ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 156 เทียนหอม
บทที่ 156 เทียนหอม
รวมญาติทั้งฝั่งสามีและญาติฝั่งภรรยา คนที่มีอำนาจมากที่สุดคงเป็นสามีของน้องสาวสามี แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นแค่นายพัน
ถึงเธอจะโง่เขลา แต่เธอรู้ดีว่าผู้บัญชาการกองพลย่อมใหญ่กว่านายพันอยู่แล้ว
แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่หยิ่งยโสและมักพูดจาโอ้อวดอยู่เสมอ เธอคิดในใจว่าลี่หรงกำลังพูดจาโอ้อวดใส่เธออยู่แน่นอน
เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็ถูกน้องสาวสามีคว้าแขนแล้วลากออกไปเสียก่อน น้องสาวสามีไม่กล้าหาเรื่องลี่หรงจึงรีบก้มหัวขอโทษ ทั้งยังกระซิบเตือนพี่สะใภ้ของตัวเองก่อนออกไปจากร้าน
“ทำไมถึงมีคนแบบนี้โผล่มาได้นะ ฉันไม่ได้ติดต่อกับคนพวกนี้เสียหน่อย” เสิ่นรั่วหนิงบ่นด้วยความหงุดหงิด
“เรื่องนี้ควบคุมไม่ได้หรอก การทำธุรกิจจะเจอคนแบบไหนก็ได้” ลี่หรงพูดกับเสิ่นรั่วหนิง “เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”
เสิ่นรั่วหนิงพยักหน้าทำทีว่าเข้าใจ
สวีจิ้งเหอคอยดูวิธีรับมือของลี่หรงอยู่ข้าง ๆ ตลอด เธอปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความสุภาพ ไม่ก่อเรื่อง แต่หากมีเรื่องมาถึงตัว เธอก็ไม่กลัวเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่สวีจิ้งเหอเองก็อยู่ที่นี่ แต่ลี่หรงไม่ได้คิดพึ่งพาตระกูลเสิ่นเลยแม้แต่น้อย
เวลาที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เวลาที่แขกสร้างความวุ่นวายในร้าน ลี่หรงก็จะเชิญอีกฝ่ายออกไปทันที ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะรู้จักอีกฝ่ายแล้ว ก็ยังคงไม่ยอมก้มหัวให้กับผู้มีอำนาจ
คนเช่นนี้ถูกใจสวีจิ้งเหอที่สุด
แน่นอนว่าที่ลี่หรงกล้าจะไล่คนออกไปนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเธอมีอำนาจที่เหนือกว่าคนอื่น หรือมีพี่ชายเป็นถึงผู้บัญชาการ แต่เธอทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง เท่าเทียมและเด็ดขาดด้วยตัวเธอเอง
หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นออกไป ผู้หญิงอีกคนที่แต่งตัวหรูหราและทันสมัยก็เดินมาพูดกับลี่หรงด้วยรอยยิ้มว่า “คุณลี่ช่วยทำให้ฉันชุดหนึ่งได้ไหมคะ? คุณทำให้ฉันได้ตามใจชอบเลยค่ะ ราคาไม่ใช่ปัญหา คุณเรียกมาได้เลย”
ลี่หรงเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้อยู่แล้ว ประกอบกับประสบการณ์ในชาติก่อน หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นจากไป เรื่องเล็กน้อยเช่นนั้น เธอจึงลืมไปได้อย่างรวดเร็ว
เธอหันไปยิ้มให้คุณนายที่ดูใจดี “ได้เลยค่ะ คุณนาย”
คุณนายท่านนี้มาทีหลังถือว่าฉลาดมาก เพราะตอนแรกทุกคนต้องต่อคิวก่อน แต่พอมีเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้นเธอจึงอาศัยจังหวะนี้ในการเอ่ยปากกับลี่หรงก่อน
ผู้หญิงคนอื่น ๆ ไม่ค่อยพอใจนัก เพราะชุดที่แขวนอยู่ที่หุ่นนั้นพวกเธอไม่สามารถใส่ได้ พอได้ยินผู้หญิงคนนั้นสั่งตัดชุดไปก่อน แล้วลี่หรงก็ตอบตกลง พวกเธอจึงรู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที
พวกเธอจึงผละความสนใจจากเสื้อผ้า แล้วต่างพากันกรูเข้ามาหาลี่หรง “ทำให้ฉันด้วย…”
“ใจเย็น ๆ นะคะ ฉันตัดชุดให้ทุกคนอยู่แล้วค่ะ” ลี่หรงพยายามบอกให้ทุกคนใจเย็น
และเธอก็คาดไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ส่วนสวีจิ้งเหอ และคุณนายหยางที่มาก่อนนั้น เนื่องจากพวกเธอนัดหมายและตกลงเรื่องแบบชุดกับลี่หรงไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรก
ลี่หรงยังไม่ได้รับผู้ช่วย เธอจึงต้องทำการฝึกสอนให้เสิ่นรั่วหนิงไปพลาง ๆ ก่อน ซึ่งเสิ่นรั่วหนิงเองก็สามารถรับมือกับเหล่าคุณนายได้ดี จึงรักษาความสงบเรียบร้อยไว้ได้
ทุกคนที่มาที่ร้านฝูหรงล้วนมาจากตระกูลใหญ่มีชื่อเสียงและมีหน้าตาในสังคมระดับหนึ่ง ดังนั้น ภาพลักษณ์จึงสำคัญ ไม่ว่าจะร้อนใจถึงเพียงไหน ต่างก็ต้องสงวนท่าทีไว้บ้าง
ด้วยการดูแลจัดการของเสิ่นรั่วหนิงจึงให้พวกเธอเข้ามาหาลี่หรงเพียงทีละคนเท่านั้น
หากสั่งชุดเดียวกันกับในหุ่น เช่นเดียวกับคุณนายหยางและลูกสาวจะได้รับชุดเร็วขึ้น แต่หากต้องการแบบอื่น ก็ต้องใช้เวลาเสียหน่อย
ร้านฝูหรงไม่ได้ทำเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่เน้นเป็นการตัดเย็บแบบเข้ารูปตามสรีระของลูกค้าเป็นหลัก
มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำชุดให้กับผู้ที่สวมใส่ดูสง่างามมากยิ่งขึ้น
แม้แต่ใครที่สั่งชุดแบบเดียวกับหุ่นแสดง ลี่หรงก็ต้องทำการแก้ไขเเละปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับผู้ที่สวมใส่
แน่นอนว่าคนเยอะขนาดนี้ ลี่หรงคงไม่สามารถร่างแบบได้ทันที จึงต้องจดรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ในสมุดก่อน พอสรุปได้คร่าว ๆ แล้วจึงเรียกคนต่อไป
พอถึงเวลาเขียนแบบจริง ถึงจะนัดลูกค้าให้มาดูแบบอีกที
เสิ่นรั่วหนิงผู้ช่วยชั่วคราวคนนี้ก็ช่วยรับหน้าที่เก็บช่องทางติดต่อของลูกค้าแต่ละคน
เมื่อแบบชุดของคุณนายหยางเสร็จแล้ว เธอก็สบายใจ
ที่บ้านสามีของคุณนายหยางไม่มีชื่อเสียงเท่าตระกูลเสิ่น ปกติเจอหน้ากันก็ต้องประจบประแจงเข้าไว้
ในขณะที่คุณนายหยางดื่มน้ำชา เธอก็มีสีหน้าผ่อนคลายลง “ลูกสาวคุณนายเสิ่นนี่เก่งนะคะ รู้จักทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ กับเพื่อนด้วย” แล้วเธอก็มองไปที่ลูกสาวที่กำลังเดินดูแบบเสื้ออยู่ “ลูกสาวฉันน่ะ ยังสนใจแต่ว่าจะกินอะไรเป็นอาหารเย็นอยู่เลยค่ะ”
คุณนายหยางฉลาดพูดมาก เธอไม่ได้บอกว่าเสิ่นรั่วหนิงเป็นแค่ผู้ช่วย แต่เธอบอกว่าทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยกัน
สีหน้าของสวีจิ้งเหอไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก สายตาของเธอยังคงมองไปที่ลูกสาวคนโปรดที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างด้วยความตั้งใจ เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “คุณนายเฉิงพูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ อวี้เอ๋อร์ยังเด็กอยู่เลยจะไปเทียบกันได้อย่างไร แต่คิดว่าโตขึ้นน่าจะเก่งกว่ารั่วหนิงแน่นอนเชียวค่ะ”
เฉิง เป็นนามสกุลของสามีคุณนายหยาง
เห็นสวีจิ้งเหอทำท่าทางไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไรนัก คุณนายหยางจึงทำได้เพียงหัวเราะแก้เก้อ
ลี่หรงคุยกับแขกในร้านเสร็จก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย พลางมองพวกเธอแล้วเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่สละเวลามาช่วยอุดหนุนร้านเล็ก ๆ ของฉัน กิจกรรมเปิดร้านใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว สำหรับท่านใดที่คุยเสร็จ หรือไม่มีธุระอะไรแล้วก็สามารถกลับได้เลยนะคะ สำหรับท่านที่ต้องการสั่งตัดชุดสามารถอยู่ต่อได้ หรือจะกลับมาใหม่ในสัปดาห์หน้าก็ได้ค่ะ”
ไม่มีใครอยากรอจนถึงสัปดาห์หน้า ราวกับว่าหากสั่งตัดตอนนี้พรุ่งนี้จะได้ใส่เลยเสียอย่างนั้น
เท่าที่ลี่หรงจำได้ ตอนนี้เธอน่าจะมีลูกค้าสั่งตัดชุดประมาณสิบกว่าคนได้แล้ว
เธอยิ้มอย่างมีความสุข “คิวจะยาวไปถึงเดือนหน้าเลยนะคะ ทุกท่านอาจจะต้องรอหน่อยนะคะ ร้านเล็ก ๆ ของเราไม่รับงานเร่งขอคนรอได้นะคะ”
ถึงเธอจะพูดเช่นนี้ แต่บรรดาผู้หญิงที่ยังไม่ได้สั่งตัดก็ยังไม่ยอมไปไหน และยังคงนั่งรออยู่ที่เดิม
ลี่หรงไม่ได้ว่าหรือห้ามอะไร ปล่อยให้พวกเธอทำตามใจชอบ
ส่วนคนที่สั่งตัดไปแล้วและกำลังจะกลับ ลี่หรงก็กล่าวลาพร้อมรอยยิ้ม แล้วให้เสิ่นรั่วหนิงนำของที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามามอบให้พวกเธอเป็นของชำร่วย
“นี่คือน้ำมันหอมระเหยที่ฉันทำเองค่ะ มีกลิ่นกุหลาบและมะลิ ช่วยให้นอนหลับสบาย เพียงจุดทิ้งไว้เมื่อนอนไม่หลับก็จะช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้สนิทค่ะ”
เหล่าคุณนายไม่เคยเห็นของเช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าจะได้ของติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
ทุกคนรับน้ำมันหอมระเหยด้วยความยินดี แล้วกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
สวีจิ้งเหอยังมีงานที่บ้านอีกหลายเรื่องที่รอให้เธอไปจัดการ จึงอยู่เป็นเพื่อนลี่หรงกับเสิ่นรั่วหนิงไม่ได้ เธอนั่งอยู่สักพักก็เตรียมจะกลับ
ลี่หรงเพิ่งเขียนรายละเอียดต่าง ๆ เสร็จพอดี จึงลุกขึ้นบิดตัวแล้วหันไปยิ้มให้สวีจิ้งเหอ “คุณป้าจะกลับแล้วเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ” สวีจิ้งเหอมองลูกสาวตัวเองด้วยท่าทางใจดีแล้วถามว่า “ลูกจะรออยู่ที่นี่แล้วให้ลุงหลี่มารับเมื่อไหร่ล่ะ?”
“อืม…” เสิ่นรั่วหนิงคิดอยู่ครู่หนึงจึงตัดสินใจได้ “วันนี้หนูว่าจะนอนค้างที่นี่ค่ะ ค่อยให้ลุงหลี่มารับพรุ่งนี้เช้านะคะ”
สวีจิ้งเหอไม่ได้พยักหน้ารับทันทีเธอมองไปที่ลี่หรง “จะรบกวนหนูหรือเปล่าจ้ะ?”
“ไม่รบกวนหรอกค่ะ” ลี่หรงยิ้มตอบ “ปกติหนูก็อยู่คนเดียว ถ้ามีรั่วหนิงอยู่ด้วยก็ดีค่ะ”
สวีจิ้งเหอพยักหน้ารับจากนั้นจึงหันไปหยิบกระเป๋าเตรียมจะออกไป
เสิ่นรั่วหนิงหยิบเทียนหอมสองแท่ง ยื่นให้สวีจิ้งเหอ “มีของแม่ด้วยนะคะ”
สวีจิ้งเหอรับเทียนหอมมาแล้วเขี่ยหน้าผากเสิ่นรั่วหนิงเบา ๆ “ตั้งใจเรียนรู้งานเเล้วก็ช่วยงานหนูลี่หรงให้ดี ๆ นะจ๊ะ”