ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 159 ถึงบ้าน
บทที่ 159 ถึงบ้าน
โชคดีที่หลังจากทักทายกันแล้ว เสิ่นหมิงโจวก็ขับรถไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้พูดคุยอะไรกับลี่หรงอีก
ในรถมีเพียงเสิ่นรั่วหนิงที่พูดจาอ้อนวอนไม่ให้ลี่หรงกลับบ้านอยู่ตลอดทาง
ลี่หรงไม่ได้ตอบอะไรเธอมากนัก เพียงแต่บอกว่ากลับบ้านแล้วจะเอาของฝากอร่อย ๆ มาให้
ช่วงหลังมานี้ ทางสถานีรถไฟอนุญาตให้คนที่ไปส่งผู้โดยสารเข้าไปในสถานีได้ เมื่อส่งลี่หรงถึงสถานีรถไฟแล้ว เสิ่นรั่วหนิงไม่ได้รีบกลับ แต่ไปยืนรออยู่ที่ชานชาลาพร้อมกับลี่หรงด้วย
แน่นอนว่าเสิ่นหมิงโจวก็ไปกับน้องสาวด้วยเช่นกัน เขาเหลือบมองลี่หรงเล็กน้อย และไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากกลับบ้าน
แต่เมื่อฟังจากบทสนทนาของทั้งสองคนบนรถแล้ว ดูเหมือนว่าลี่หรงนั้น อยากจะกลับไปหาสามีและลูกของเธอ
เสิ่นหมิงโจวเองพลันรู้สึกใจหายเล็กน้อย เขาอยากขัดขวางไม่ให้เธอไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงเดินเลี่ยงออกไปที่อื่นเพื่อสูบบุหรี่
เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น
ลี่หรงสะพายกระเป๋าขึ้นพาดบ่า อีกมือถือของฝากที่ซื้อไว้เมื่อวันก่อน บอกลาเสิ่นรั่วหนิงเสร็จแล้วก็เดินขึ้นรถไฟไป
“ฉันกลับแล้วนะ เจอกันวันเปิดเรียน” ลี่หรงยิ้ม
เสิ่นรั่วหนิงโบกมือลาสุดแรง “เดินทางปลอดภัยนะ!”
หลังจากนั่งรถไฟมาสองวัน ลี่หรงรู้สึกเหมือนกระดูกทั้งตัวจะสลายไปตามแรงสั่นสะเทือน
เธอคิดถึงรถไฟความเร็วสูงและเครื่องบินในยุคของเธอเสียจริง!
ใกล้ถึงสถานีแล้ว ลี่หรงลุกขึ้นยืนเส้นยืดสายนิดหน่อย ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปดูนอกหน้าต่าง สถานีที่คุ้นเคยก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว
กลับมาคราวนี้ ลี่หรงไม่ได้บอกจ้าวชิงซงไว้ก่อน
เธอลงจากรถแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังร้านอาหารที่เคยกิน พอเธอได้กินข้าวร้อน ๆ ชามโตก็ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาได้บ้าง
เมื่อท้องอิ่มแล้วก็พร้อมเดินทางต่อ
ลี่หรงหยิบสัมภาระของตนเอง เดินตรงไปยังสถานีขนส่งแล้วนั่งรถประจำทางเพื่อกลับอำเภอ
เธอหลับบนรถประมาณสองชั่วโมง จนในที่สุดก็มาถึงตัวอำเภอ
พอลงจากรถก็มีคนถามว่าจะนั่งรถไปต่อไหม ลี่หรงที่กำลังสะลึมสะลือ ได้แต่โบกมือปฏิเสธไป
เธอซื้อน้ำอัดลมหนึ่งขวดที่ร้านสะดวกซื้อหน้าสถานีขนส่ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด ความกระหายจากการอุดอู้อยู่ในรถเป็นเวลานานจึงบรรเทาลง
ลี่หรงไม่ได้ขึ้นรถกลับหมู่บ้านต้าเจียงในทันที เธอคิดว่าจะเดินเล่นในตัวเมืองแล้วแวะไปเยี่ยมเหอซิ่งก่อน
ตั้งแต่มีนโยบายเสรีการค้าเกิดขึ้น ตัวอำเภอนี้ถือว่ามีการเปลี่ยนไปมาก เธอออกไปเรียนเป็นเวลาครึ่งปี เมื่อกลับมาอีกทีทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จนเธอไม่แน่ใจว่าร้านของเหอซิ่งจะอยู่ที่เดิมหรือเปล่า
ลี่หรงเดินหาอยู่ประมาณสองสามถนนกว่าจะเจอร้านของเหอซิ่ง
ตอนนี้เลยเวลาอาหารกลางวันมาสักพักใหญ่ ลี่หรงกลัวว่าพวกเธอจะปิดร้านกลับบ้านไปแล้ว แต่พอมาถึงก็พบว่าร้านยังไม่ปิด และมีคนกำลังเก็บของอยู่
เหอซิ่งกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ ในขณะที่ต้าหนิวก็ช่วยแม่เช็ดโต๊ะ
ลี่หรงจึงตะโกนเรียก “พี่สะใภ้คะ!”
เหอซิ่งเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นลี่หรงเธอก็ตกใจไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมา “เสี่ยวหรง? มาได้ยังไง อันอันมานี่เร็ว ดูสิจ๊ะ ว่าใครมาหา”
ในขณะนั้นก็มีหัวเล็ก ๆ มุดออกมาจากใต้โต๊ะ
เมื่อเจ้าตัวเล็กเห็นลี่หรงก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ “แม่ครับ!” อันอันเรียกผู้เป็นแม่ พลันโยนของเล่นในมือทิ้งแล้ววิ่งไปหาเธอด้วยความดีใจ
ลี่หรงคิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวเล็กจะอยู่ที่นี่ด้วย เมื่อเห็นลูกชายวิ่งมา เธอก็รีบวางของทั้งหมดลง แล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมากอดหอมอยู่หลายทีด้วยความคิดถึง “เป็นยังไงบ้างตัวเล็ก คิดถึงแม่ไหมจ๊ะ?”
“คิดถึงครับ!” เจ้าตัวน้อยตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เอ้อร์หนิวก็ลุกขึ้นมาจากพื้น เมื่อครู่เขากำลังเล่นอยู่กับอันอันใต้โต๊ะทำให้ลี่หรงมองไม่เห็นเขา
“โอ้ะ เอ้อร์หนิวก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?” ลี่หรงมองเด็ก ๆ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน เธออุ้มเจ้าตัวน้อยไว้สักพักก่อนจะวางลง แล้วค่อยนำขนมออกมาจากกระเป๋าเพื่อแบ่งให้เด็ก ๆ
ลี่หรงลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู แล้วพูดกับเหอซิ่งว่า “พี่ใหญ่ไปไหนเหรอคะ? ทำไมถึงอยู่กันแค่นี้ล่ะ?”
“จ้าวชิงหยางไปซื้อปูนขาวแล้วก็ปุ๋ยกับน้องรอง เขาบอกว่าจะเข้าฤดูหนาวแล้ว ต้องหาอะไรมาป้องกันแมลงเสียหน่อย”
การปลูกผลไม้ที่ภูเขาถือเป็นงานใหญ่ แม้ว่าจ้าวชิงซงจะทำคนเดียวได้ แต่เขาก็อยากให้พี่น้องในครอบครัวได้ทำมาหากินด้วยกัน เขาจึงชวนจ้าวชิงหยางมาร่วมลงทุนด้วย
เมื่อพ่อจ้าวรู้ว่าจ้าวชิงซงมีความคิดเช่นนี้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงพูดว่า “พี่น้องสามัคคีเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ พวกลูกตั้งใจทำงานขนาดนี้ ครอบครัวจะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”
ลี่หรงไม่เข้าใจเรื่องข้อกำหนดในการปลูกต้นไม้เท่าไหร่นัก จึงทำได้เพียงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ? โชคดีที่เมื่อครู่ฉันไม่ได้นั่งรถเมล์กลับ ถือว่าได้ประหยัดเงินด้วย”
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เกวียนวัวคันหนึ่งก็มาจอดอยู่หน้าร้านของเหอซิ่ง
หากคนขับไม่ใช่จ้าวชิงซงแล้วจะเป็นใครไปได้?
ไม่ต้องรอให้ลี่หรงพูด เจ้าตัวเล็กก็วิ่งไปที่ประตูแล้วตะโกนว่า “พ่อครับ แม่กลับมาแล้วครับ!”
จ้าวชิงซงตกใจนิดหน่อย คิดว่าเจ้าตัวเล็กพูดเล่น แต่เมื่อหันไปเห็นลี่หรงก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “กลับมาแล้วเหรอครับ?”
เขาลงจากเกวียนแล้วลูบหัวลี่หรงเบา ๆ “ทำไมไม่บอกกันล่วงหน้าสักหน่อยล่ะครับ ผมจะได้เตรียมตัวไปรับคุณกลับบ้าน”
“ฉันอยากทำให้คุณประหลาดใจค่ะ” ลี่หรงยิ้มอย่างสดใส “อีกอย่าง ฉันโตขนาดนี้ กลับเองได้อยู่แล้วค่ะ”
จ้าวชิงซงอยากจะพูดอะไรอีกมากมาย แต่พี่ชายพี่สะใภ้และเด็ก ๆ ยังอยู่ด้วย จึงหยุดความคิดที่อยากจะพูดไว้เสียก่อน
เจ้าตัวเล็กเห็นคุณพ่อคุณแม่มองกันอยู่นาน ก็เลยเบียดเข้าไปตรงกลางระหว่างทั้งสองคน แล้วอ้อนให้ลี่หรงอุ้ม
เธออุ้มเด็กน้อยขึ้นมา “อันอันโตขึ้นอีกแล้ว ครั้งหน้าแม่กลับมาคงอุ้มไม่ไหวแล้วล่ะ”
เจ้าตัวเล็กไม่สนใจอะไรอีก เพราะตอนนี้เขาได้รับความสนใจจากลี่หรงแล้ว “แม่อุ้มไหวอยู่แล้วครับ อันอันจะกินข้าวให้น้อยลงหน่อยก็ได้”
จ้าวชิงซงมองเจ้าตัวเล็กที่เบียดเข้ามาด้วยสายที่หมั่นไส้เล็กน้อย “ถึงจะกินข้าวน้อยลงสิบคำ ลูกก็ยังอ้วนเหมือนเดิมนั่นแหละ”
เจ้าตัวเล็กไม่สนใจแถมยังทำหน้าล้อเลียนใส่เขาอีก
จ้าวชิงซงรู้สึกว่าเจ้าเด็กน้อยนี่ยิ่งโตยิ่งหลอกยากกว่าเดิม เขายกมือกุมขมับก่อนจะเรียกให้ทุกคนขึ้นเกวียนกลับบ้านกัน
จ้าวชิงหยางขี่จักรยานไปกับเหอซิ่ง เอ้อร์หนิวและต้าหนิว ตามเกวียนของจ้าวชิงซงกลับบ้านไป
บนเกวียนมีถุงปูนวางเรียงกันสูงเกือบเท่าคน อีกทั้งบนพื้นมีปูนขาวที่ร่วงลงมาอีกด้วย
ลี่หรงมองแล้วเห็นว่าทั้งหมดล้วนเป็นปูน เธอจึงถามด้วยความสงสัย “ทำไมถึงเป็นปูนหมดเลยล่ะคะ พี่สะใภ้บอกว่าพวกคุณไปซื้อปูนกับปุ๋ยนี่ แล้วไม่ได้ซื้อปุ๋ยมาด้วยเหรอคะ?”
จ้าวชิงซงหันไปบอกเธอ “วันนี้ยังขนไม่หมดครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปขนอีกที”
แม่จ้าวเห็นลี่หรงกลับมาบ้านก็ดีใจมาก จึงรีบลงไปเก็บผักเพิ่มอีกหน่อย แล้วหั่นไส้กรอกมาผัดให้
ลี่หรงไม่ได้กินไส้กรอกมานานแล้ว และด้วยความที่คิดถึงรสชาติของมันมากเธอเลยกินข้าวเย็นไปถึงสองชาม
หลังจากมื้อเย็น แม่จ้าวให้ลี่หรงไปอาบน้ำบอกว่าเธอน่าจะเหนื่อยจากการเดินทาง จึงให้เธอรีบนอนพักก่อน
ในเดือนตุลาคมอากาศในหมู่บ้านต้าเจียงตอนกลางคืนหนาวมาก แต่ยังไม่ถึงกับต้องก่อเตาผิง
เมื่อลี่หรงอาบน้ำเสร็จ เธอจึงไปนั่งเล่นกับอันอันบนเตียง
เนื่องจากไม่ได้เจอผู้เป็นแม่มานาน เจ้าตัวเล็กจึงชวนลี่หรงเล่นด้วยกันอยู่นาน ไม่ยอมนอนเสียที
จ้าวชิงซงเองก็อยากจะกอดหอมภรรยาของตัวเองบ้าง เมื่อเห็นเจ้าลูกชายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเล่น เขาจึงบอกกับลูกว่า “ดึกแล้วนะอันอัน รีบเข้านอนเถอะ เดี๋ยวพ่อจะอุ้มลูกไปหาคุณย่านะ ตกลงไหมครับ?”
…………………………………………………………………………………….
ZPU2NB24