ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 161 เดินเล่น
บทที่ 161 เดินเล่น
ในช่วงที่ลี่หรงไม่อยู่บ้าน อันอันก็จะนอนกับแม่จ้าว แต่บางครั้งหลังจากที่เจ้าตัวน้อยคุยโทรศัพท์กับลี่หรงเสร็จ เขาก็จะนอนกับจ้าวชิงซง ราวกับว่าการนอนกับพ่อก็เหมือนกับการนอนกับแม่ด้วยเช่นกัน
ตอนนี้ลี่หรงกลับมาแล้ว เจ้าตัวน้อยก็เลยไม่อยากห่างจากแม่ไปไหนอีก
เจ้าตัวน้อยส่ายหน้าไปมาแล้วพูดว่า “ไม่ไป ผมจะนอนกับแม่”
จ้าวชิงซง “…”
ลี่หรงอมยิ้มเล็กน้อย เธอสังเกตเห็นแล้วว่าจ้าวชิงซงแทบจะอดทนไม่ไหว แต่เธอเองก็ยังอยากอยู่กับเจ้าตัวน้อยด้วย เธอจึงรอดูว่าจ้าวชิงซงจะลงมือเมื่อไหร่
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะลงมือ เจ้าตัวน้อยก็ไม่ยอมอยู่ดี
จ้าวชิงซงหรี่ตาลงมองอันอัน คู่กรณีไม่กลัวเขาเอาเสียเลย กลับหันไปดึงชายเสื้อของลี่หรงมากอดแล้วนอนนิ่ง ๆ “แม่ครับ กอดอันอันหน่อย”
ลี่หรงหันไปกอดอันอันแล้วทำท่ากล่อมให้เขานอน เจ้าตัวน้อยหันกลับมามองจ้าวชิงซง “คุณพ่อไม่นอนเหรอครับ?”
ลี่หรงเลียนแบบคำพูดของเจ้าตัวน้อย แล้วพูดตามด้วยว่า “คุณพ่อไม่นอนเหรอครับ?”
จ้าวชิงซงมองแม่ลูกที่คล้ายกันเหลือเกิน เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ พลางเข้าไปจับแก้มของเจ้าตัวเล็ก “นอนก็นอน!”
เขาเป่าตะเกียงแล้วจึงล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เจ้าตัวเล็ก เขาเพียงจับมือลี่หรงไว้แต่ไม่พูดอะไร
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เจ้าตัวเล็กก็ส่งเสียงกรนแผ่วเบาออกมา
จ้าวชิงซงก็บีบมือลี่หรงอีกครั้งแล้วเรียกเธอเบา ๆ
ลี่หรงเพิ่งจะกล่อมเจ้าตัวเล็กจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน จากนั้นก็ได้ยินจ้าวชิงซงเรียก เธอจึงตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงพร้อมกับขานรับ “อืม”
“ยังไม่หลับเหรอครับ?” จ้าวชิงซงถาม เขาอาศัยแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างอุ้มเจ้าตัวเล็กไปไว้ข้าง ๆ แล้วเข้าไปโอบกอดภรรยาที่คิดถึงมานาน
ลี่หรงได้แต่คิดในใจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตัวเล็กกับเขามาปลุก เธอก็คงจะหลับไปแล้ว
ทันทีที่จ้าวชิงซงโอบกอดเธอไว้ เขาก็จูบเธอทันทีให้สมกับที่คิดถึงมานาน ลมหายใจและจูบของเขาทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว ลี่หรงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสามีของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอถูกเขาจูบด้วยความเร่าร้อนและลูบไล้ไปทั่วร่างกายที่เนียนนุ่มของเธอ เสียงหายใจหอบถี่และหนักหน่วงของเขา ทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างเลี่ยงไม่ได้
จ้าวชิงซงถอดเสื้อผ้าของลี่หรงออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองพร้อมกับเรียกเธอเบา ๆ ว่า “ภรรยา”
ตอนแรกลี่หรงก็เผลอรับปาก แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะส่งเสียงตอบเขาอีกแล้ว ได้แต่ปล่อยให้เขาเรียกไปตามใจชอบ
ใบหน้าของลี่หรงเต็มไปด้วยเหงื่อ จ้าวชิงซงปัดผมของเธอออก พลางจูบเธออยู่หลายครั้ง
ลี่หรงเกรงว่าหากเสียงดังเกินไปจะทำให้เด็กน้อยตื่น เธอจึงได้แต่อดทนกัดริมฝีปากไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงอื่นดังขึ้นอยู่ดี
ลี่หรงสะกิดเตือนจ้าวชิงซงว่าให้เบาเสียงลงหน่อย เขาหอมแก้มเธออย่างเอาใจ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมทั้งเธอและเขาไว้ นั่นน่าจะพอช่วยให้เสียงเบาลงได้บ้าง
เสียงอันเร่าร้อนและเย้ายวนถูกซ่อนไว้ในผ้าห่ม ราวกับถูกกลืนหายไปกับเสียงแมลงและจิ้งหรีดร้องในยามค่ำคืน
เห็นแก่ลี่หรงที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง เจ้าจ้าวชิงซงจึงทำเพียงครั้งเดียว ถือว่ายังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง
แต่ลี่หรงกลับน่าสงสาร เธอเหนื่อยจนไม่อยากขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
หลังจากที่เจ้าจ้าวชิงซงมอบความรักและความคิดถึงให้กับหญิงสาวผู้เป็นที่รักเสร็จแล้ว เขาก็กอดเธอที่ตอนนี้ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง เธอนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า จ้าวชิงซงโน้มตัวไปจูบริมฝีปากของเธออีกครั้งราวกับมันยังไม่เพียงพอ
ลี่หรงหลับตาลงเพียงครู่ก็ส่งเสียงหายใจเบา ๆ
จ้าวชิงซงปัดผมให้เธออย่างทะนุถนอม จุมพิตหน้าผากเธออย่างเสียดาย เขากอดลี่หรงไว้แล้วหลับไปอย่างมีความสุข
เช้าวันถัดมาเมื่อลี่หรงตื่นขึ้น ก็ไม่พบร่างของจ้าวชิงซงที่นอนกอดเธอเมื่อคืนแล้ว
มีเพียงเจ้าตัวน้อยอันอันที่นอนเล่นอยู่บนเตียง
“คุณแม่ตื่นแล้ว!” เจ้าตัวเล็กเห็นลี่หรงตื่น ก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ
เจ้าตัวเล็กตื่นก่อนเธอนานแล้ว เธอยิ้มแล้วถามว่า “อันอันตื่นตอนกี่โมงจ๊ะ?”
“ตอนที่พ่อตื่น อันอันก็ตื่นแล้วครับ” เจ้าตัวเล็กเอียงหัวพูด จากนั้นก็ทำท่าเหมือนน้อยใจ “ตอนที่อันอันตื่น แม่ไม่ได้กอดอันอันด้วย”
เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ใบหน้าของลี่หรงพลันแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “…อย่างนั้นเหรอจ๊ะ”
เจ้าตัวเล็กคิดว่าลี่หรงไม่เชื่อ จึงยิ่งน้อยใจหนักขึ้นอีก “คุณพ่อแย่งคุณแม่ไปกอดคนเดียวเลย!”
เธอขำเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปลูบใบหน้าที่น้อยใจของเขาเบา ๆ แล้วเปลี่ยนหัวข้อคุยอย่างรวดเร็ว “อันอันกินข้าวหรือยังจ๊ะ?”
“ยังเลยครับ คุณย่ายังทำกับข้าวไม่เสร็จ”
เธอหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู ปรากฏว่ายังไม่ถึงแปดโมงด้วยซ้ำ วันนี้เธอไม่ได้นอนตื่นสาย
ในเมื่อตื่นนอนแล้วลี่หรงจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปข้างนอก เพื่อตักน้ำมาให้เจ้าตัวเล็กล้างหน้าแปรงฟัน
อันที่จริง แม่จ้าวทำอาหารไว้แล้ว แต่คิดว่า เจ้าตัวเล็กคงยังนอนอยู่กับแม่ เธอจึงไม่ได้เรียก
เมื่อเห็นลี่หรงตื่นแล้ว แม่จ้าวจึงบอกให้เธอกับอันอันไปกินข้าว
นอกจากแม่จ้าวแล้วก็ยังมี ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวอยู่ที่บ้านอีกด้วย
พ่อจ้าวออกไปทำงานที่นาตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนจ้าวชิงซงไปขนปุ๋ยที่เมือง และเหอซิ่งกับสามีก็ไปขายอาหารเช้าที่เมืองแล้ว
สองพี่น้องกำลังกินข้าว เพราะเดี๋ยวพวกเขาต้องไปช่วยแม่ดูร้านเช่นกัน
เหอซิ่งสงสารลูก ๆ ของเธอทั้งสองคน รู้ว่าพวกเขากำลังเจริญเติบโต เมื่อถึงวันหยุดที่พวกเขาต้องไปช่วยที่ร้าน เหอซิ่งก็จะปล่อยให้พวกเขานอนให้เต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาก็ไปขึ้นรถโดยสารไปที่เมืองเอง
ลี่หรงและเจ้าตัวเล็กล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ จึงออกไปกินข้าวเช้า
อาหารเช้าวันนี้แม่จ้าวต้มโจ๊ก มีผักดอง และกับข้าวที่เหลือจากเมื่อคืน
แม่จ้าวถามลี่หรงว่า “หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ลูกไปเที่ยวที่อำเภอหน่อยดีไหมจ๊ะ?”
ที่บ้านไม่มีงานไร่หรือสวนให้ทำ แม่จ้าวกลัวลี่หรงจะเหงาจึงถามขึ้นมา
ลี่หรงพยักหน้า “ไปค่ะ”
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็พาต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวไปด้วยนะจ๊ะ”
ลี่หรงพยักหน้ารับ
จริง ๆ แล้วเธออยากไปดูสวนผลไม้ของจ้าวชิงซงมากกว่า แต่พอตื่นขึ้นมา เขาก็ไม่อยู่แล้ว คงทำได้เพียงรอคุยตอนเย็นแล้ว
เมื่อมาถึงตัวอำเภอ เหอซิ่งก็เพิ่งเก็บของเสร็จจากการขายอาหารเช้า และกำลังเตรียมของสำหรับขายอาหารกลางวันต่อ
ลี่หรงรู้สึกว่าสามีภรรยาคู่นี้ขยันมาก ขายอาหารตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
ตอนเที่ยงลี่หรงก็ช่วยล้างผัก แล้วช่วยยกถาดอาหารไปให้ลูกค้า เธอเดินเข้าเดินออก จนเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว แต่ดีที่เธอไม่ต้องอยู่ช่วยตลอด ลี่หรงอดที่จะชื่นชมเหอซิ่งและอีกทั้งสามคนไม่ได้ พวกเขาช่างเก่งกันจริง ๆ
เมื่อเก็บร้านอาหารตอนเที่ยงเสร็จแล้ว เหอซิ่งกับสามีก็กำลังจะกลับบ้านไปพัก เธอถามลี่หรงว่าจะกลับพร้อมกันไหม
ลี่หรงคิดดู แล้วพูดว่า “พี่สะใภ้กลับก่อนเถอะค่ะ ฉันว่าจะพาอันอันไปเดินเล่นแล้วค่อยซื้อของกินกลับบ้านค่ะ”
เมื่อเหอซิ่งได้ยินเธอพูดว่าจะซื้อของกิน จึงหยิบเงินสิบหยวนจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นให้ลี่หรง “อยากกินอะไรก็ซื้อเลยนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ค่ากับข้าวแค่นี้ ให้ฉันจ่ายเองเถอะนะคะ”
“แม่ครับ ผมอยากไปเดินตลาดด้วยครับ” เอ้อร์หนิวมองเหอซิ่งด้วยสายตาอ้อนวอน แม้ว่าเธอจะเปิดร้านที่ตัวอำเภอ แต่ก็นานแล้วที่ไม่ได้พาลูก ๆ ไปเดินตลาด
“ไปสิ เดี๋ยวอาพาไปเองจ้ะ” ลี่หรงพูดชวนด้วยรอยยิ้ม
เหอซิ่งมองเขา แล้วมองไปที่ต้าหนิว “ต้าหนิวจะไปเดินตลาดด้วยไหมลูก?”
ต้าหนิวดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความปรารถนา แล้วพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับอาสะใภ้รองเถอะ” เหอซิ่งให้เงินต้าหนิวสองหยวน “อยากกินอะไรก็ซื้อกินได้เลย แต่ต้องเชื่อฟังอาสะใภ้รองด้วย ห้ามซนนะ”