ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 168 กอดกันนอนบนเตียง
บทที่ 168 กอดกันนอนบนเตียง
เธอคิดฟุ้งซ่านไปได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของจ้าวชิงซง
ลี่หรงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจึงเดินเข้าไปทำทีว่าไม่ได้คิดอะไร “เสร็จแล้วเหรอ?”
ขวดใบเล็กถูกวางอยู่บนพื้น ลี่หรงก้มลงหยิบไปเททิ้งล้างน้ำให้สะอาดแล้วจึงนำกลับมาวางไว้ใต้เตียงเหมือนเดิม
สามีภรรยาคู่นี้ต่างก็ไม่ได้สังเกตว่าหูของอีกฝ่ายแดงก่ำ บรรยากาศในห้องเงียบเกินไป ลี่หรงก็พูดขึ้นมาว่า “ยังมีโจ๊กเหลืออยู่ คุณรีบกินเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะได้ไปล้างปิ่นโต”
“ผมยังไม่หิว คุณนั่งก่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
จ้าวชิงซงเห็นว่าในห้องไม่มีใคร จึงจับมือลี่หรงขึ้นมาพลางถอนหายใจและพูดอย่างจริงจัง “ที่รัก เมื่อไหร่คุณจะหายโกรธผมล่ะครับ”
“ฉันไม่ได้โกรธ”
“ไม่โกรธเหรอ? ดูสิคุณขมวดคิ้ว แล้วยังทำปากคว่ำตลอดเวลาอีก” จ้าวชิงซงบีบมือลี่หรงเบา ๆ
เธอรู้สึกว่ามือของเขาทั้งใหญ่และหยาบ เขาลูบมือลี่หรงไปมาจนเธอรู้สึกว่ามือเธอคันยิบ ๆ เธอสังเกตเห็นว่าบนฝ่ามือของเขามีรอยแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เต็มไปหมด รอยแผลเหล่านั้นทำให้มือเขาดูหยาบกร้านยิ่งขึ้น
ลี่หรงเห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกใจอ่อน
เธอก้มลงมองมือคู่นั้นเมื่อเทียบกับนิ้วมือขาวเนียนของเธอแล้ว ช่างหยาบกระด้างจริง ๆ
เธอเหลือบมองจ้าวชิงซง เสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย “ฉันไม่ได้โกรธ”
ประโยคก่อนหน้านี้ จ้าวชิงซงได้ฟังก็รู้แล้วว่าลี่หรงยังคงโกรธอยู่ แต่ตอนนี้เสียงของเธออ่อนลง แม้ว่าจะโกรธแต่ก็ไม่ได้โกรธมากแล้ว
ลี่หรงเห็นว่าไม่มีใครจึงซบลงที่อกของจ้าวชิงซงอย่างแผ่วเบาแล้วโอบเอวเขาไว้
“คุณไม่รู้หรอกว่าพวกเราตามหาคุณอยู่นาน แต่หาเท่าไหร่ก็หาคุณไม่เจอเลย! หลังจากที่เจอ คุณก็ถูกฝังไปครึ่งร่างแล้ว คุณไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวแค่ไหน ฉัน…”
ส่วนที่เหลือแม้ลี่หรงจะไม่พูดจ้าวชิงซงก็พอจะเดาออก
เขารู้สึกเจ็บปวดใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
เขาคิดว่าตัวเองแค่ตกลงมาจากเนินเขาเท่านั้นเอง
เขากอดลี่หรงไว้ จากนั้นจ้าวชิงซงก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธอ แล้วก้มลงจูบหน้าผากมน พูดกับเธอด้วยเสียงที่แหบพร่า “ผมขอโทษนะครับ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
ตอนนี้เท้าของจ้าวชิงซงยังไม่หายบวม แค่จะเดินก็ไม่มีแรงแล้ว ขาขวาก็เป็นขาที่พิการมาก่อน ดังนั้นการที่จะเดินด้วยขาข้างเดียวคงไม่ใช่เรื่องง่าย
เขาบอกเธอว่าอยากอาบน้ำ
“ตอนที่ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณ ฉันก็เช็ดตัวให้ด้วยแล้วนะ คืนนี้ยังไม่ต้องอาบได้ไหมคะ?”
เธอเป็นห่วงว่าหากเขายืนอาบน้ำนาน ๆ อาจส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย
“ได้ครับ”
ส่วนลี่หรง เธอก็อาศัยช่วงที่ฟ้ายังไม่มืดสนิท ออกไปหาห้องอาบน้ำสาธารณะเพื่อไปอาบน้ำ
เธอจำเป็นต้องอาบน้ำ เพราะวันนี้วิ่งไปวิ่งมาทั้งวันจนเหงื่อออกท่วมตัวหลายครั้ง ถ้าดมดี ๆ ยังได้กลิ่นเหงื่อจากตัวเธอด้วย อีกอย่างเธอไม่ชอบกลิ่นนี้เป็นที่สุด
ทางเหนือส่วนใหญ่มีห้องอาบน้ำสาธารณะใหญ่ ๆ โดยเฉพาะที่สาธารณะในเมืองเช่น โรงพยาบาล
ลี่หรงไม่อยากเปลือยอาบน้ำต่อหน้าคนเยอะ ๆ ถือว่าโชคยังดีที่ห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน อยู่ข้าง ๆ กับห้องอาบน้ำ เมื่อคนน้อยลงและไม่กระทบกับการใช้ห้องน้ำ เธอก็เปิดน้ำอุ่นและรีบอาบน้ำทันที
ถึงแม้จะอาบน้ำแบบรีบ ๆ แต่พออาบเสร็จก็รู้สึกสดชื่นไปทั้งตัวทำให้สบายตัวสุด ๆ
เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักลี่หรงก็เก็บใส่ถุงไว้
ถึงจะไม่ได้อาบน้ำให้จ้าวชิงซง แต่หลังจากกลับไปลี่หรงก็ยังตักน้ำอุ่นใส่กะละมังให้จ้าวชิงซงเช็ดตัวอีกครั้ง
จ้าวชิงซงเห็นว่าลี่หรงตักน้ำให้ เขาก็บ่นออกมาว่าเสื้อผ้าตัวที่ใส่อยู่มีกลิ่นแล้วจะต้องรีบเปลี่ยน
ลี่หรงลองก้มลงดมเสื้อของจ้าวชิงซงดู ก็ได้กลิ่นเหงื่อนิดหน่อย คงเป็นเพราะตอนที่เขาเหงื่อออกมาก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้เช็ดให้เขาจนแห้งสนิท
เสื้อผ้าที่เธอเปลี่ยนให้เขาในวันนี้เป็นชุดสุดท้ายแล้ว
สุดท้ายลี่หรงก็ต้องซักเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมด
คนไข้ในห้องมีไม่กี่คน กลับมาแล้วก็ออกไปอีก จริง ๆ แล้วพวกเขาไปนั่งดูทีวีที่โถงด้านนอกกัน
ประมาณหกโมงเย็นคนอื่น ๆ คนไข้ก็ทยอยกลับมากันทีละคน เสียงในห้องเริ่มดัง บรรยากาศค่อย ๆ ครึกครื้นขึ้น
นอกจากจ้าวชิงซงกับภรรยาที่ยังเป็นหนุ่มสาวแล้ว คนไข้สามเตียงที่เหลือล้วนแต่มีอายุมากแล้ว
พวกเขาก็ไม่ได้มีญาติมาเฝ้าไข้ เพราะคงจะดูแลตัวเองได้ ญาติ ๆ เลยไม่ได้มา
คุณลุงคุณป้าสามคนนี้เสียงดังมาก แต่เพราะว่าดึกแล้วพวกเขาคุยกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ประมาณสองทุ่มพยาบาลก็มาบอกให้พวกเขาเบาเสียงลงแล้วรีบไปนอน
ด้วยความที่พวกเขาอายุมากแล้ว พอนอนลงไม่นานก็หลับไป
ลี่หรงเองตอนนี้ก็ง่วงจะแย่อยู่แล้ว เมื่อคืนไม่ได้นอนแถมยังวุ่นวายทั้งวัน ตอนบ่ายก็แทบไม่ได้งีบตอนนี้เธอก็เลยหาวไม่หยุด
จ้าวชิงซงบีบมือลี่หรงเบา ๆ แล้วพูดว่า “นอนเถอะครับ ดูสิตอนนี้หมีแพนด้าก็ยังแพ้คุณเลยนะ”
“คุณเคยเห็นหมีแพนด้าด้วยเหรอคะ?” ลี่หรงถามในขณะที่ยังหาวอยู่
“สมัยรบแบบกองโจร ไม่มีอะไรที่ผมไม่เคยเห็น”
โดยปกติแล้วคนที่มาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาลจะไม่มีเตียงนอน
ในชาติที่แล้วลี่หรงก็ไม่เคยเฝ้าไข้ใคร แต่เคยได้ยินมาว่าถ้าหากห้องผู้ป่วยไม่เต็ม และมีเตียงว่างก็สามารถขึ้นไปนอนได้
แต่ตอนนี้มีคนอยู่เต็มห้อง จึงไม่มีเตียงเหลือให้เธอแล้ว
เธอหยิบเก้าอี้ตัวเล็กมา เตรียมจะนอนฟุบบนเตียงเหมือนเมื่อเช้า
แต่จ้าวชิงซงไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาดึงลี่หรงขึ้นมาบนเตียง บอกให้เธอขึ้นมานอนบนเตียงคนไข้ด้วยกัน
ลี่หรงมองเตียงแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ เตียงนี่มันเล็กเกินไป”
จ้าวชิงซงเป็นผู้ชายที่ตัวสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร แค่นอนอยู่บนเตียงคนเดียวก็แทบจะขยับตัวลำบากแล้ว ถ้าลี่หรงขึ้นไปนอนด้วย คนใดคนหนึ่งขยับตัวอีกคนก็ตกเตียงแน่นอน
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” เตียงของจ้าวชิงซงวางชิดผนัง เขาขยับตัวเว้นที่ไว้เกือบครึ่งหนึ่ง แล้วดึงลี่หรงให้ขึ้นไปนอน
ลี่หรงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นอนลงไป เธอนอนหันหน้าเข้าหาจ้าวชิงซง เขาโอบกอดเธอไว้เหมือนว่าเตียงนี้จะพอดีกับคนสองคน
ไม่นานนักลี่หรงก็หลับไป
จ้าวชิงซงจ้องมองเธออยู่พักหนึ่ง เขากอดเธอไว้แล้วก็ข่มตานอนหลับไป
สิ่งที่คนเฝ้าไข้กลัวที่สุดก็คือ ตอนกลางคืนพวกเขาต้องแขวนน้ำเกลือให้กับคนไข้ คนเฝ้าไข้ต้องไม่นอนหลับสนิทมากเกินไป
โชคดีที่คืนนี้จ้าวชิงซงไม่ต้องให้น้ำเกลือลี่หรงจึงนอนหลับได้อย่างสบายใจ
ในตอนเช้าคนไข้ที่เป็นผู้สูงอายุต่างก็พากันตื่นตั้งแต่เช้าแล้ว
ทุกคนทักทายกันโดยที่ยังไม่ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน รอให้คนทางบ้านเอาอาหารมาส่ง
คุณป้าคนนั้นที่คุยกับจ้าวชิงซงดูเป็นคนใจดี เมื่อเธอเห็นจ้าวชิงซงและลี่หรงนอนกอดกัน เธอก็เรียกผู้ป่วยอีกสองคนดูแล้วก็พูดด้วยเสียงเบาว่า “สองสามีภรรยาคู่นี้รักกันดีจังเลยนะ”
ผู้ป่วยอีกสองคนที่เป็นผู้ชาย อายุประมาณห้าสิบถึงหกสิบปี ทั้งสองพยักหน้าพร้อมพูดว่า “จริงด้วยสินะ”
อีกคนหนึ่งบอกว่า “น่าจะเพิ่งแต่งงานใหม่หรือเปล่า ดูรักกันดีจัง สมัยก่อนตอนที่ฉันแต่งงานใหม่ ๆ กับภรรยาของฉันก็อยากจะตัวติดกันอยู่ตลอดเวลาแบบนี้นี่แหละ”
คุณป้าส่ายหน้าเบา ๆ “ทั้งคู่แต่งงานกันมาหลายปีแล้วนะ ได้ยินว่าลูกของเขาทั้งสองก็โตพอจะตักซีอิ๊วได้แล้ว”
หลาย ๆ คนพูดคุยกันเบา ๆ จ้าวชิงซงก็ตื่นขึ้นมาพอดี
แต่พอเห็นว่าลี่หรงยังหลับอยู่ เขาก็เลยยังคงหลับตาลงพร้อมกับโอบกอดลี่หรงเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น