ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 167 เอาออกมา
บทที่ 167 เอาออกมา
ลี่หรงไม่ได้พูดอะไร รอจนจ้าวชิงซงดื่มน้ำเสร็จเธอก็วางแก้วน้ำลงอย่างเงียบ ๆ
จ้าวชิงซงตอบอย่างภูมิใจ “ใช่แล้วครับ ภรรยาของผมดีที่สุด!”
หลังจากที่ลี่หรงนวดข้อเท้าให้จ้าวชิงซงจนรู้สึกอุ่นแล้ว กลิ่นของยานวดนั้นฉุนจนเธอต้องกลั้นหายใจไว้จนกว่าจะนวดเสร็จ จากนั้นจึงลุกขึ้น “ฉันจะไปต้มโจ๊กที่ร้านพี่สะใภ้ คุณรออยู่นี่นะคะ”
“ไม่ต้องก็ได้ครับ ไม่ต้องไปหรอกนะที่รัก” จ้าวชิงซงร้องห้ามลี่หรง “ซื้ออะไรแถวนี้มากินก่อนก็ได้นะครับ”
ลี่หรงไม่สนใจเขา เธอมองตาเขียวปั้ดแล้วก็เดินจากไป
จ้าวชิงซงเกาจมูกและรู้ว่าลี่หรงยังโกรธอยู่ เมื่อครู่ที่เขาแกล้งทำตัวน่าสงสารกลับไม่ได้ผลเลย
คุณป้าที่อยู่เตียงข้าง ๆ เห็นลี่หรงเดินจากไปแล้ว ก็มองจ้าวชิงซงด้วยความขบขัน “เธอไปทำอะไรให้แม่หนูนั่นโกรธได้ล่ะ? ดูท่าจะง้อยากด้วยนะ”
“เราแต่งงานกันมาหลายปีแล้วครับ แต่เธอเพิ่งจะโกรธผมจริงจังแบบนี้เป็นครั้งแรก ผมผิดเองครับ” จ้าวชิงซงถอนหายใจไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี
คุณป้าคนนั้นเห็นว่าเขาทำหน้าเคร่งเครียด จึงเดาออกในทันทีว่าเขากำลังหนักใจเรื่องอะไร เธอหัวเราะคิกคัก “เวลาผู้หญิงโกรธน่ะ แค่ง้ออย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ เธอต้อง…”
“แค่นั้นก็ได้เหรอครับ?” จ้าวชิงซงถามด้วยความแปลกใจ
“แล้วเธอคิดว่าผู้หญิงจะงี่เง่าด้วยเรื่องอะไรกันล่ะ ก็แค่ตามใจเธอแค่นั้น” คุณป้าเตียงข้าง ๆ ให้คำแนะนำกับจ้าวชิงซง “แม่หนูคนนั้นดูท่าจะรักเธอมากนะ เพราะว่าเป็นห่วงถึงได้โกรธขนาดนั้นน่ะ”
จ้าวชิงซงหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ฮ่าฮ่า”
ใช่แล้ว ภรรยาสุดที่รักกำลังเป็นห่วงเขา!
ผู้หญิงที่ง้อง่ายอย่างลี่หรงกำลังซื้อเนื้อหมูไม่ติดมันกับข้าวสารไปที่ร้านของเหอซิ่ง อากาศภายในร้านเหมือนกับว่าไม่ได้เปิดประตูเลยทั้งวัน ท่าทางวันนี้เหอซิ่งจะไม่ได้เปิดร้าน
เธอจุดเตาแล้วก็ซาวข้าว จากนั้นนำข้าวไปต้มพอเริ่มเดือดก็ใส่หมูสับ เติมเหล้ากับขิงซอยลงไปดับกลิ่นนิดหน่อย ค่อย ๆ เคี่ยวจนเปื่อยยุ่ยแล้วค่อยใส่เกลือ เมื่อชิมรสชาติดูแล้วพอดีจึงคีบขิงออก
จากนั้นก็ตักใส่ปิ่นโตแล้วหิ้วไปที่โรงพยาบาล
ยังไม่ทันถึงห้องพักคนไข้ ก็มีคนเรียกลี่หรงไว้
“ผู้จัดการอู๋?” ลี่หรงหันกลับไปมอง เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาเล็กน้อย พอคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าเป็นใคร อู๋จื่อกังผู้จัดการของโรงงานเหล็กที่เคยร่วมงานกันสมัยก่อน “ไม่เจอกันนานเลยนะคะ มาทำอะไรที่โรงพยาบาลเหรอคะ?”
“พอดีว่าภรรยาผมใกล้จะคลอดอีกไม่กี่วันแล้วครับ เราก็เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล แล้วคุณล่ะครับมาทำอะไรที่นี่?”
“จ้าวชิงซงป่วยค่ะ แค่มารับน้ำเกลือ” ลี่หรงไม่อยากพูดอะไรมาก “ผู้จัดการอู๋โชคดีจังค่ะ ได้เป็นพ่อคนอีกแล้ว พักห้องไหนคะ เอาไว้ฉันว่าง ๆ จะไปเยี่ยมพี่สะใภ้ด้วยค่ะ”
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาตอนที่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันแรก ๆ อู๋จื่อกังเพิ่งเป็นพ่อคนเหมือนกัน ตอนนี้ก็ใกล้กำหนดคลอดลูกอีกคนแล้ว ดังนั้นลี่หรงจึงพูดว่า ‘อีก’
อู๋จื่อกังบอกหมายเลขห้อง เมื่อเห็นว่าลี่หรงถือปิ่นโตในมือเขาก็รู้ว่าเธอจะเอาข้าวไปให้จ้าวชิงซง เขากลัวว่าเธอจะเสียเวลาจึงไม่ได้พูดคุยอะไรมากนัก บอกแค่ว่าไว้คุยกันใหม่วันหลัง
เมื่อกลับมาถึงห้องผู้ป่วยก็พบว่าในห้องมีเพียงจ้าวชิงซงคนเดียว
เตียงข้าง ๆ ทั้สามเตียงว่างหมด ไม่มีใครอยู่แม้แต่เตียงของคุณป้าที่เคยชมลี่หรง
อาจจะลงไปเดินเล่นที่ชั้นล่าง หรือออกไปกินข้าวที่โรงอาหารแล้วก็ได้
เมื่อจ้าวชิงซงเห็นลี่หรงท่าทางอิดโรยก็เปลี่ยนไปเป็นคนมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ที่รักคุณมาแล้วเหรอครับ? ผมหิวจนท้องร้องแล้วเนี่ย”
ลี่หรงทำเสียง ฮึ เบา ๆ “สมควร! เก่งมากไม่ใช่รึไง?”
“ที่รักครับผมผิดไปแล้ว” จ้าวชิงซงทำตามที่คุณป้าสอนเมื่อครู่ ไม่ว่าลี่หรงจะพูดอะไร เขาก็ต้องยอมรับผิดและแสดงท่าทีสำนึกออกมาก่อนแม้ว่าเรื่องนี้เขาจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
แต่ถ้าให้เลือกใหม่อีกครั้ง เขาก็ยังจะขึ้นเขาไปอยู่ดี
เมื่อคืนนี้เขาขุดร่องน้ำให้โล่งหลายแห่งทำให้น้ำไม่ท่วมมากเกินไป และบางต้นที่กำลังจะหักโค่นเขาก็ใช้ไม้ค้ำไว้ จำไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองช่วยต้นไม้ไว้ได้กี่ต้น แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว
ลี่หรงเหลือบมองเขา เธอเห็นแววตาและท่าทางของเขาก็รู้ว่าไม่ได้รู้สึกผิดจริง แต่คงทำไปเพราะแค่เอาใจเธอเท่านั้น
เธอตักโจ๊กใส่ถ้วยแล้วยื่นให้เขา “ถือกินเองได้ไหมคะ?”
จ้าวชิงซงพูดด้วยท่าทางออดอ้อน “ถ้าบอกว่าไม่ได้ คุณภรรยาจะป้อนให้ได้ไหมครับ?”
ลี่หรงหัวเราะด้วยเสียงที่เย็นชา ฮึ! แล้ววางชามโจ๊กไว้บนโต๊ะเสียงดังปึง “งั้นก็ไม่ต้องกิน!”
จ้าวชิงซงก็ทำทีออดอ้อนเธอด้วยท่าท่างที่น่าสงสาร แล้วก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ลี่หรงรู้สึกคล้าย ๆ ว่าหูสองข้างของเขากำลังห้อยลงมา เหมือนสุนัขตัวใหญ่ที่ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม
ในที่สุดก็ใจอ่อนจนได้ ลี่หรงจึงหยิบโจ๊กขึ้นมาเป่าให้เย็นลงเล็กน้อยแล้วป้อนให้จ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงอ้าปากอย่างว่าง่าย ขณะกินก็ยิ้มให้ลี่หรงไปด้วย ปากก็พูดไม่หยุดทั้ง ๆ ที่ยังกินข้าวอยู่ว่า “ภรรยาของผมใจดีที่สุดเลยครับ!”
มื้อของจ้าวชิงซงยังมีบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ยังพอจะใช้มือหยิบของได้
ถึงอย่างนั้นด้วยความเป็นห่วง ลี่หรงก็ยังไม่กล้าให้เขาใช้มือทำอะไรในขณะที่แผลยังไม่หายดี
ลี่หรงป้อนโจ๊กให้เขาได้หนึ่งถ้วย ก็มีคนเข้ามาในห้อง เป็นคนป่วยในห้องเดียวกันที่ลี่หรงไม่รู้จัก แต่เมื่อสบตาเธอก็พยักหน้าให้เล็กน้อย
จ้าวชิงซงรู้สึกหิวอยู่พอสมควร คิดว่าลี่หรงจะตักโจ๊กให้เขาอีกถ้วยหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าลี่หรงจะตักกินเอง
เมื่อสบตากับแววตาที่จ้องมองถ้วยโจ๊กของจ้าวชิงซง ลี่หรงก็พูดอย่างแผ่วเบา “ยังไม่อิ่มใช่ไหมคะ นั่นก็เพราะคุณไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นคุณต้องค่อย ๆ กินนะ เก็บไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยกินต่อค่ะ”
จ้าวชิงซงพยักหน้าด้วยความจำใจ
คนที่เพิ่งเข้ามาก็ออกไปอีกครั้ง อาจจะออกไปเติมน้ำร้อนหรือไปอาบน้ำ เพราะลี่หรงเพิ่งเห็นเขาพากันถือขันน้ำและผ้าขนหนูเดินออกไป
จ้าวชิงซงแอบมองลี่หรงกินข้าวอย่างเงียบ ๆ ดีจริง ๆ ที่เขายังได้กลับมาเห็นหน้าภรรยาสุดที่รักของเขา
แม้ว่าจะแต่งงานกันมานานแล้ว แต่ลี่หรงก็อดเขินไม่ได้ที่ยังถูกสายตาร้อนแรงของเขามองมานาน ๆ
หลังกินโจ๊กอิ่มแล้วลี่หรงก็เก็บชามและตะเกียบออกไปล้าง
ที่ปลายทางของทางเดินมีอ่างล้างมือและก๊อกน้ำเรียงรายอยู่เป็นแถว
หลังล้างชามเสร็จเธอจึงกลับไปที่ห้องผู้ป่วย และเห็นจ้าวชิงซงเหมือนพยายามจะลงจากเตียง เธอเลยรีบพูดขี้น “ทำอะไรน่ะ! เท้ายังไม่หายดีเลยนะคะ!”
สีหน้าจ้าวชิงซงดูแปลก ๆ “ผมอยากเข้าห้องน้ำ”
“ปวดหนัก?” ลี่หรงมองเขา จ้าวชิงซงส่ายหน้า
ลี่หรงก็เข้าใจทันที “ปวดเบาใช่ไหมคะ? งั้นคุณก็อย่าขยับ รีบขึ้นไปนั่งรอบนเตียง”
หลังจากประคองให้เขานั่งดีแล้ว ลี่หรงก็ล้วงกระโถนใบเล็กออกมาจากใต้เตียง “ฉี่ลงตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวฉันเอาไปเททิ้งเอง”
จ้าวชิงซงรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่มีปัญหาอะไรมาก ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องขับถ่ายบนเตียง เขาหัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อมองดูกระโถนใบเล็ก แล้วมองลี่หรงอีกครั้ง “ผมยังเดินได้อยู่นะ ไปห้องน้ำก็ได้นี่ครับ”
“บอกให้ฉี่ก็ฉี่เถอะค่ะ จะอายทำไมกัน?” ลี่หรงถอดกางเกงให้เขาโดยไม่สนใจว่าจ้าวชิงซงจะขัดขืนแค่ไหน เธอต้องถอดออกมาให้ได้
จ้าวชิงซงใช้มือปัดป้องไว้ไม่ไหวในที่สุดก็ต้องยอม เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หมดอาลัยตายอยากว่า “ตกลงครับ เดี๋ยวผมทำเอง ผมทำเอง ทำเองนะ~”
เขากลัวจริง ๆ ปกติแล้วลี่หรงแค่แตะตรงนั้นเบา ๆ เขาก็รู้สึกว่าเร้าใจแล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกราวกับเป็นลูกแกะที่กำลังจะถูกเชือด
คิดไม่ถึงเลยว่าภรรยาของเขาจะโหดขนาดนี้ อยู่ ๆ ก็จู่โจมเข้ามาเลย!
ลี่หรงปล่อยมือแล้วยื่นกระโถนใบเล็กให้กับเขาจากนั้นก็รีบเดินออกไป
เมื่อครู่เธอถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนอะดรีนาลิน ทำให้รู้สึกหุนหันพลันแล่น พอคว้าสิ่งนั้นมาได้แล้ว จึงรู้สึกว่ามันนุ่มนิ่มไม่เหมือนกับสัมผัสเมื่อครั้งก่อน เธอจึงรู้สึกอายขึ้นมาทันที
ทั้ง ๆ ที่เธอคิดว่าต้องการสอนบทเรียนให้กับจ้าวชิงซงแท้ ๆ แต่ทุกครั้งเธอกลับต้องเป็นคนที่รับเคราะห์เองตลอด