ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 166 ฟื้น
บทที่ 166 ฟื้น
ไม่ว่าญาติจะรู้สึกใจร้อนหรือเป็นกังวลขนาดไหน แพทย์ที่เคยชินกับสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน พอแจ้งอาการคนไข้เสร็จก็เดินออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
ลี่หรงซื้อกะละมังและผ้าเช็ดตัวที่ชั้นล่าง แล้วต้มน้ำร้อนในโรงพยาบาลมาเช็ดตัวให้จ้าวชิงซง จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความช่วยเหลือของจ้าวชิงหยาง
ขณะเช็ดตัวให้จ้าวชิงซง ลี่หรงพบว่าเท้าข้างซ้ายของเขามีอาการบวม
ดูเหมือนว่าจะเกิดจากการที่ข้อเท้าพลิก
ลี่หรงยิ่งใจสั่นด้วยความเป็นห่วงสามี
เดิมทีจ้าวชิงซงก็บาดเจ็บที่เท้าขวาและต้องเดินกะเผลกอยู่แล้ว ตอนนี้ข้อเท้าซ้ายยังมาพลิกอีก
หลี่หรงรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นที่สุด เธอก็ไม่รู้ว่าตอนที่ข้อเท้าเขาพลิกนั้นจะทำให้เขาเดินไม่ได้หรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะแบบนี้เขาถึงล้มลงไป แล้วถูกดินทรายที่ถล่มไหลลงมาทับแบบนั้น
ลี่หรงยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดราวกับมีคนเอามีดมากรีดหัวใจของเธออย่างไรอย่างนั้น
เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ขอบตายังร้อนผ่าวรู้สึกถึงน้ำที่ไหลมารวมกันที่ดวงตา เธอเช็ดโคลนที่เปื้อนตัวเขาออกอย่างเบามือ และกำลังคิดว่าจะไปตามหมอมาดูข้อเท้าของเขาที่บวมอยู่
“เอ๊ะ! ทำไมตรงนี้ถึงบวมได้ล่ะ! ตอนที่เขามาถึงยังไม่เห็นเลย ฉันจะไปเรียกหมอมาให้นะ” จ้าวชิงหยางสังเกตเห็นเช่นกัน เขารีบเดินออกไปเรียกหมอทันที
หมอบอกกับว่ารู้ตั้งแต่ตอนตรวจร่างกายแล้ว เขาแค่ข้อเท้าแพลงเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวจะจัดยาทาให้
หลังจากเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลี่หรงก็เรียกพยาบาลมาเปลี่ยนเตียงให้จ้าวชิงซงใหม่
พยาบาลหยิบยานวดแก้ฟกช้ำมาทาให้จ้าวชิงซง นวดอยู่ชั่วครู่ก็หันมาบอกลี่หรงว่า “เดี๋ยวอีกสองสามชั่วโมงให้ทาซ้ำอีกครั้งนะคะ ต้องนวดจนรู้สึกบริเวณข้อเท้าอุ่นขึ้น จะขี้เกียจไม่ได้นะคะ”
ลี่หรงพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปนั่งที่ข้างเตียงคนไข้ เธอร้องไห้จนตาแดงมองไปที่จ้าวชิงซง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จ้าวชิงหยางนึกขึ้นได้ว่าลี่หรงออกมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยกลัวเธอจะไม่สบาย จึงบอกให้เธอไปกินข้าวก่อน
ลี่หรงก็นึกขึ้นได้ว่าจ้าวชิงหยางเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน เธอจึงหยิบเงินในกระเป๋ายื่นให้เขาสิบหยวน “ฉันยังไม่หิวพี่ไปกินก่อนเถอะค่ะ”
จ้าวชิงหยางไม่ยอมรับเงินจากลี่หรง เขาเห็นใจเธอที่เป็นห่วงน้องชายของเขาจนกินอะไรไม่ลง เขาไม่เชื่อว่าเธอไม่หิวจริง ๆ จึงส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธแล้วเดินออกไปข้างนอก
พอใกล้เที่ยงจ้าวชิงหยางก็กลับมาพร้อมกับข้าวสองกล่อง แน่นอนว่ามีของลี่หรงหนึ่งกล่อง
เขามาถึงก็พบว่าลี่หรงไม่อยู่ที่ห้อง พอถามเตียงข้าง ๆ ก็ได้ความว่าพยาบาลเรียกเธอไปทำเรื่องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
จ้าวชิงหยางนั่งกินข้าวอยู่ที่หน้าประตู เห็นว่าน้ำเกลือใกล้หมดแล้ว เขาจึงเรียกพยาบาลมาเปลี่ยนให้อีกที ผลการตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังก็ไม่มีปัญหาอะไร พอให้น้ำเกลือเสร็จ พยาบาลก็ให้ยาฆ่าเชื้อกับจ้าวชิงซงเพื่อลดการอักเสบ
ลี่หรงทำธุระเสร็จก็กลับมาพอดี “พยาบาลเพิ่งมาเปลี่ยนน้ำเกลือให้เหรอคะ?”
จ้าวชิงหยางพยักหน้าแล้วชี้ไปที่ตู้ข้างหัวเตียง “ข้าวอยู่ตรงนั้น รีบกินเถอะ”
ลี่หรงนั่งลงข้างเตียงของจ้าวชิงซงแล้วส่ายหน้า “ฉันยังไม่หิวค่ะ”
“ไม่หิวก็ต้องกิน” จ้าวชิงหยางมองเธอด้วยท่าทีไม่เห็นด้วย “กินสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวเจ้ารองก็หายดีแล้ว อย่าให้เขาฟื้นขึ้นมาแล้วต้องรู้สึกผิดที่ทำให้เธอเป็นห่วงไปมากกว่านี้เลยน่า”
ลี่หรงได้แต่ถอนหายใจ เธอเปิดกล่องข้าวเงียบ ๆ แล้วกินไปสองสามคำจากนั้นก็วางลง
จ้าวชิงหยางเห็นแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ถอนหายใจ
เมื่อพยาบาลมาเปลี่ยนน้ำเกลือขวดที่สองให้จ้าวชิงซง ลี่หรงก็พูดกับจ้าวชิงหยาง “พี่กลับไปก่อนก็ได้ค่ะ ที่นี่คงไม่มีอะไรเเล้วเดี๋ยวฉันดูแลเขาต่อเอง”
จ้าวชิงหยางพยักหน้า “เดี๋ยวฉันจะกลับมาเปลี่ยนกับเธออีกทีตอนกลางคืนนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ลี่หรงเงียบไปครู่หนึ่ง “พี่เอากุญแจร้านมาด้วยหรือเปล่าคะ ถ้าจ้าวชิงซงฟื้นเเล้วฉันจะไปเปิดเตาต้มโจ๊กให้เขา ฉันกลัวเขาจะกินอาหารข้างนอกแล้วไม่ถูกปาก”
หลังจากที่จ้าวชิงหยางเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็แขวนกุญแจร้านไว้ที่ตัวด้วย ถ้าไม่มีเรื่องของจ้าวชิงซงเขาคงไปเปิดร้านนานแล้ว
ดังนั้นกุญแจจึงยังอยู่ที่ตัวเขา เขาพยักหน้าแล้วส่งกุญแจให้ลี่หรง “ข้างในไม่มีข้าวสาร มีแต่แป้งสาลีของอย่างอื่นนอกนั้นมีครบ”
ลี่หรงเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบา “ขอบคุณค่ะ”
ก่อนกลับจ้าวชิงหยางบอกลี่หรงว่า หากมีอะไรก็ให้โทรไปที่ร้านโชห่วยในหมู่บ้าน
ลี่หรงเฝ้ามองจ้าวชิงซงที่นอนให้น้ำเกลืออยู่เกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่ฟื้น แต่ตัวก็ไม่ได้ร้อนจัดเหมือนตอนแรก ๆ แล้ว
เธอคอยเช็ดเหงื่อให้จ้าวชิงซงอยู่เป็นระยะ ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร อุณหภูมิบนร่างกายของจ้าวชิงซงจึงค่อย ๆ ลดลงเกือบจะเป็นปกติ
เหงื่อตามร่างกายของเขาก็ไม่ได้ไหลเยอะเหมือนเดิมแล้ว
หลี่หรงรู้สึกเหมือนตัวเองได้ปลดปล่อยความกังวลออกมาสักที พอจิตใจเริ่มผ่อนคลาย ความง่วงจากการอดนอนทั้งคืนก็เริ่มถามหา
เธอเริ่มหาวและจับมือของจ้าวชิงซงไว้ เพราะอดนอนและเหน็ดเหนื่อยมาตั้งแต่คืนวานจึงทำให้ลี่หรงเผลอหลับไปข้าง ๆ เตียงของจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงรู้สึกปวดหัวเมื่อรู้สึกตัวตื่น พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นแสงสีขาวแยงตา
เขากะพริบตาสองสามที รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล
ความทรงจำสุดท้ายก่อนสลบไปคือ ข้อเท้าของเขาพลิก ทำให้เขาเดินได้ไม่สะดวกและลื่นล้มกลิ้งลงไป เมื่อเขากำลังจะลุกขึ้นก็ถูกดินถล่มทับร่างจนสลบไปในที่สุด
เขารู้สึกเหมือนว่ามีใครจับมือเขาอยู่ เมื่อชะโงกหัวขึ้นมาดูก็พบว่าลี่หรงกำลังนอนเฝ้าเขาที่ข้างเตียง
ท่าทางเธอดูไม่ค่อยดีเลย ทั้งใต้ตาที่มีรอยคล้ำและปากที่แห้งนั่น บ่งบอกได้ชัดว่าเธอเป็นห่วงเขามาก
จ้าวชิงซงรู้สึกผิดอยู่ในใจ เขารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักต้องเป็นแบบนี้
เขาตัดสินใจจะปลุกเธอ แต่พอจะอ้าปากพูดคอของเขาก็แห้งผาก
เขาเลยเอื้อมมือไปแตะลี่หรง แต่เนื่องจากไม่ได้กินอะไรมานานแล้วแถมยังเป็นไข้ตัวร้อนอีกจ้าวชิงซงเลยไม่มีแรง
ลี่หรงนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว พอจ้าวชิงซงขยับตัวเธอก็ตื่นขึ้นมาทันที
เธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเห็นว่าจ้าวชิงซงฟื้นแล้ว แถมยังพยายามจะฉีกยิ้มให้ลี่หรงอีก
ลี่หรงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอโผเข้าไปกอดจ้าวชิงซงแล้วก็ร้องไห้ออกมา
การที่เธอพยายามทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าคนอื่นนั้นล้วนเป็นการเสแสร้ง เพียงแค่เธอเห็นว่าจ้าวชิงซงฟื้นขึ้นมาแล้วเธอก็เก็บซ่อนความห่วงใยเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
จ้าวชิงซงรับรู้ถึงน้ำตาที่ไหลมาจนเปียกอกของเขา เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วยกมือลูบหัวลี่หรงพลางหัวเราะ “ร้องไห้ทำไมครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้วนะ”
ลี่หรงร้องไห้อยู่สักพัก แล้วก็ขยับตัวถอยห่างจากเขาโดยไม่พูดอะไร
จ้าวชิงซงรู้ว่าเธอกำลังโกรธ เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดีเพราะลี่หรงไม่เคยเป็นแบบนี้กับเขามาก่อน
เขารู้ตัวว่าผิด รู้ว่าครั้งนี้ทำให้เธอต้องเป็นห่วง
ลี่หรงนึกถึงตอนที่พบตัวเขาแล้วก็อดใจหายไม่ได้ ถ้าฝนไม่หยุดตก หรือเมื่อคืนฝนฟ้าคะนองหนักกว่าเดิม จ้าวชิงซงคงไม่ถูกฝังแค่ครึ่งตัวแบบนั้นแน่
ถ้าถูกฝังทั้งตัว ลี่หรงคิดแค่นี้ก็แทบจะขาดใจแล้ว!
เมื่อเธอร้องไห้จนพอใจแล้วจึงลุกขึ้น จากนั้นก็หันหน้าหนีโดยที่ไม่มองจ้าวชิงซงเลย
ไม่นานเขาก็เอื้อมมือมาแตะมือเธอ ลี่หรงได้ยินเสียงออดอ้อนของจ้าวชิงซง “…หิวน้ำจังเลย…ที่รักครับ”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจนน่าสงสาร ไม่รู้ว่าแกล้งทำหรือเปล่าแต่ลี่หรงกลับรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาจริง ๆ
เธอเหลือบมองจ้าวชิงซง เม้มริมฝีปากแน่นไม่พูดอะไร แต่เธอก็เทน้ำให้เขา
หลังจากเทน้ำแล้วลี่หรงก็พยุงจ้าวชิงซงให้ลุกขึ้นแล้วเอาหมอนมาวางให้เขาพิงในท่านั่งเพื่อที่เขาจะได้ดื่มน้ำได้สะดวก
เนื่องจากจ้าวชิงซงไม่มีแรงถือแก้วน้ำเอง เธอจึงต้องค่อย ๆ ประคองแก้วให้เขาดื่ม
หลังจากดื่มน้ำหมดแล้ว จ้าวชิงซงยังอยากดื่มอีก เขารู้สึกว่าคอของเขายังแห้งอยู่
“ผมอยากดื่มอีกครับ”
ลี่หรงเติมน้ำให้เขาเงียบ ๆ คุณป้าข้าง ๆ มองดูพวกเขาแล้วพูดว่า “พ่อหนุ่มคนนี้ช่างโชคดีจริง ๆ เลยนะที่ได้ภรรยาที่ดีแบบนี้”