ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 171 ออกจากบ้าน
บทที่ 171 ออกจากบ้าน
ครั้งนี้เขาใจร้อนเกินไป เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เจอฝนตกหนักขนาดนี้ตั้งแต่ทำไร่มา ครั้งต่อไปจะพยายามไม่ขึ้นเขาตอนกลางคืนในสภาพอากาศแบบนี้อีกแล้ว
นั่นมันอันตรายเกินไป!
เขาเพิ่งจะพลิกตัวก็เห็นร่างเล็ก ๆ ยืนอยู่ที่ประตู เกาะประตูแล้วมองเขาด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องมาทางนี้ เด็กน้อยกัดริมฝีปากเหมือนไม่กล้าเข้ามา
“อันอัน?” จ้าวชิงซงลุกขึ้นนั่งแล้วกวักมือเรียกเด็กน้อย “เข้ามาหาพ่อสิลูก”
เด็กน้อยตาเป็นประกายแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว จ้าวชิงซงอุ้มลูกชายแล้วพาขึ้นมาไว้บนเตียง “ลูกยืนอยู่หน้าประตูทำไมล่ะ แล้วนี่ลูกยืนอยู่นานหรือยังครับ?”
“อันอันคิดถึงพ่อครับ~” อันอันยื่นมือไปแตะหน้าผากของจ้าวชิงซง “พ่อไม่สบายเหรอครับ คุณย่าบอกว่าพ่อไปหาหมอ พ่อเป็นไข้เหรอครับ?”
“ใช่ครับ แต่ตอนนี้พ่อหายแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นพ่อก็นอนพักเยอะ ๆ นะครับ คุณย่าบอกผมว่าอย่าเพิ่งรบกวนพ่อ”
“ไม่เป็นไรหรอก พ่อเพิ่งตื่นพอดีครับ”
เด็กน้อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วก็พูดคุยกับพ่ออย่างไม่หยุดปาก เขาไม่ได้เจอพ่อตั้งหลายวันแล้ว และพ่อเพิ่งจะหายป่วยเขาจึงคิดว่าตัวเองมีหน้าที่ทำให้พ่อมีความสุข!
หลังจากอยู่ในหมู่บ้านต้าเจียงนานกว่าที่วางแผนไว้สองวัน ลี่หรงก็ต้องรีบกลับไปเรียนแล้ว
ครั้งก่อนตอนที่เธอต้องกลับไปเรียน เธอบอกลูกชายตัวน้อยว่า ไปไม่นานก็กลับมาแล้ว แต่ครั้งนี้เด็กน้อยโตพอที่จะเข้าใจสถานการณ์บ้างแล้ว เมื่อเธอบอกว่าต้องไปเรียน เขาก็เข้าใจเเล้วว่าอีกหลายเดือนกว่าแม่จะกลับมา
เด็กน้อยโผเข้ากอดขาลี่หรงไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่รู้ว่าไปเรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหน ทั้งพูดว่าลี่หรงไม่รักเขาแล้ว หรือแม้แต่บอกว่าให้เธอพาเขาไปเรียนด้วย
เด็กน้อยร้องไห้จนหน้าแดง ทั้งน้ำตาและน้ำมูกไหลเปื้อนเต็มใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาไปหมด ไม่ว่าใครมาเห็นตอนนี้ก็คงอดสงสารไม่ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลี่หรงในฐานะแม่ เธอจะทนได้ยังไง
เธอวางกระเป๋าลงแล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมา เช็ดน้ำตาให้เขา หอมแก้มเขาหลาย ๆ ที แล้วก็ปลอบเขาด้วยเสียงอ่อนโยน “แม่จะรีบกลับมาเร็ว ๆ นะ ช่วงปีใหม่แม่ก็กลับมาแล้ว พอกลับมาก็จะพาไปเที่ยวเมืองหลวง ไปบ้านคุณยาย ลูกยังจำคุณยายได้ไหมจ๊ะ? แล้วก็มีคุณลุงด้วยนะ เขาบอกว่าถ้าอันอันเป็นเด็กดี ช่วงปีใหม่คุณลุงจะพาไปเที่ยวเล่นด้วยนะ”
เจ้าตัวน้อยยังจำได้ นึกถึงตอนที่ซื้อขนมและผลไม้ให้เขา ยังมีคุณยายที่แบ่งขาไก่ให้เขา นึกถึงคุณลุงที่พาเขาไปยิงปืน เขาสูดน้ำมูกแล้วค่อย ๆ หยุดร้องไห้
เจ้าตัวน้อยถามด้วยความกังวล “แม่พูดจริง ๆ ใช่ไหมครับ?”
“จริงจ้ะ”
ลี่หรงเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะพาเจ้าตัวน้อยไปได้จริง ๆ ไหมเมื่อถึงตอนนั้น แต่ตอนนี้หน้าที่ของเธอก็คือต้องทำให้เขาอารมณ์ดีก่อน
เมื่อถึงเวลานั้นเธออาจจะพาเขาไปเยี่ยมญาติที่เมืองหลวงได้ แต่หลังจากนั้นก็ต้องกลับหมู่บ้านต้าเจียงอยู่ดี
ต่อให้ไม่อยากจากไปก็ต้องไปแล้ว
ลี่หรงไม่ให้เจ้าจ้าวชิงซงไปส่ง เพราะเขาเพิ่งหายป่วย จึงไม่อยากให้เขาต้องเหนื่อย
จ้าวชิงซงไม่ยินยอมจนในที่สุดทั้งคู่ก็ยอมถอยคนละก้าว จ้าวชิงซงไปส่งลี่หรงที่อำเภอ และเธอต้องไปต่อรถไฟที่สถานีรถไฟเอง
อันอันมองแม่ตาละห้อยจนกระทั่งลี่หรงหายลับตาไป เด็กน้อยจึงขยี้ตา แล้วถามคุณย่าว่าลี่หรงจะกลับมาอีกไหม หลังจากได้รับคำยืนยันจากผู้เป็นย่าแล้ว จากนั้นแม่จ้าวก็พาอันอันไปเดินเล่น
ลี่หรงรู้สึกใจหายที่ไม่ได้เจออันอันอีกนาน เธอมองร่างเล็ก ๆ ของลูกชายที่ค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ จนมองไม่เห็นอีก ในตอนนั้นเธอก็เศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
“อย่าเศร้าไปเลยครับ เดี๋ยวก็จะปีใหม่แล้ว ถึงตอนนั้นเราก็จะได้เจอกันแล้วครับ” จ้าวชิงซงขับเกวียนไปพลางปลอบโยนลี่หรง
“ฉันรู้ แต่ฉันก็ยังเศร้าอยู่ดีนี่คะ” ถนนสายนี้ไม่มีใครอยู่ ลี่หรงจึงเอนตัวซบไหล่จ้าวชิงซงอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร เขาโอบเธอไว้ ถามด้วยความเป็นห่วง “ที่มหาวิทยาลัยถ้ามีผู้ชายมายุ่ง คุณต้องบอกพวกนั้นไปว่าคุณมีสามีแล้ว ตกลงไหมครับ?”
“รู้แล้วน่า ทั้งมหาวิทยาลัยก็รู้ว่าฉันมีสามีแล้วคุณสบายใจได้เลย”
จ้าวชิงซงนึกถึงตอนที่เจอเพื่อนร่วมชั้นผู้ชายสองครั้งที่เข้ามาจีบเธอ คนหนึ่งมาสารภาพรักอีกคนเป็นน้องใหม่ เพราะว่าภรรยาของเขานั้นสวยที่สุดในโลก จึงไม่แปลกที่จะมีคนไม่สนใจศีลธรรมและมาตามจีบเธออยู่เสมอ
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด จึงจูบลี่หรงอย่างแรงไปหนึ่งที “เรียนมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาถึงสี่ปี เสียเวลาจริง ๆ”
ลี่หรงยิ้มแต่ไม่ได้บอกเขาว่าถ้าเรียนต่อปริญญาโทหรือเอกก็ต้องใช้เวลาอีกห้าหกปี แต่เธอไม่ได้คิดจะเรียนต่อจึงไม่ได้พูดอะไร
รถไฟกำลังออกเดินทางไปเมืองหลวง ลี่หรงไม่ได้ตรงกลับบ้าน เพราะเธอลาไปสองวันแล้ว ตอนนี้เพื่อน ๆ ก็กำลังเรียนอยู่ เธอจึงตรงกลับไปที่มหาวิทยาลัยซึ่งพอดีกับที่เพื่อนคนอื่น ๆ เลิกเรียนในตอนบ่าย
ก่อนหน้านี้เสิ่นรั่วหนิงเป็นคนช่วยทำเรื่องลาให้ลี่หรง จึงรู้ว่าลี่หรงจะกลับมาถึงเมื่อไหร่
วันนี้หลังเลิกเรียน เธอเดินกลับหอพักเพื่อเก็บของ เลยเห็นลี่หรงอยู่ที่หอพักจึงรู้สึกประหลาดใจ “ลี่หรง! เธอกลับมาแล้วเหรอ?!”
“ใช่แล้ว เอาของฝากจากที่บ้านมาให้ด้วยนะ” ลี่หรงเอื้อมมือไปหยิบถุงกระดาษใบใหญ่จากกระเป๋าแล้วส่งให้เสิ่นรั่วหนิง
“นี่มันคืออะไรเหรอ? ดำ ๆ ยังมีกลิ่นหอมเผ็ดร้อนอีกด้วย” เสิ่นรั่วหนิงรับมา ดมดูใกล้ ๆ ก็รู้สึกแสบคอ เธอโบกมือพัดกลิ่นตรงจมูกออกไปแล้วถามด้วยความสงสัย
“ไส้กรอกหมูรมควันน่ะ พี่สะใภ้ที่บ้านทำให้ อร่อยมากเลยนะ เธอชอบกินเผ็ด ฉันคิดว่าเธอน่าจะต้องชอบมาก ๆ ลองเอาไปให้คุณป้าแม่บ้านทำให้นะ”
“ว้าว! สงสัยต้องลองชิมดูแล้วล่ะ”
ลี่หรงหยิบถุงใหญ่ ๆ อีกถุงออกมาเปิดแล้ววางบนโต๊ะ เรียกเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ ให้มากินด้วยกัน “นี่เป็นแป้งทอดกรอบที่บ้านฉันชอบทำกันตอนวันหยุดเทศกาล รีบ ๆ มากินด้วยกันเถอะ”
หลี่ชุนเสวี่ยได้ยินว่ามีของกินก็รีบลุกจากเตียงลงมา “ดีจังเลย เอาของกินมาฝากเราอีกแล้ว โอ้โห~ หมั่นโถวนี่น่าอร่อยจังไม่รู้ว่าที่เมืองหลวงจะมีขายหรือเปล่า”
ลี่หรงยิ้ม “ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ ไม่รู้ว่าที่เมืองหลวงจะมีขายหรือเปล่า แม่สามีฉันตั้งใจทำให้ฉันเอามากินที่นี่เลยนะ”
“เธอกับแม่สามีรักกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?” หลิวหลานหลานถามพร้อมกับเดินมากินหมั่นโถว “อื้ม! กรอบอร่อย หอม แล้วก็หวานด้วย”
“แม่สามีดีกับฉันมากเลยละ” ลี่หรงตอบพลางยิ้มด้วยสีหน้าภูมิใจ เธอหยิบหมั่นโถวลูกที่พอ ๆ กันให้หลิวหลานหลาน “ที่เธอกินอยู่เป็นไส้หวาน มีไส้เค็มด้วยนะลองชิมดูสิ”
สวี่จิ้งก็เดินมากินด้วย
แต่ว่าอู๋เยี่ยนหงไม่เดินมากิน เพราะเรื่องเมื่อก่อนเธอรู้ว่าความสัมพันธ์กับลี่หรงคงจบลงแล้ว เธอจึงก้มหน้าหาอะไรทำหยิบเอาข้าวกล่องออกไปกินข้างนอก
ในหอพักยังมีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เวลานี้เธอยังไม่เลิกเรียน
เรื่องราวระหว่างลี่หรงกับอู๋เยี่ยนหง คนอื่นในหอพักก็รู้ดีและเวลานี้คงไม่มีใครอยากยุ่งเรื่องของคนอื่น
เสิ่นรั่วหนิงมองลี่หรงด้วยสีหน้าที่มีความสุขมากอย่างชัดเจน
ลี่หรงยิ้มแล้วพูดว่า “กินเยอะ ๆ”
พอกลับมาที่เมืองหลวงจิตใจของลี่หรงก็จดจ่ออยู่กับการเรียนและงานตัดชุดที่ร้านเช่นเดิม
ช่วงวันหยุดยาววันชาติ เหล่าคุณนายทั้งหลายต่างพากันเสนอเงินเพิ่มเพื่อให้ลี่หรงรีบตัดเสื้อผ้าให้ แต่ลี่หรงปฏิเสธเพราะเธอต้องกลับหมู่บ้านต้าเจียง
ตอนนี้กลับมาแล้ว ก็ต้องรีบทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จ
หลาย ๆ งาน ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ล้วนมาจากการแนะนำของเสิ่นรั่วหนิง ลี่หรงคำนวณค่านายหน้าให้กับเธอทุกชุด
ค่านายหน้าจากชุดหนึ่ง สำหรับเสิ่นรั่วหนิงแล้วแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แถมยังน้อยกว่าเงินค่าขนมของเธอเสียอีก แต่เพราะได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เธอจึงรู้สึกดีใจมากที่ได้รับเงินในแต่ละครั้ง