ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 153 เตรียมเปิดร้าน
บทที่ 153 เตรียมเปิดร้าน
ลี่หรงตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกห้องหนึ่งในบ้านล้อมลานเพื่อเป็นห้องทำงานของเธอ พอรุ่งเช้าเธอก็รีบไปที่นั่นทันที
ทางทิศตะวันตกมีอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งคือห้องครัว ส่วนอีกห้องคือห้องเก็บของ
ทางทิศตะวันออกนั้นมีห้องว่างอยู่อีกสองห้อง ตอนแรกจ้าวชิงซงตั้งใจจะซื้อเตียงมาไว้ แล้วทำเป็นห้องนอน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไร
นี่จึงเป็นโอกาสเหมาะของเธอพอดี
ห้องที่ไม่ได้เปิดมานาน พอเปิดประตูเข้าไป ฝุ่นก็คลุ้งตลบอบอวลไปทั่งห้อง จนแทบหายใจไม่ออก เธอได้แต่พึมพำกับตัวเองว่า “ต่อไปคงต้องเปิดหน้าต่างห้องที่ไม่ได้ใช้บ้างแล้วล่ะ”
ลี่หรงจึงเปิดหน้าต่างและประตูทิ้งไว้ วันต่อมาเธอเอาใบอ้ายเฉา*[1] มารมควันทิ้งไว้ประมาณครึ่งวัน
การรมควันด้วยใบอ้ายเฉายังสามารถช่วยกำจัดแมลงตัวเล็ก ๆ ได้หลายชนิด
ลี่หรงต้องรออีกหนึ่งคืน เพื่อให้กลิ่นของใบอ้ายเฉาจางไป
เธอทำเทียนหอมจากน้ำมันหอมระเหยด้วยตัวเอง แล้วจุดทิ้งไว้หนึ่งคืน ทำให้ตอนนี้ในห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิตลบอบอวลไปทั่วห้อง
ลี่หรงกลับไปที่บ้านตระกูลลี่ เพื่อที่เธอจะขอให้แม่ลี่พาไปซื้อของที่โรงงานทอผ้า
“ลูกอยากได้ผ้าแบบไหนล่ะ? เดี๋ยวแม่ซื้อมาให้ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องไปเองให้เหนื่อยเลย” แม่ลี่ถาม ด้วยคิดว่าเธอเพียงจะซื้อผ้าเท่านั้น
“หนูไม่ได้จะซื้อแค่ผ้าค่ะ แต่ว่าจะซื้อหุ่นสำหรับจัดแสดงชุดเสื้อผ้าด้วย เลยตั้งใจว่าจะไปเลือกเองค่ะ”
หุ่นสำหรับจัดแสดงชุดเสื้อผ้าที่ว่านั้น คือหุ่นนางแบบที่เป็นพลาสติก สามารถนำมาใช้จัดแสดงเสื้อผ้า และแบบที่หุ้มด้วยผ้านั้น ยังสามารถใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าได้อีกด้วย
“ลูกจะซื้อไปทำอะไรเหรอ?” แม่ลี่ถามด้วยความสงสัย
“อืม… หนูรับรองว่ามันต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอนค่ะ” ลี่หรงกำลังจะเปิดร้านตัดชุด แต่เธอยังไม่พร้อมที่จะบอกครอบครัวในตอนนี้
“ก็ได้ แต่แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ว่าที่นั่นจะมีขายหรือเปล่า” แม่ลี่ทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้า ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการที่ได้รับจากโรงงานหรือว่าจะซื้อเองก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว พนักงานมักจะเลือกเป็นผ้าแบบต่าง ๆ และแทบจะไม่มีใครซื้อหุ่นพวกนี้เลย
“ถ้าซื้อมาแล้วลูกจะขนหุ่นพวกนั้นกลับมาได้อย่างไร?”
“พี่สาม” ลี่หรงเรียกผู้เป็นพี่ พร้อมกับส่งยิ้มให้
‘มีแรงงานฟรีอย่างลี่รุ่ยจือทั้งที หากไม่ใช้ก็น่าเสียดายแย่’
ลี่รุ่ยจือได้แต่ถอนหายใจ “สมแล้วที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของฉัน พอต้องการอะไรก็นึกถึงแต่พี่ชายคนนี้ทุกทีเลยเชียว”
ลี่หรงขนหุ่นปลอมจากโรงงานทอผ้ามาไว้ที่บ้านล้อมลาน
ใช้สองตัวสำหรับจัดแสดงและอีกสองตัวใช้สำหรับตัดแบบ
จากนั้นเธอก็ให้ลี่รุ่ยจือช่วยขนจักรเย็บผ้ามาไว้ที่ห้องทำงานใหม่
ตอนนี้ห้องสำหรับตัดชุดก็เริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
ลี่รุ่ยจือไม่ได้โง่เขลา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็พอเดาออกได้บ้าง เขาถามลี่หรงว่า “คิดอะไรอยู่ ถึงทำอย่างนี้ แล้วเรื่องเรียนจะทำอย่างไร”
“รับรองว่าไม่กระทบเรื่องเรียนแน่นอนค่ะ ถึงจะต้องเรียนอยู่ แต่ก็ยังทำงานหาเงินได้ด้วยนะ!”
ลี่รุ่ยจือพยักหน้า “ก็ดี แต่เธอก็แต่งงานแล้ว แทนที่จะทำตัวเป็นแม่บ้านเชื่อฟังสามี แต่ในหัวเธอกลับคิดถึงแต่เรื่องหาเงิน คงได้มาจากน้องเขยของฉันทั้งนั้นเลยสิ”
คนตระกูลลี่ไม่มีใครที่ถนัดเรื่องการหาเงินได้มากเท่ากับจ้าวชิงซงแล้ว
หลังจากปลดประจำการ ท่ามกลางนโยบายที่เข้มงวดในสมัยนั้น เขาก็กล้าที่จะร่วมลงทุนกับคนอื่นเพื่อทำฟาร์มสุกร นั่นแสดงให้เห็นถึงความกล้าและความคิดริเริ่มของเขาแล้ว
ตอนที่เขากลับมาเมืองหลวง ทั้งที่เขาไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและผู้คน แต่กลับทำธุรกิจผลไม้ได้จนสำเร็จ
เมื่อต้องลงไปทางใต้ ก็กล้าที่จะลงทุนโดยซื้อนาฬิกากลับมาตั้งมากมาย เพื่อนำมาขายต่อ ในครั้งนั้นถือว่าได้กำไรอยู่มาก
และเมื่อกลับบ้านเกิด ก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะอยู่ที่นั่นเพื่อทำสวนผลไม้…
ยิ่งคิดหลี่รุ่ยจือก็ยิ่งชื่นชมน้องเขยคนนี้มากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าความคิดเหล่านี้ของลี่หรงล้วนได้รับอิทธิพลมาจากจ้าวชิงซงอย่างแน่นอน
ลี่หรงยิ้ม “ค่ะ ฉันเรียนรู้มาจากเขาจริง ๆ นั่นแหละค่ะ”
หลี่รุ่ยจือหัวเราะเบา ๆ “แบบนี้เขาก็สบายเลยสิ ตัวเองหนีไปอยู่ต่างจังหวัด งานหนักก็ตกมาที่ฉันหมด”
“ได้ของดีแล้วยังจะบ่น ธุรกิจขายผลไม้นั่น เขาก็ยกให้พี่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
ลี่รุ่ยจือได้แต่พึมพำ “นี่แหละ ที่เขาเรียกว่ารดน้ำต้นไม้ไม่ให้ไหลไปนอกสวนล่ะ!”
วันเสาร์นี้ไม่ต้องเข้าเรียน ลี่หรงจึงลากเสิ่นรั่วหนิงไปเดินซื้อของตกแต่งเพิ่มเติม
เธอซื้อทั้งโต๊ะและเก้าอี้หวายสองชุด ชุดหนึ่งวางในบ้าน ส่วนอีกชุดวางไว้ที่สวน เพื่อจะได้มีที่นั่งสำหรับลูกค้า
ลี่หรงเดินเลือกดอกไม้ปลอมอยู่นาน แต่ก็ไม่มีดอกไหนที่ชอบเลย เธอจึงเลือกที่จะซื้อลวดกับด้ายมาทำดอกไม้ปลอมเสียเอง
ด้วยสิ่งของจำเป็นที่ซื้อมาทั้งหมดนั้น ลี่หรงจึงคิดว่าเพียงพอแล้ว ถ้ายังมีของอย่างอื่นต้องซื้อเพิ่ม ค่อยกลับมาซื้อใหม่ก็ยังได้
เมื่อชาติที่แล้ว ลี่หรงเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า มีนิสัยที่ติดมาจากการทำงาน
นั่นก็คือชอบซื้อผ้าแปลก ๆ รวมถึงสะสมเครื่องประดับต่าง ๆ ด้วย
แม้ว่าหลังจากนั้นเธอจะกลายเป็นบล็อกเกอร์ด้านอาหาร แต่ก็ไม่ได้หยุดสะสมของเหล่านั้น
ในบ้านที่เธออยู่มีห้องสำหรับเก็บแบบและเสื้อผ้าที่ทำเอง รวมถึงเครื่องประดับ และผ้าหายากรุ่นใหม่ที่สะสมไว้ด้วย
อีกทั้งเธอยังมีที่สำหรับจัดเก็บผ้าและด้ายไว้โดยเฉพาะ
ตอนนี้ลี่หรงได้ซื้อผ้าและด้ายที่ชอบมาจำนวนหนึ่ง ตัดเย็บเป็นชุดกระโปรงทั้งสองชุดที่ดูทันสมัยและเหมาะกับค่านิยมของผู้หญิงในสมัยนี้ เธอนำมาใส่ในหุ่นจัดแสดงเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกดูได้ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน
โดยที่ชุดหนึ่งเป็นชุดกี่เพ้า อีกชุดหนึ่งเป็นชุดกระโปรงที่เธอออกแบบให้รูปทรงกระโปรงนั้นบานออกเล็กน้อย
แน่นอนว่าสองชุดนี้ไม่ได้มีไว้ขาย มีไว้เพียงเป็นชุดจัดแสดงเท่านั้น แต่ถ้ามีใครอยากได้แบบเดียวกัน เธอก็สามารถทำให้ได้ เพราะอย่างน้อยก็สามารถประหยัดเวลาในการออกแบบไปได้พอสมควรทีเดียว
หลังจากทำเสร็จ ลี่หรงถึงนึกขึ้นได้ว่าควรหาหุ่นมาเพิ่มอีกสักสองตัว สำหรับแขวนเสื้อผ้าผู้ชาย
แต่เธอก็รู้สึกลังเล เพราะเสื้อผ้าของผู้หญิงนั้นสามารถขายได้ง่ายกว่า อีกอย่าง ในตอนนี้ทั้งร้านมีเธอเพียงคนเดียวที่สามารถทำได้ หากต้องรับงานตัดเสื้อผ้าผู้ชายอีก เกรงว่าจะหนักเกินไปสำหรับเธอ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น
หลังจากเตรียมตัวมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน ในที่สุด ร้านตัดชุดของลี่หรงก็เปิดทำการแล้ว
ก่อนวันเปิดร้าน เสิ่นรั่วหนิงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอโทรหาคุณป้าที่เคยฝากเบอร์โทรไว้ทีละคนตามคำแนะนำของลี่หรง เพื่อบอกที่อยู่และเวลานัดหมาย ทั้งยังบอกอีกว่า ในวันเปิดร้านวันแรก ลูกค้าที่จองคิวเข้ามาจะมีของขวัญพิเศษด้วย
วันแรกของวันเปิดร้าน เสิ่นรั่วหนิงมาถึงบ้านล้อมลานตั้งแต่เช้า
เธอเอาชาและขนม พร้อมกับแจกันเซรามิกหนึ่งใบมาเป็นของขวัญวันเปิดร้านให้ลี่หรงด้วย
ลวดลายบนแจกันเป็นสีฟ้าอมเขียว เคลือบผิวมันวาว ปากแจกันเรียวเล็ก จะเหมาะอย่างยิ่งถ้าหากนำดอกโบตั๋นมาปักไว้ในแจกันด้วย
ลี่หรงชื่นชอบของเก่าเช่นนี้มาก เธอถือแจกันพิจารณาดูอยู่นาน “แจกันใบนี้สวยมาก”
เมื่อลี่หรงพลิกดูด้านล่างก็พบว่ามีตราประทับสีแดงอยู่ แต่เธออ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าเป็นของโบราณหรือเป็นผลิตภัณฑ์จากเมืองไหน
แต่ก็ไม่ได้ทำให้แจกันใบนี้ดูสวยน้อยลงเลยแม้เพียงนิดเดียว
เธอไม่มีความรู้เรื่องเครื่องเคลือบเช่นนี้เท่าไรนัก แต่เมื่อชาติก่อน เธอคลุกคลีอยู่ในวงการความงามมานานพอสมควร ถึงอย่างไรก็ย่อมมีสุนทรียภาพในการมองอยู่บ้าง
“เธอชอบก็ดีแล้วล่ะ! พ่อฉันเป็นคนซื้อมาเอง”
“อ้าว! พ่อเธอเป็นคนซื้อเองเลยเหรอ แบบนี้คงไม่ใช่ของธรรมดาแน่ ๆ” ลี่หรงคิดในใจว่า หรือนี่จะเป็นของโบราณอย่างนั้นเหรอ เธอไม่กล้ารับไว้เลยจริง ๆ
“ไม่ต้องห่วง ฉันขอคุณพ่อแล้ว และท่านก็อนุญาตแล้วล่ะ!”
ลี่หรงลูบแจกันไปมาพลางคิดในใจว่าจะหาแท่นมาวางไว้สักหน่อย
ก่อนหน้านี้เธอเช่าชั้นล่างของบ้านอาจารย์หยวนเพื่อเปิดร้านขายผลไม้ แต่ตอนนี้เธอเลิกทำแล้ว ลี่หรงจึงจ้างคนมาขนตู้เย็นกลับบ้านเพื่อเก็บไว้ใช้เอง
เมื่อชั้นล่างว่างแล้ว อาจารย์หยวนก็ไม่ได้ปล่อยให้ใครมาเช่าต่ออีก
เมื่อคืนลี่หรงทำซุปแปะก๊วยกับเม็ดบัวใส่ตู้เย็นไว้ เตรียมเครื่องเคียง และหั่นผลไม้ใส่จาน วางไว้บนโต๊ะในสวน รอเปิดร้านต้อนรับลูกค้า
ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว
ส่วนเวลาเปิดร้านของลี่หรงคือสิบเอ็ดโมงเช้า
เมื่อยิ่งใกล้เวลา เสิ่นรั่วหนิงเองก็ยิ่งตื่นเต้นไปด้วย
[1] ใบอ้ายเฉา คือโกฐจุฬาลัมพาจีน เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่สามารถใช้รักษาโรคได้ มีกลิ่นหอม บ้างรับประทานเป็นยา หรือทำเป็นใบชาชงดื่ม