ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 163 กินปู
บทที่ 163 กินปู
หลังจากกินของว่างเสร็จแล้ว จ้าวชิงซงก็ออกไปทำงานต่อ
ช่วงเวลาประมาณสี่โมงเย็นแดดไม่แรงมาก อันอันบอกว่าอยากออกไปเล่นข้างนอก ลี่หรงจึงบอกให้ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวหยุดทำการบ้านแล้วออกไปเดินเล่นเสียหน่อย
นี่ก็เพื่อให้พวกเขาผ่อนคลายความเครียดจากที่ทำการบ้านมาทั้งวันแล้ว
อาสะใภ้รองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวเห็นด้วยกับที่เธอพูด จึงวางดินสอแล้วพับสมุดเก็บลงไป สองพี่น้องกระโดดลงจากโต๊ะแล้วก็ตะโกนว่า “ไปเล่นกันเถอะ!”
ถึงจะบอกว่าลี่หรงเป็นคนพาไปเล่น แต่ความจริงแล้วเด็ก ๆ พวกนี้ต่างหากที่วิ่งซน ลี่หรงก็แค่เดินตามหลังไปเท่านั้น “อย่าวิ่งเร็วกันนักสิเด็ก ๆ ระวังด้วย!”
อันอันพยายามวิ่งตามพี่ชายทั้งสองคนด้วยขาสั้น ๆ ของเขา เมื่อเดินไปจนถึงหน้าหมู่บ้าน พวกเด็ก ๆ ก็พากันหยุดวิ่งแล้ว
ที่หน้าหมู่บ้านมีเด็กหลายคนกำลังเล่นหนังสติ๊กกับลูกแก้วกันอยู่ แล้วยังมีเด็กหญิงที่กำลังเล่นปาถุงทรายอยู่ด้วย
บรรยากาศการละเล่นในวัยเด็กที่เรียบง่ายแบบนี้ หาดูได้ยากมากสำหรับลี่หรง เด็กทั้งสามพากันไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ส่วนเธอก็เดินไปนั่งที่หน้าร้านขายของชำ
ที่นั่นมีม้านั่งตัวเล็ก ๆ อยู่หลายตัว อากาศในฤดูใบไม้ร่วงก็เย็นสบายทำให้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายมากทีเดียว
จนใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นลี่หรงก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน เธอจึงเดินไปเรียกลูกชาย “อันอัน แม่จะกลับบ้านแล้วนะ จะไปเล่นต่อกับพี่ ๆ หรือกลับบ้านกับแม่จ๊ะ”
เด็กน้อยมองหน้าลี่หรงแล้วก็มองเพื่อน ๆ สลับกันไปมาด้วยความลังเล “แม่ครับ อันอันอยากเล่นต่อครับ”
“อย่างนั้นลูกก็เล่นต่อเถอะ” ลี่หรงหันไปพูดกับต้าหนิว “ดูแลน้องด้วยนะจ๊ะ”
ใกล้ห้าโมงเย็นแล้วบนถนนแทบไม่มีผู้คนเลย ถ้าเป็นเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านกำลังเลิกงาน
ปัจจุบันทุกคนมีที่นาทำเองแล้ว ข้าวที่ปลูกก็เป็นของตัวเอง คนที่ขยันหน่อยก็จะทำงานจนค่ำถึงจะกลับบ้านกัน
พี่น้องตระกูลจ้าวต่างก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว พ่อจ้าวเลยตัดสินใจปลูกข้าวแค่พอกิน เขาไม่ได้ปลูกเยอะแค่หนึ่งถึงสองไร่เท่านั้น
พอถึงตอนหว่านและเก็บเกี่ยว จ้าวชิงซงกับคนอื่น ๆ ก็กลับมาช่วยเขาด้วย ตอนนี้เขาเองก็ยังพอทำงานไหวอยู่
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปลูกข้าวสาลี ชาวบ้านก็กำลังยุ่งอยู่กับการปลูกข้าว
หลังจากที่จ้าวชิงซงรอจนเขาจัดการเรื่องปุ๋ยเสร็จแล้วจึงรีบกลับบ้านเพื่อปลูกข้าวสาลีให้เสร็จก่อน
ลี่หรงรู้เรื่องนี้จากการพูดคุยกับจ้าวชิงซง ลี่หรงเป็นคนทางใต้ รู้แค่การปลูกข้าว แต่เธอไม่รู้ว่าจะปลูกข้าวสาลีอย่างไรและแม่จ้าวก็ไม่ได้เรียกเธอให้ไปช่วยด้วย เธอจึงอยู่บ้านทำกับข้าวไว้รอทุกคนกลับมา
เนื่องจากในบ้านมีคนอยู่หลายคน กับข้าวเมื่อคืนก็คงไม่เหลือมาถึงวันนี้ ลี่หรงกำลังคิดว่าจะทำกับข้าวอะไรดี พอกลับถึงบ้านก็พบว่าเหอซิ่งซื้อกับข้าวมาแล้ว
แต่ก็ไม่เห็นเหอซิ่ง ลี่หรงคิดว่าเธอคงจะพักผ่อนอยู่ วันนี้ต้าหนิวไม่ได้ไปช่วยงาน ทั้งเหอซิ่งและสามีจึงต้องทำทุกอย่างด้วยกันเอง
ลี่หรงล้างมือเตรียมหุงข้าว
ถึงแม้ว่าชาวบ้านต้าเจียงจะปลูกข้าวสาลี แต่ส่วนใหญ่คนที่นี่ชอบกินอาหารที่ทำจากเส้นมากกว่า ลี่หรงมาจากทางใต้ ตอนที่เพิ่งมาแรก ๆ ก็กินข้าวมากกว่า ในบ้านจึงมีข้าวเยอะหน่อย
ส่วนใหญ่ตอนที่ลี่หรงไม่อยู่บ้านแม่จ้าวจะทำอาหารประเภทเส้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ลี่หรงอยู่บ้านแม่จ้าวก็จะหุงข้าวเยอะเป็นพิเศษหน่อย
เหอซิ่งไม่ใช่คนขี้เหนียวเธอซื้อมาทั้งหมูและไก่ ลี่หรงเอาไก่ลงไปตุ๋นเพื่อทำเป็นน้ำแกงก่อน
จากนั้นก็ไปหั่นไส้กรอกแล้วเอาไปผัดกับข้าวโพดอ่อน ข้าวเย็นยังไม่ทันจะเสร็จดี จ้าวชิงซงก็กลับมาถึงบ้านแล้ว
เพิ่งจะเข้ามาในบ้านก็ตะโกนเรียกเธอเสียงดังลั่นบ้าน ลี่หรงได้ยินที่เขาตะโกนเรียกเลยตกใจมากคิดว่าเขามีเรื่องอะไรจึงเผลอหยิบเอาตะหลิวติดมือเดินถือออกมาด้วย “มีอะไรคะ?”
จ้าวชิงซงยกกระชังในมือขึ้นมา “คุณมาดูนี่สิว่ามีอะไร”
“นี่มัน! ปูนี่คะ” ลี่หรงประหลาดใจ “คุณไปหาจากไหนมาคะเนี่ย”
“พอดีตอนกลับมาจากซื้อปุ๋ย เห็นว่ามีคนตะโกนขายปูอยู่ บอกว่าเพิ่งขนมาจากเมือง C เมื่อเช้านี้ ผมเห็นว่ามันสดดีเลยนึกได้ว่าคุณชอบกินเลยซื้อมาให้ครับ”
เมือง C เป็นเมืองติดทะเล ลี่หรงยิ้มอย่างดีใจ “คุณนี่เก่งจริง ๆ เลยนะคะ เอาวางไว้ก่อนก็ได้ค่ะ รอฉันทำกับข้าวที่เหลือเสร็จ เดี๋ยวฉันจะมาล้างโคลนปูออกแล้วเอาไปนึ่งค่ะ”
จ้าวชิงซงปัดมือไปมา “ไม่ต้องหรอกครับ ผมล้างให้เอง”
เมื่อลี่หรงทำกับข้าวเสร็จแล้ว จ้าวชิงซงก็ล้างปูเสร็จพอดี
ลี่หรงนำปูที่ล้างแล้วลงไปนึ่ง ที่เหลือก็เเค่ระวังอย่าให้ไฟมอดดับก็พอ
วันนี้จ้าวชิงซงต้องขนทั้งปุ๋ยและของอื่น ๆ ทั้งวัน ทำให้ตัวเขามีแต่เหงื่อแถมยังเหม็นด้วย ลี่หรงจึงไล่ให้เขาไปอาบน้ำก่อน
ถ้าเป็นปกติจ้าวชิงซงคงไม่อยากไปอาบน้ำ เพราะคิดว่าตอนกินข้าวเหงื่อก็ออกอยู่ดี อาบน้ำไปก็เปล่าประโยชน์ แต่ตอนนี้คุณภรรยาที่เขารักสั่ง จ้าวชิงซงจึงไม่มีท่าทีอิดออดแต่อย่างใด “ได้เลยครับ!”
ขณะที่ลี่หรงกำลังนึ่งปูอยู่นั้น เหอซิ่งก็ตื่นพอดี
เธอเดินเข้าไปในห้องครัวพร้อมกับพูดด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย “ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะงีบสักพักแล้วค่อยตื่นมาทำกับข้าว ที่ไหนได้เผลอหลับไปนานเลย”
“ทำกับข้าวแค่นี้เองไม่เหนื่อยหรอกค่ะ” ลี่หรงเปิดหม้อดูว่าปูสุกหรือยัง เมื่อเห็นเป็นสีเหลืองทองก็รู้ได้เลยว่าปูสุกแล้ว
เหอซิ่งเห็นปูก็ตกใจ “ทำไมปูพวกนี้ตัวใหญ่จังเลยล่ะ?”
เธอเคยเห็นแต่ปูตัวเล็ก ๆ ในทุ่งนา ปูที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
“นี่คือปูทะเลเดี๋ยวจะให้พี่สะใภ้ลองชิมดูนะคะ ไข่ปูตัวนี้เยอะมากเลยค่ะ!” ลี่หรงเผลอเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่จินตนาการก็แทบจะน้ำลายไหลแล้ว
“ปูจากทะเล? โอ้โห! ไปหาซื้อมาจากไหนล่ะเนี่ย”
“จ้างชิงซงซื้อมาจากอำเภอค่ะ เขาบอกว่าเพิ่งขนส่งมาจากเมืองข้าง ๆ เมื่อเช้านี้เอง”
“เดี๋ยวต้องลองชิมดูบ้างแล้วล่ะ ฉันยังไม่เคยกินปูทะเลเลย!”
ขาดแค่จานปู ส่วนอาหารจานอื่น ๆ ลี่หรงยกมาวางไว้ที่โต๊ะอาหารหมดแล้ว เหอซิ่งนำชามตะเกียบวางลงบนโต๊ะอาหาร ในที่สุดก็ได้ช่วยอะไรบ้างแล้ว
พ่อจ้าวกับแม่จ้าวกลับมาพร้อมจอบและพลั่ว จ้าวชิงหยางก็มีโคลนติดเต็มขา น่าจะเป็นเพราะกลับมาถึงบ้านแล้วก็ไปช่วยทำงานที่ไร่ ตามมาด้วยเด็ก ๆ สามคนที่ออกไปเล่นข้างนอกมา
พวกเด็ก ๆ พากันวิ่งกลับมาจนหอบแฮก ๆ เหงื่อเต็มหัวเต็มตัวไปหมด
ลี่หรงหัวเราะ “ดูสิเนี่ยเหงื่อเต็มหัวแบบนี้ คืนนี้ต้องสระผมแล้วล่ะ ไม่งั้นเหม็นแย่เลย”
เด็กน้อยถูกลี่หรงทักขึ้นมาแบบนั้นก็มีท่าทางเขินอายเล็กน้อยแล้วพูดเบา ๆ ว่า “แม่ครับหิวน้ำ”
ลี่หรงเทน้ำเปล่าให้เขาแก้วหนึ่ง “จิบไปก่อนอย่าเพิ่งดื่มเยอะนะ เดี๋ยวจะกินข้าวแล้ว วันนี้มีน้ำแกงไก่ด้วย”
พูดจบลี่หรงก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูเปียกมาบิดให้แห้งก่อนจะเช็ดหน้ากับคอของลูกน้อย เสร็จแล้วจึงพาอันอันไปล้างมือแล้วมากินข้าว
พ่อจ้าวเห็นปูสีเหลืองทองจานหนึ่งบนโต๊ะอาหาร ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง “ไปหาปูตัวใหญ่ขนาดนี้มาจากไหนกันเนี่ย?”
“จ้าวชิงซงซื้อมาจากในเมือง บอกว่าเป็นปูทะเลจากเมือง C ค่ะ คุณพ่อลองชิมดูสิคะ ไข่ปูเยอะมากเลยนะคะ” ลี่หรงแกะปูให้ลูกชายหนึ่งตัว วางลงในชามในขณะที่พูดกับพ่อจ้าว
แม่จ้าวเคยกินปูแบบนี้ตอนอยู่ที่เมืองหลวง เธอหัวเราะคิกคักและหยอกล้อพ่อจ้าว “จะไปหาที่ไหนได้อีกล่ะ ปูเนี่ยเขาต้องจับมาจากทะเลน่ะสิ!”
พ่อจ้าวถูมือไปมา “ก็ไม่เคยเห็นนี่นา”
ลี่หรงแกะปูอีกตัวใส่ในชามของลูกชาย เธอเลือกเอาเฉพาะตัวเล็ก ๆ แบ่งคนละตัวกับอันอัน เหลือตัวใหญ่ไว้ให้คนอื่นกินบ้าง
เธอบอกกับอันอันว่า “กินเยอะ ๆ นะจ๊ะ ลองเอาไข่ปูคลุกข้าวดูสิมันอร่อยมากเลยนะ”
ทุกคนได้กินปูคนละตัว แต่สำหรับต้าหนิวแล้วยังไม่ทันได้ลิ้มรสชาติเลย ปูก็หมดจานเสียแล้ว!
ตอนกลางคืนพอส่งอันอันเข้านอนแล้ว จ้าวชิงซงก็เข้ามากอดจูบลูบไล้ลี่หรงด้วยความเร่าร้อนทันที
หลังจากเสร็จกิจลี่หรงก็บ่นจ้าวชิงซง “กลางวันทำงานทั้งวันแล้ว กลางคืนยังมีแรงเหลืออยู่อีกเหรอคะ”
[1] การปาถุงทรายหรือซาเปา (沙包) เป็นการละเล่นที่นิยมของเด็กจีน และเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาของเด็กนักเรียนประถมศึกษาของจีนแผ่นดินใหญ่