ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 165 ไปโรงพยาบาล
บทที่ 165 ไปโรงพยาบาล
เด็กน้อยอยู่ในอ้อมกอดของแม่และหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ลี่หรงกลับนอนไม่หลับ
ทุกครั้งที่มีเสียงลมพัดและฝนฟ้าคะนองดังขึ้นจากด้านนอก ในใจของลี่หรงจะเต้นแรงทุกครั้ง เธอเป็นกังวลอยู่ตลอดทั้งคืน!
เธอเครียดมากจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดออกมาได้อย่างชัดเจน!
รุ่งเช้าเสียงฝนฟ้าหยุดลงเเละถูกแทนที่ด้วยเสียงไก่ขันแทน
แต่จ้าวชิงซงยังไม่กลับมา
ลี่หรงทนรอต่อไปไม่ไหว ตามปกติต้องออกเดินทางไปสถานีรถไฟในตอนเช้าแล้วต่อรถเข้าเมืองหลวงในตอนบ่าย เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบออกไปทันที
เธอเดินสวนกับจ้าวชิงหยางกับภรรยาที่เพิ่งตื่นนอนและเตรียมตัวออกไปข้างนอก
เหอซิ่งรู้ว่าลี่หรงต้องขึ้นรถไฟวันนี้ แต่เห็นว่าเธอยังไม่ได้กินข้าว จึงรีบวิ่งออกไปนอกบ้านตะโกนถามเธอว่า “จะไปสถานีรถไฟรึเปล่า กินข้าวเช้าก่อนสิ”
“เปล่าค่ะ” ลี่หรงส่ายหน้า “เมื่อคืนตอนดึก ๆ จ้าวชิงซงขึ้นไปบนภูเขา จนถึงตอนนี้เขายังไม่กลับมาเลย!”
เหอซิ่งถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อคืนฝนตกหนักขนาดนั้นแล้วน้องเขยกล้าขึ้นเขาไปตอนกลางดึกได้ยังไง เธอไม่คิดอะไรมากรีบเรียกจ้าวชิงหยาง “น้องสะใภ้ขึ้นไปบนเขาแล้ว บอกว่าเมื่อคืนสามีเธอขึ้นเขาแล้วยังไม่กลับมา!”
“อะไรนะ” จ้าวชิงหยางตกใจมาก “คุณรอก่อนนะ วันนี้ให้แม่ไปกับคุณที่อำเภอ ไม่งั้นวันนี้ก็ปิดร้านไปก่อนดีกว่า”
เขาพูดจบก็เข็นจักรยานปั่นออกไปทันที
ลี่หรงพูดกับเหอซิ่งสองสามคำจากนั้นเธอก็วิ่งหายไปแล้ว
จ้าวชิงหยางปั่นจักรยานตามลี่หรงไป จึงเห็นว่าเธอกำลังวิ่งอยู่ข้างหน้าไม่ไกล เขารีบปั่นจักรยานไปจอดตรงหน้าลี่หรง แล้วพูดว่า “น้องสะใภ้ขึ้นมาเร็วเข้า ขี่จักรยานเร็วกว่า!”
ลี่หรงไม่รอให้เขาพูดจบก็รีบกระโดดขึ้นไป ตอนนี้เธอร้อนใจเพราะเป็นห่วงสามีมาก
เมื่อใกล้ถึงภูเขาก็เห็นมาแต่ไกลว่าบางส่วนของภูเขากลายเป็นสีเหลือไปแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเกิดดินโคลนถล่มแน่เพราะเมื่อคืนฝนตกหนักขนาดนั้น
ลี่หรงเริ่มกระวนกระวายใจมาก ไม่รอให้จ้าวชิงหยางจอดรถเธอก็กระโดดลงไป แล้วตะโกนเรียกชื่อจ้าวชิงซง ขณะที่ตะโกนก็วิ่งขึ้นเขาไปด้วย
จ้าวชิงหยางจอดจักรยานไว้ที่เชิงเขาแล้วก็วิ่งขึ้นเขาไปด้วยอีกคน
ตามทางมีทั้งต้นและกิ่งก้านของต้นลูกแพร์หักโค่นเต็มพื้นไปหมด
ภูเขาลูกนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ ทั้งสองไล่หาไปครึ่งหนึ่งของภูเขาแล้วก็ยังไม่เจอคน
ไม่นานนักก็มีคนขึ้นมาบนภูเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นพ่อจ้าวที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วรู้ข่าวจากเหอซิ่งว่าจ้าวชิงซงขึ้นไปบนภูเขาตอนกลางดึกแล้วยังไม่กลับมา จ้าวชิงหยางเลยออกไปตามหาพร้อมกับลี่หรง พ่อจ้าวเลยขึ้นไปบนหมู่บ้านแล้วเรียกชาวบ้านที่แข็งแรงอีกหลายสิบคนให้ขึ้นมาช่วยกันหาคน
พ่อจ้าวเห็นลี่หรงก็ถามว่า “เจอเจ้ารองแล้วหรือยัง?”
ลี่หรงรู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนหรือเพราะเป็นห่วงจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอกลั้นเสียงสะอื้นไว้แล้วส่ายหัวแทนคำตอบ
พ่อจ้าวตบไหล่ลี่หรง “ไปตามหาแถว ๆ นั้นกันเถอะ เจ้ารองน่ะอึดถึกทนอยู่พอตัว ผ่านสนามรบมาได้แล้ว สวรรค์คงยังไม่เอาเขาไปหรอก”
ทุกคนจึงพากันมุ่งหน้าไปยังภูเขาใกล้ ๆ
ตามหาจนเกือบเที่ยงวันถึงได้ยินเสียงตะโกนว่า “เจอแล้ว!”
ชาวบ้านต่างส่งเสียงบอกต่อกันและวิ่งกรูไปยังจุดที่เกิดเหตุ ลี่หรงก็วิ่งตามไปด้วย
ในเวลานี้ความกระวนกระวายใจของลี่หรงก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ!
เมื่อมาถึงจุดที่มีคนบอกว่าเจอแล้ว ลี่หรงก็เห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยกันขุดดินอยู่ ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้นมีจ้าวชิงซงที่ถูกดินกลบอยู่ครึ่งตัว
เขานอนสลบพร้อมกับมีใบหน้าที่ซีดเผือดและมีร่องรอยบาดแผลซึ่งเธอคิดว่าน่าจะถูกกิ่งไม้บาด ริมฝีปากซีด
ลี่หรงเห็นแบบนั้นก็เกือบจะเป็นลม แต่ยังกัดฟันฝืนไม่ให้ล้มลง ปากที่อ้าค้างไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
เธอไม่มีแรงพอที่จะเบียดผู้คนเหล่านั้นไปช่วยขุดดินที่ฝังร่างของสามีได้ เธอร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
จ้าวชิงหยางมองเธอแล้วได้แต่พูดปลอบโยนว่า “น้องรองยังมีชีวิตอยู่ น้องสะใภ้ไม่ต้องกังวล”
เป็นไปไม่ได้เลยที่ลี่หรงจะไม่กังวล ต้นลูกแพร์ข้าง ๆ ล้มไปหลายต้น ภูเขาบริเวณนี้เกิดดินถล่ม แต่โชคดีที่ต้นไม้ไม่ล้มทับเขา และก็ไม่มีหินถล่มลงมาด้วย
หากมีหินถล่มขนาดใหญ่จริง ๆ จ้าวชิงซงคงไม่ใช่แค่ถูกดินถล่มทับตัวเขาเท่านั้น
เพียงไม่นานจ้าวชิงซงก็ถูกขุดออกมาได้
กลุ่มชายฉกรรจ์ก็หามเขาขึ้นเกวียนที่จอดไว้ตรงเชิงเขา แล้วรีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลในอำเภอทันที
ตอนแรกลี่หรงตั้งใจจะขึ้นเกวียนไปพร้อมกับจ้าวชิงซง แต่พอคิดอะไรได้จึงพูดด้วยริมฝีปากสั่น ๆ ว่า “พี่คะ เดี๋ยวฉันจะปั่นจักรยานกลับบ้านก่อน แล้วจะตามไปที่โรงพยาบาลทีหลังนะคะ”
ไม่รอให้จ้าวชิงหยางตอบอะไร ลี่หรงก็วิ่งไปที่จอดจักรยาน แล้วปั่นกลับบ้านทันที
เมื่อกลับถึงบ้านทั้งแม่จ้าวและเหอซิ่งที่กังวลต่างรีบถามลี่หรงว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ลี่หรงได้แต่ตอบว่า “เพิ่งจะเจอตัวเมื่อไม่นานนี้เอง พี่ใหญ่พาเขาไปส่งโรงพยาบาล ฉันก็เลยกลับมาเอากระเป๋าค่ะ”
ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามมาเรียกแม่ เมื่อเห็นลี่หรงรีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เด็กน้อยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เรียกอีกสองสามครั้ง แต่เมื่อแม่ไม่ตอบก็ไม่กล้าเรียกต่อ
ลี่หรงเก็บเสื้อผ้าหลายชุดทั้งของเธอและจ้าวชิงซง รวมทั้งหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งที่อยู่ในบ้านไปด้วย
เมื่อกำลังจะออกไป เธอก็เห็นดวงตาของลูกชายที่มองเธอด้วยความสงสัย เธอจึงย่อตัวลงกอดลูกชายแน่น “อยู่บ้านนะลูก พ่อกับแม่จะรีบกลับมานะจ๊ะ”
แม่จ้าวเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เมื่อได้ยินว่าไปโรงพยาบาลแล้วก็อดรู้สึกกระวนกระวายใจไม่ได้ สีหน้าก็ยิ่งกังวลจึงรีบพูดกับลี่หรงว่า “รีบไปเถอะ แม่จะดูแลบ้านให้เอง”
เมื่อลี่หรงวิ่งออกจากบ้าน เหอซิ่งก็ตะโกนตามหลังว่า “น้องสะใภ้ พี่มีเงินอยู่ที่นี่…”
“เอามาแล้วค่ะ!” ลี่หรงตอบโดยไม่หันกลับมามอง
เธอรีบปั่นจักรยานสุดแรงแล้วมุ่งหน้าไปที่อำเภออย่างรวดเร็ว
มีเศษโคลนเต็มล้อรถไปหมด ระหว่างทางเธอลื่นไปหลายครั้ง โชคดีที่ลี่หรงไม่ล้ม
เมื่อมาถึงตัวอำเภอแล้ว ลี่หรงก็ตรงเข้าโรงพยาบาลทันที
มีชายสองคนที่ตามจ้าวชิงหยางมาส่งจ้าวชิงซงเดินออกมาเจอกับลี่หรงพอดี
ถ้าพวกเขาไม่เรียกเธอไว้ เธอก็คงไม่สังเกตเห็นพวกเขา
พวกเขาบอกว่าจ้าวชิงซงอยู่ที่ไหน ลี่หรงจึงไม่ต้องเสียเวลาตามหา
ลี่หรงกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ล้วงหยิบเงินออกมาหนึ่งใบ แล้วมอบให้พวกเขาพร้อมบอกให้หาร้านกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับ
ทั้งสองไม่ต้องการรับเงิน แต่ลี่หรงก็วิ่งหายไปแล้ว
จ้าวชิงหยางยืนรออยู่ข้างนอก พอเห็นลี่หรงก็เดินเข้าไปหาไม่รอให้เธอถามก็บอกว่า “แผลเริ่มอักเสบแล้ว ตัวก็เริ่มร้อน ตอนนี้หมอกำลังตรวจร่างกายกับบาดแผลอยู่”
ตัวจ้าวชิงซงเปียกโชก เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ไม่มีรอยแผลอะไรมากนัก บนตัวก็ไม่มีบาดแผลขนาดใหญ่ มีเพียงใบหน้าที่มีรอยแผลถลอกแต่เพราะตากฝนเป็นเวลานานจึงมีไข้สูงขึ้นมา
หมอบอกว่ายังดีที่มาทันเวลา ไม่งั้นคงเป็นปอดอักเสบไปแล้ว!
ในสายตาของจ้าวชิงหยาง นี่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
แต่ลี่หรงนั้นกลับยังไม่วางใจ
แผลบนใบหน้าของจ้าวชิงซงได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยพยาบาลเรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงซีดเซียว
หมอส่งจ้าวชิงซงให้ไปตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังต่อ แล้วแจ้งว่า “คนไข้ตากฝนนานเกินไป เราต้องให้น้ำเกลือคนไข้ก่อนแล้วเดี๋ยวรอผลตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังอีก 20 นาที ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะให้ใส่ยาฆ่าเชื้อครับ”
ลี่หรงได้แต่พยักหน้า
“คุณเป็นญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ? มีเสื้อผ้ามาด้วยหรือเปล่า? ถ้ามีก็เปลี่ยนให้คนไข้ได้เลยนะ ถ้าเปลี่ยนเสร็จแล้วเรียกพยาบาลได้เลย เดี๋ยวจะมีคนพาคนไข้ไปที่ห้องพักครับ”
ลี่หรงพยักหน้าตอบอีกครั้ง