ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 164 ค่ำคืนแห่งสายฝน
บทที่ 164 ค่ำคืนแห่งสายฝน
เมื่อมีศักดิ์ศรีของชายชาตรีเป็นเดิมพัน เขาจึงกอดเอวเธอแน่นยิ่งขึ้น “ก็มันไม่เหมือนกันนี่ครับ แรงแบบนี้ยิ่งขาดไม่ได้เลยเด็ดขาด”
เธอหัวเราะแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่เอาหน้าซบตรงอกหนาของเขาแล้วดื่มด่ำกับความเงียบสงบในยามนี้
ครู่ต่อมาเธอก็พูดขึ้นว่า “อีกสองวันฉันต้องกลับมหาวิทยาลัยแล้วนะคะ”
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” เขาชะงักไปเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนมาโอบเธอไว้ด้วยแขนสองข้าง “ถ้าอย่างนั้นไปช้ากว่านี้สองวันไม่ได้เหรอครับ”
“ฉันก็อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าไปช้ากว่านี้ฉันก็จะไปเรียนไม่ทัน”
“ลาสิครับ ลาเพิ่มอีกสองสามวันเลย”
“…” เขาถึงกับกล้าชักชวนให้เธอโดดเรียนเนี่ยนะ!
แต่ทำไมเธอถึงใจเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างนี้ล่ะ!
ในวันสุดท้ายของวันหยุดเขาก็พาเธอขึ้นภูเขา
เจ้าตัวเล็กก็ตามไปด้วย แถมยังอ้อนขี่หลังจ้าวชิงซงอีกจะได้ไม่ต้องรู้สึกเหนื่อยกับการปีนเขานัก แถมยังตื่นเต้นสุด ๆ “แม่ครับตรงนั้นมีผลไม้ด้วย!”
เจ้าตัวเล็กชี้ขึ้นไปข้างบน ลี่หรงมองตามทิศทางที่เด็กน้อยชี้ไปอยู่ครู่หนึ่งจึงเห็น “นั่นลูกแพร์นี่ แต่ลูกเล็กไปหน่อยนะ”
ต้นลูกแพร์เหล่านี้เพิ่งย้ายมาปลูกไม่ถึงปี หากนับรวมกับต้นที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ก็ราว ๆ สามปีได้ แต่ต้นลูกแพร์ในตอนนี้ดูสูงเกือบสามเมตร
บางต้นที่โตช้าหน่อยก็สูงราวสองเมตร
“อีกปีสองปีคงจะออกผลดีแล้วละครับ” จ้าวชิงซงตีที่ก้นเจ้าตัวเล็ก “อย่าดิ้นสิเดี๋ยวตกนะ!”
“พ่อครับ! พ่อ! อันอันอยากกินลูกแพร์!” เจ้าตัวเล็กตะโกน
ลี่หรงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดหัวเราะไม่ได้ “เขาชอบใช้ให้คุณทำโน่นทำนี่ให้ตลอดเลยนะคะ”
“ใช่แล้วครับ” จ้าวชิงซงหัวเราะ พลางวางเจ้าตัวเล็กลง แล้วเอื้อมมือไปบีบจมูกเขาเบา ๆ “ชอบใช้เหมือนพ่อเป็นคนใช้เลยล่ะ!”
เขาขยับตัวเหมือนจะไปเด็ดลูกแพร์ให้เจ้าตัวเล็กจริง ๆ
ลี่หรงเพิ่งสังเกตเห็นว่ากิ่งลูกแพร์บนหัวเธอมีลูกแพร์อยู่ เธอจึงเด็ดลงมาให้เจ้าตัวเล็ก “มีตรงนี้ลูกหนึ่งพอดี คุณเองก็ไม่ต้องตามใจเขาทุกเรื่องก็ได้นะคะ”
“เอาไปล้างก่อนค่อยกินนะจ๊ะ” ลี่หรงเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังจะเอาลูกแพร์เข้าปากทันทีจึงห้ามไว้
“ไม่เป็นไรครับ กินได้ กินเถอะ” จ้าวชิงซงปอกลูกแพร์ยื่นให้ลูกชาย “ไม่ได้ฉีดยาอะไรหรอกครับแค่มีฝุ่นนิดหน่อยเอง เช็ด ๆ ก็สะอาดแล้ว”
ลูกแพร์ที่ไม่ได้ฉีดยา กินแล้วจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ลี่หรงไม่พูดอะไรอีก เธอเริ่มสังเกต ‘อาณาจักรลูกแพร์’ ของจ้าวชิงซงอย่างจริงจัง
เนินทรายสองลูกติดกันจ้าวชิงซงเหมาหมดทั้งสองลูกเพื่อปลูกต้นแพร์
ลี่หรงมองไปทางด้านหลัง ในใจก็อดที่จะกังวลไม่ได้ สวนขนาดใหญ่แห่งนี้ คงลงทุนไปไม่น้อย เธอหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว
เธอถามจ้าวชิงซงว่า “คุณยังมีเงินเหลืออยู่ไหมคะ? ถ้าไม่มีก็บอกฉันได้นะคะ”
“มีสิครับ คุณวางใจเถอะ อีกสองเดือนฟาร์มหมูก็จะได้เงินปันผลแล้ว ถึงเวลานั้นอย่างน้อยก็คงได้หนึ่งถึงสองหมื่นละครับ”
“อย่างนั้นก็ดีค่ะ ถ้าไม่มีเงินจริง ๆ คุณไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหน้าและไม่ต้องคิดมากนะคะ ฉันเป็นภรรยาของคุณตราบใดที่คุณไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายฉันก็จะสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่แล้วก็…” ลี่หรงหยุดพูดไปครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นพูดด้วยความมั่นใจ “เหมือนว่าฉันจะยังไม่เคยบอกคุณ ตอนนี้ฉันเปิดร้านตัดชุดที่บ้าน รับทำเสื้อผ้าให้คนอื่น ตอนนี้ฉันมีเงินเก็บอยู่เยอะเลยนะคะ!”
“ภรรยาผมเก่งที่สุดเลยครับ!”
จ้าวชิงซงเหลือบมองเด็กน้อยที่กำลังกินลูกแพร์อยู่ เขาเดินเข้าไปหาแล้วหอมแก้มลี่หรงสองฟอดอย่างแนบเนียน “ที่รัก คุณเป็นคนดีมากจริง ๆ”
“พอแล้ว” ลี่หรง ลูบหน้าตัวเอง “อย่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้ลูกสิคะ”
“นี่ก็เดินดูจนทั่วแล้ว เหนื่อยไหมครับ?” จ้าวชิงซงถามพร้อมกับนวดคอและไหล่ของลี่หรง “เรากลับกันเถอะครับ”
เมื่อเตรียมตัวจะกลับจ้าวชิงซงยังอยากจะอุ้มเจ้าตัวเล็กอยู่
ลี่หรงกลัวว่าจ้าวชิงซงจะรับภาระหนักเกินไป เขาต้องแบกของหนัก ๆ มาหลายวันแล้ว เธอจึงดึงเจ้าตัวเล็กมาใกล้ ๆ แล้วพูดว่า “ปล่อยให้เขาเดินเองดีกว่าค่ะ เดินลงเขาคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แล้วทางก็ไม่ลำบากอะไร อันอันเดินเองได้ไหมลูก?”
ประโยคหลังเธอหันมาพูดกับลูกชาย เจ้าตัวเล็กพยักหน้า “อันอันเดินเองได้ครับ”
ภูเขาที่ปลูกต้นแพร์เป็นดินทรายจึงไม่สูงมาก เจ้าตัวเล็กเดินอยู่ข้างหน้าตลอดทางมองโน่นมองนี่จนรู้ตัวอีกทีก็ลงมาถึงเชิงเขาแล้ว
ลี่หรง อุ้มเขาขึ้นเกวียนแล้วชมว่า “อันอันเก่งมากเลยจ้ะ เดินลงเขาเองได้ด้วย”
เจ้าตัวเล็กดีใจจนเอามือปิดปากแล้วหัวเราะ
วันพรุ่งนี้ลี่หรงก็จะกลับมหาวิทยาลัยแล้ว แม่จ้าวจึงทำซุปไก่ให้กิน
ตกดึกฝนก็ตกแล้วยังมีเสียงฟ้าผ่าทำให้เกิดแสงสว่างวาบขึ้นอยู่หลายครั้ง ภายในบ้านมีแสงส่องสว่างไปทั่วห้อง
อันอันตกใจจนร้องไห้จ้า
จ้าวชิงซงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเห็นว่าฝนยังตกหนักอยู่ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า
“คุณจะไปไหนคะ?” ลี่หรงอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนและถามจ้าวชิงซง
“ผมจะขึ้นไปดูต้นลูกแพร์บนภูเขาน่ะ ยังไม่ทันโตเต็มที่เลย เดี๋ยวฝนจะพัดมันหายไปหมดก่อนน่ะครับ” จ้าวชิงซงพูดอย่างรีบร้อน
ลี่หรงตกใจมากเธอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นว่าตอนนี้ฝนยังตกหนักมากอยู่เลย แล้วก็ยังมีฟ้าร้องอีกด้วย!
“ไม่ได้! ไปไม่ได้นะ ตอนนี้ฟ้าร้องอยู่นะคะ!” เธอเคยได้ยินคนพูดว่าเมื่อฟ้าร้องไม่ควรยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ยิ่งอยู่บนเขายิ่งไม่ได้ ที่นั่นมีต้นไม้ตั้งเยอะแยะ!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฟ้าผ่าลงมาโดนคนเลย ฝนตกหนักขนาดนี้ถ้ามีฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าอาจจะไหลตามน้ำฝนมาโดนคนก็ได้!
แล้วยิ่งภูเขาเป็นดินทรายแบบนี้ ถึงแม้จะปลูกต้นลูกแพร์ไว้ก็ตาม ลี่หรงก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เธอเป็นห่วงว่าจะเกิดดินถล่ม
จ้าวชิงซงกำลังหาอะไรมาบังฝน เขาบอกลี่หรงว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปครู่เดียวก็กลับมาแล้ว”
ลี่หรงเห็นว่าเขาไม่ฟัง เธอก็ใช้น้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม “ไม่ได้! ไปไม่ได้นะ! ได้ยินไหมจ้าวชิงซง ฉันไม่ให้คุณไป!”
จ้าวชิงซงรู้ว่าเธอเป็นห่วง แต่ฝนตกหนักขนาดนี้เขาเองก็เป็นห่วงต้นลูกแพร์เหมือนกัน!
เขาได้ทุ่มเงินทั้งหมดที่มีลงไปแล้ว!
จ้าวชิงซงกลืนน้ำลายแล้วรีบลูบหน้าตัวเอง “เดี๋ยวผมจะรีบกลับมา คุณอยู่บ้านเฝ้าบ้านดี ๆ นะครับ”
“จ้าวชิงซง!” ลี่หรงรีบวิ่งไปกอดเอวของจ้าวชิงซงไว้ “พรุ่งนี้ค่อยไปดูก็ได้ ตอนนี้มืดแล้ว! ถึงคุณจะไปตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้ ยังไงก็ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าอยู่ดีนะคะ”
จ้าวชิงซงตบมือของลี่หรงเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบเธอ “ไม่ได้หรอก ถ้าไปตอนนี้บางปัญหาอาจจะยังพอหลีกเลี่ยงได้ ผมจะรีบกลับมาให้เร็ว ผมสัญญาครับ”
ลี่หรงส่ายหน้าไปมาขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาเริ่มคลอเบ้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา
จ้าวชิงซงถอนหายใจเขาจูบที่หน้าผากของลี่หรงเบา ๆ ก่อนที่จะดันตัวเธอออกแล้วรีบหยิบหมวกฟางขึ้นมาสวมบนหัว “ผมจะรีบกลับมา”
“จ้าวชิงซง!” ลี่หรงตะโกนชื่อเขาที่กำลังวิ่งฝ่าออกไปท่ามกลางสายฝน
จ้าวชิงซงไม่หันกลับมามองเพียงแต่โบกมือแล้วตะโกนกลับมาว่า “คุณกลับเข้าไปข้างในเถอะ ฝากดูอันอันด้วย!”
อันอันหยุดร้องไห้ตั้งแต่ลี่หรงเริ่มตะโกนเสียงดังแล้ว ลี่หรงกระทืบเท้าแรง ๆ ด้วยความไม่พอใจเดินกลับไปที่เตียงแล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมา
เจ้าตัวเล็กหยุดซุกซนแล้วมุดเข้ามากอดลี่หรงแล้วกระซิบถามเธอเบา ๆ ว่า “พ่อไปไหนครับ?”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวพ่อก็กลับมาแล้ว” ลี่หรงกอดเจ้าตัวเล็กไว้แน่น “นอนเถอะจ้ะ”
ลี่หรงห้ามความคิดฟุ้งซ่านไม่ไหว เรื่องราวในคืนที่ฝนตกกระหน่ำต่าง ๆ นานาในชาติก่อนผุดขึ้นมาในหัวเธอ
เธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้ เธอทั้งกังวล กลัว และคิดมากจนเหงื่อเย็นไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
เธอโอบกอดเจ้าตัวเล็กไว้แน่น คงอยากจะดูดซับพลังจากตัวเจ้าตัวเล็ก
อันอันร้องเจ็บเพราะเธอกอดเขาแน่นเกินไป เขาพึมพำเสียงเบา ๆ ลี่หรงรีบตั้งสติ แล้วคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย เธอจูบที่หน้าผากของเจ้าตัวเล็ก “นอนได้แล้วจ้ะ”