ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 154 วันเปิดร้าน
บทที่ 154 วันเปิดร้าน
เสิ่นรั่วหนิงประสานมือเข้าด้วยกันทั้งสองข้าง แล้วหันไปมองลี่หรงด้วยความกังวล “เธอคิดว่าวันนี้จะมีคนมาไหม?”
“ต้องมีอยู่แล้วล่ะ” ลี่หรงยิ้มอย่างมั่นใจ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครมาเลย
หน้าบ้านที่มีกำแพงล้อมรอบ และมีป้ายที่ลี่หรงจ้างช่างทำแขวนไว้อยู่ บนป้ายนั้นเขียนไว้ว่า “ร้านตัดชุดฝูหรง”
ที่หน้าประตูทางเข้า ลี่หรงยังแขวนกระเช้าดอกไม้ไว้ ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูทันสมัยไม่น้อย
ประตูถูกเปิดไว้ ให้สามารถเดินเข้าไปได้อย่างสะดวก และแน่นอนว่าคนที่ยืนอยู่ข้างนอกยังสามารถมองเข้ามาในร้านได้ด้วย
เพื่อนบ้านหลายคนยืนอยู่ที่หน้าประตูอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้ลี่หรงกำลังทำอะไรอยู่
ในการเปิดร้านครั้งแรก หากบรรยากาศยิ่งคึกคักจะยิ่งเป็นการดี ลี่หรงจึงเชิญพวกเธอเข้ามานั่งในร้าน สำหรับคนที่ไม่เข้ามา เธอก็หยิบขนมหวานยื่นให้แทน
ในที่สุดลูกค้าคนแรกก็มาถึง รถยนต์สีดำคันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าร้าน มีผู้หญิงแต่งตัวดูดีคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับเด็กสาวในชุดเสื้อสีฟ้ากระโปรงยาวสีดำอีกคนลงจากรถตามมาด้วย
เด็กสาวถักเปียสองข้าง ดวงตาฉายแววตื่นเต้นและประหลาดใจ
ลี่หรงเหลือบมองก็พอจะเดาได้ถึงฐานะของทั้งสองคน เธอหันกลับไปถามเสิ่นรั่วหนิง “มีคนมาแล้ว เธอรู้จักสองคนนั้นหรือเปล่า?”
เสิ่นรั่วหนิงมองตามสายตาเธอไป ก็ร้อง “อ้อ! รู้จักสิ เดี๋ยวฉันไปต้อนรับให้เอง”
“รู้วิธีพูดหรือยัง?” จากนั้นลี่หรงก็อธิบายวิธีพูดให้เสิ่นรั่วหนิงฟังคร่าว ๆ ด้วยคุณหนูเสิ่นไม่เคยทำอะไรแบบนี้ เธอจึงเกรงว่าจะไม่รู้วิธีต้อนรับลูกค้า
“วางใจเถอะ ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ” เสิ่นรั่วหนิงพูดจบ ก็รีบเดินเข้าไปหาทั้งสองแม่ลูกที่เพิ่งมาถึงทันที
“คุณป้าหยาง สวัสดีค่ะ มาแล้วเหรอคะ?” เธอเหลือบตาไปมองเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วถาม “คนนี้คือ?”
หญิงผู้ดีที่ถูกเรียกว่า คุณป้าหยาง ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ “จ้ะ นี่ลูกสาวป้าชื่อเสี่ยวอวี้ กำลังเรียนอยู่มัธยมปลายจ้ะ พอดีรู้มาว่าวันนี้พวกหนูเปิดร้าน ป้าเลยพาลูกสาวมาตัดชุดเตรียมไว้สำหรับงานวันเกิดเดือนหน้าน่ะจ้ะ”
“เดือนหน้าเหรอคะ?” เสิ่นรั่วหนิงอึ้งไปเล็กน้อยจากนั้นก็ยิ้มตอบ “คุณป้ามาได้ถูกจังหวะเวลาพอดีเลยค่ะ วันนี้คุณป้าเป็นลูกค้าคนแรกของร้านเลย เดี๋ยวหนูจะบอกช่างใหญ่ตัดชุดให้นะคะ”
เสิ่นรั่วหนิงขยิบตาอย่างขี้เล่น เรียกรอยยิ้มจากเด็กสาวได้ เสี่ยวอวี้จึงพยักหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เวลานี้คนยังน้อย ลี่หรงจัดของบนโต๊ะเสร็จก็เชิญให้แม่ลูกคู่นั้นนั่งลงก่อน
คุณนายหยางมองไปรอบ ๆ เห็นว่านอกจากเสิ่นรั่วหนิงแล้ว มีเพียงลี่หรงคนเดียว เธอคิดว่าคนที่สามารถทำเสื้อผ้าสวยงามขนาดนี้ได้คงเป็นช่างที่มีประสบการณ์มากนัก
อีกทั้งเมื่อครู่ เสิ่นรั่วหนิงก็พูดว่าช่างใหญ่เธอจึงคิดไม่ถึงว่าจะเป็นลี่หรง เลยถามด้วยความสงสัยว่า “ช่างใหญ่อยู่ไหนล่ะจ๊ะ? ทำไมป้ายังไม่เจอเขาเลย”
เสิ่นรั่วหนิงหัวเราะเบา ๆ แล้วชี้นิ้วไปที่ลี่หรง “คนนี้ค่ะ ช่างใหญ่ของร้านเรา”
คุณนายหยางรู้สึกประหลาดใจ “ยังสาวอยู่เลย แต่สามารถออกแบบเสื้อผ้าที่สวยงามได้ขนาดนี้แล้วเหรอ? เก่งมากเลยจ้ะ”
ลี่หรงพูดอย่างถ่อมตัวว่า “ขอบคุณค่ะ แค่พวกคุณชอบฉันก็ดีใจแล้วค่ะ”
จากชุดที่เสิ่นรั่วหนิงใส่ในงานวันเกิด และชุดที่สวีจิ้งเหอใส่ในงานประมูล คุณนายหยางรู้ดีว่าเสื้อผ้าพวกนั้นมันสวยงามขนาดไหน ถึงแม้ว่าลี่หรงจะยังสาว เธอก็ไม่ได้คิดดูถูก เพียงแค่รู้สึกว่าคนรุ่นหลังนี่น่ากลัวจริง ๆ
เสิ่นรั่วหนิงเองก็เริ่มแนะนำเด็กสาวให้กับลี่หรง “เด็กคนนี้คือลูกสาวของคุณป้าหยาง เธอช่วยออกแบบ แล้วก็ตัดชุดสำหรับใส่ในงานวันเกิดเดือนหน้าให้น้องเสี่ยวอวี้ก่อนเลยนะ ส่วนชุดของฉันยังไม่ต้องก็ได้ ฉันไม่รีบ”
เดิมที สองชุดแรกนี้ต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะเปิดร้าน และลี่หรงตั้งใจว่าจะให้ชุดของสวีจิ้งเหอกับเสิ่นรั่วหนิงเป็นชุดลูกค้าคนแรกของร้าน แต่ตอนนี้เสิ่นรั่วหนิงเสนอให้แทรกคิวก่อน เธอจึงไม่สามารถโต้แย้งได้
เธอเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าเหลืออีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเปิดร้าน
ลี่หรงอาศัยช่วงที่คนยังน้อยอยู่ พาพวกเธอเข้าไปในห้องที่ตกแต่งแล้ว
พอเดินเข้ามาในห้อง คุณนายหยางก็รู้สึกทึ่งและประหลาดใจมาก ราวกับว่าเธอได้เดินเข้ามาในร้านตัดเสื้อจริง ๆ
หุ่นแสดงชุดที่ตั้งอยู่ในมุมที่สะดุดตาย่อมถูกสังเกตเห็นเป็นสิ่งแรก
ทันทีที่ลูกสาวของคุณนายหยางเดินเข้ามา เธอก็เห็นชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อนเป็นสิ่งแรก เธอรู้สึกแปลกใจจนต้องอุทานออกมา “ว้าว! ชุดนี้สวยมากเลยค่ะ!”
เธอปล่อยมือที่เกี่ยวแขนคุณนายหยางแล้ววิ่งไปดูชุดนั้นอย่างรวดเร็ว
มือที่กำลังจะยื่นออกไปจับ แต่จู่ ๆ ก็รีบดึงกลับมา เด็กสาวรู้สึกไม่กล้าสัมผัสชุดนั้น
ลี่หรงไม่อยากให้คนอื่นแตะต้องชุดตัวอย่างเท่าไรนัก หากคนที่มาดูแล้วแตะหรือจับชุดกันทุก ๆ คน จะทำให้ชุดสกปรกได้ และยิ่งไปกว่านั้นชุดกระโปรงชุดนี้เป็นสีชมพูขาวสีอ่อนด้วย
เมื่อเห็นว่าสาวน้อยไม่ได้แตะชุด ลี่หรงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและตัดสินใจว่าจะหาโหลแก้วมาครอบไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่น ๆ มาจับชุดอีก
ขณะที่คุณนายหยางกำลังจ้องชุดกี่เพ้าข้าง ๆ ด้วยความตกตะลึงอยู่นั้น
ลี่หรงกับเสิ่นรั่วหนิงสบตากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไร รอให้คุณนายหยางและลูกสาวหายตะลึงกับชุดที่เห็นเสียก่อน
เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ลี่หรงก็พูดว่า “คุณนายหยาง จะให้ฉันทำให้เสี่ยวอวี้ก่อนใช่ไหมคะ?”
คุณนายหยางพยักหน้า “อืม… ฉันเองก็จะสั่งตัดชุดหนึ่งเหมือนกัน ทำเหมือนชุดกี่เพ้าชุดนี้ แต่ว่าขอเปลี่ยนสีนะ”
ลี่หรงพยักหน้ารับทราบ “เสี่ยวอวี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของรั่วหนิง รั่วหนิงจึงยอมให้ทำชุดของเสียวอวี้ก่อน ส่วนชุดของคุณนายหยางต้องรอหน่อยนะคะ”
คุณนายหยางทำหน้าสงสัย “ต้องรอนานไหมจ้ะ?”
“ไม่นานหรอกค่ะ ถ้าฉันทำชุดของเสียวอวี้เสร็จแล้ว ฉันก็จะทำให้คุณป้าจิ้งเหอและรั่วหนิงต่อ จากนั้นถึงจะทำชุดของคุณนายค่ะ โชคดีที่วันนี้พวกคุณมาเร็ว จึงไม่ต้องรอหลายคน ส่วนของคุณป้าจิ้งเหอกับรั่วหนิง เราตกลงเลือกแบบกันแล้วด้วย ใช้เวลาตัดเย็บไม่นานก็เสร็จค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าข้างหน้ายังมีอีกสองคน สีหน้าของคุณนายหยางจึงไม่ค่อยดีนัก ด้วยความที่เธอก็เป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม จึงไม่ชอบการรอคอยสักเท่าไร
แต่สองคนก่อนหน้าเธอดันเป็นแม่และลูกสาวตระกูลเสิ่น ซึ่งฐานะทางบ้านของเธอสู้ตระกูลเสิ่นไม่ได้ หากคิดจะใช้วิธีตัดหน้าก่อนก็คงไม่มีโอกาสแล้ว ดังนั้น แม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่พอใจมากเพียงใด ก็จำต้องฝืนใจพยักหน้าไว้ก่อน
ลี่หรงเคยเจอผู้คนมามากมาย จึงพอมองออกว่าคุณนายหยางท่านนี้ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้แสดงอาการ เธอเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ไป
แต่ถ้ามีใครกล้าแสดงกิริยาไม่ดีใส่อีก ลี่หรงเองก็จะไม่เกรงใจเหมือนกัน
วันนี้เปิดร้านวันแรก เธอหวังเพียงว่าทุกอย่างจะราบรื่นและสงบสุขก็พอ
ลี่หรงถามเด็กสาวอย่างอ่อนโยน “หนูอยากได้ชุดเหมือนกับชุดนี้เลยใช่ไหมจ๊ะ?”
เด็กสาวพยักหน้า “แต่หนูอยากเปลี่ยนสีนิดหน่อยค่ะ หนูไม่ค่อยชอบสีนี้”
ลี่หรงถามเธอว่าชอบสีอะไร
เด็กสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหัว “หนูก็ไม่รู้ว่าจะเลือกสีอะไรเหมือนกันค่ะ”
ลี่หรงมองเเล้วพิจารณาเด็กสาวอยู่เพียงครู่ “หนูเป็นคนผิวขาว ถ้าฉันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนหนูจะชอบไหมจ๊ะ?”
เด็กสาวหันกลับไปมองชุด เธอนึกภาพไม่ออกว่าสีเหลืองอ่อนเป็นอย่างไร จึงถามด้วยความสงสัย “สีเหลืองอ่อนสวยไหมคะ?”
“สวยสิจ๊ะ” ลี่หรงยิ้มตอบ”แล้วก็เหมาะกับหนูด้วย”
“ถ้าอย่างนั้น ก็เอาตามที่คุณบอกเลยก็ได้ค่ะ”
ทั้งคุณนายหยางและลูกสาวต่างสนใจชุดสำเร็จรูปที่ลี่หรงนำมาวางไว้ทั้งสองชุด เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดเวลาให้กับลี่หรงไปได้มากทีเดียว
ด้วยสัญชาตญาณ ลี่หรงรู้สึกว่าคุณนายหยางคนนี้ไม่น่าจะนิสัยดีเท่าไรนัก เธอจึงคิดว่าเดี๋ยวค่อยไปถามเสิ่นรั่วหนิงทีหลังแล้วกัน
ใกล้ถึงเวลาเปิดร้านแล้ว ที่หน้าบ้านล้อมลานมีรถยนต์สีดำจอดเรียงรายอยู่หลายคัน
ซอยแคบเกินกว่าจะจอดรถได้มากขนาดนั้น เมื่อคนขับรถส่งเหล่าคุณนายและคุณหนูทั้งหลายลงจากรถแล้วจึงรีบขับรถออกไปหาที่จอดที่อื่น
พวกเธอเหล่านั้นต่างพากันมองไปที่หน้าร้านแล้วเดินเข้าไป
ทุกคนจำเสิ่นรั่วหนิงได้ เสิ่นรั่วหนิงจึงยิ้มต้อนรับและให้พวกเธอนั่งรอก่อน จากนั้นยังมีผู้คนมาอีกมากมาย จนเก้าอี้ในบ้านไม่พอให้พวกเธอนั่งเสียแล้ว
ลี่หรงจึงต้องเดินไปบ้านข้าง ๆ เพื่อยืมเก้าอี้มาให้ลูกค้านั่งก่อน
ซุปแปะก๊วยและเม็ดบัว เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคุณนายและคุณหนูเหล่านี้ เดิมทีแค่ตั้งใจจะกินพอเป็นพิธีเท่านั้น แต่พอกินเข้าไปแล้วก็พบว่าอร่อยกว่าคนรับใช้ที่บ้านทำเสียอีก
ทุกคนกินเพียงชามเดียวไม่พอ จึงต้องขอเพิ่มอีก