าถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะ ทั้งรูปลักษณ์ที่น่ากินและกลิ่นอันหอมหวนชวนน้ำลายสอ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกชื่นชมเธอมากขึ้น
เมื่อทำอาหารเสร็จ ทุกคนจึงเริ่มกินอาหารที่ลี่หรงทำทันที
ในขณะที่อาหารรสเลิศเข้าปาก ทุกคนก็พากันออกปากชมลี่หรง หญิงสาวมีความสุขมากที่ได้ยินคำชื่นชมเหล่านั้น
มันเหมือนกับตอนที่เธออยู่ในโลกอนาคต และได้อ่านคอมเมนต์จากแฟนคลับ นั่นทำให้ลี่หรงรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมาก
ความคับแค้นและความอับอายยังอยู่ภายในใจของอู๋เยี่ยนหง ตั้งแต่วันที่ส่งจดหมายไปจนถึงตอนนี้ เธอพยายามหลบหน้าลี่หรงทั้งในห้องเรียนและในหอพัก เพราะตอนนี้เธอยังไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับลี่หรง
แม้กระทั่งวันนี้เธอก็ยังคงหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าหรือพูดคุยกับลี่หรง
ยิ่งเห็นทุกคนต่างพากันชื่นชมลี่หรง อู๋เยี่ยนหงก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย
ทั้งที่เธอทุ่มเทให้กับห้องเรียนตั้งมากมาย อีกทั้งยังพูดคุยกับคนในห้องเรียนตั้งหลายคน…
เธอยังไม่เข้าใจ ทั้งที่เวลาลี่หรงอยู่ในห้องเรียนมักจะพูดน้อยและไม่ค่อยแสดงออกมากนัก แต่ทำไมทุกคนถึงได้ชอบลี่หรงมากกว่าเธอกัน?
…………………………………………………………………………….
NC79Q8IW