ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 172 โรงแรมหวงเหอ
บทที่ 172 โรงแรมหวงเหอ
จนกระทั่งถึงฤดูหนาว ลี่หรงเพิ่งไปส่งชุดให้ลูกค้าเสร็จก็กลับมา แต่ที่หน้าบ้านล้อมลาน เธอได้พบกับชายคนหนึ่งโดยไม่คาดคิด
เสิ่นหมิงโจว?
ลี่หรงรู้ว่าชายคนนี้คิดอะไรกับเธออยู่ เธอจึงคิดที่จะหันหลังกลับไปก่อนที่เขาจะเห็น รอจนเขาไปก่อนแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปก็ถูกเขาพบเข้าเสียก่อน เขารีบตะโกนเรียกเธอไว้ ลี่หรงจำต้องหันกลับไปมองเขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย “คุณเสิ่น คุณมาที่นี่ได้อย่างไรคะ?”
เสิ่นหมิงโจวจึงโยนบุหรี่ทิ้งไปแล้วเอาเท้าเหยียบมัน ก่อนจะเดินไปหาลี่หรง “พอดีผมมาทำงานแถวนี้แล้วนึกขึ้นได้ว่าร้านคุณก็อยู่แถวนี้เลยแวะมาหาครับ”
ลี่หรงไม่ได้ถามว่าเขารู้จักบ้านของเธอได้อย่างไร ด้วยภูมิหลังของเสิ่นหมิงโจว การที่เขาจะรู้ที่อยู่ของใครคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
เธอจึงตอบกลับไปโดยที่ไม่ให้ความหวังกับเขา “เสร็จธุระแล้วฉันว่าคุณก็รีบกลับไปทานข้าวที่บ้านเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรให้คุณทานหรอกนะคะ”
เสิ่นหมิงโจวหันไปหยิบตะกร้าผลไม้ออกมาจากรถ “ไม่เป็นไรหรอก พอดีระหว่างทางผมแวะซื้อผลไม้มาให้คุณด้วย รับไปสิครับ”
สมัยนี้การนำผลไม้มาเป็นของขวัญนั้นไม่ใช่เรื่องที่สมควร
ลี่หรงจึงปฏิเสธอย่างสุภาพ หลังจากที่คิดอยู่นาน เธอก็ตัดสินใจที่จะพูดให้ชัดเจนอีกครั้ง “คุณเสิ่น ฉันรู้ว่าคุณคิดยังไงกับฉัน แต่ฉันก็เคยบอกคุณไปแล้วว่าฉันมีคนรักและมีลูกที่น่ารักแล้ว ความปรารถนาดีของคุณ เก็บไว้ให้คนอื่นเถอะ”
“ผมรู้ครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่เอาผลไม้มาให้เฉย ๆ คุณรับไว้ในฐานะเพื่อนก็ไม่ได้หรือครับ?”
“….สิ่งที่คุณกำลังทำในตอนนี้ คุณนั่นแหละค่ะที่รู้ดีที่สุด” ลี่หรงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีเพราะเธอเริ่มหงุดหงิดแล้ว
หงุดหงิดกับผู้ชายคนนี้ที่หัวแข็ง พูดอะไรไปก็ยังทำแบบเดิม
ลี่หรงไม่ให้โอกาสเขาแม้แต่นิดเดียว เธอรีบเปิดประตูเข้าบ้าน แล้วปิดลงทันที
เสิ่นหมิงโจวเม้มริมฝีปาก เขาจ้องมองประตูที่ปิดสนิทอยู่นาน ในแววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เขาคิดว่าถ้าเขาได้รู้จักลี่หรงเร็วกว่านี้ไม่กี่ปี ลี่หรงคงเป็นของเขาอย่างแน่นอน
ผลไม้ที่ไม่ได้ส่งไปเขาโยนมันขึ้นรถอย่างไม่ใส่ใจ แล้วรีบเหยียบคันเร่งออกรถไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องที่เจอกับเสิ่นหมิงโจว ลี่หรงไม่ได้บอกเสิ่นรั่วหนิง
สวีจิ้งเหอแนะนำลี่หรงให้คุณนายเหยียนรู้จัก เธอเป็นใครมาจากไหนลี่หรงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นภรรยาของข้าราชการชั้นสูง เธอสั่งเสื้อผ้าจากลี่หรงหลายชุด และหากลี่หรงทำให้เธอทันคุณนายเหยียนก็คงสั่งทำมากกว่านี้แน่
หลังจากพบกันหลายครั้งคุณนายเหยียนคนนี้ก็ชอบลี่หรงมาก วันนี้เธอแวะมาเอาเสื้อผ้าที่ทำเสร็จแล้ว และยังเชิญให้ลี่หรงไปร่วมงานวันเกิดของเธอด้วย
ไม่แน่ใจว่าเพราะเห็นลี่หรงเป็นคนสำคัญหรือเพราะชวนตามมารยาท คุณนายเหยียนจึงไม่เพียงแค่เชิญลี่หรงด้วยวาจาเท่านั้น แต่ยังให้บัตรเชิญกับเธอด้วย
ลี่หรงถามวันและเวลา ซึ่งตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี เธอจึงตอบตกลงในทันที
เธอคิดครู่หนึ่งแล้วยิ้มพลางพูดอย่างทีเล่นทีจริงว่า “คุณนายเหยียน ถ้าอย่างนั้นฉันจะหาลูกค้าได้ยังไงกันละคะ?”
คุณนายเหยียนหัวเราะ “หาลูกค้าได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอแล้วล่ะจ้ะ แต่ถ้าเธอหาลูกค้าได้ฉันรับรองว่าเธอจะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน แล้วอย่าลืมชุดที่ฉันสั่งไว้ด้วยล่ะ”
“ไม่มีทางลืมแน่นอนค่ะ” ลี่หรงพูดด้วยความยินดี “ร้านฝูหรงของเรายกให้คุณเป็นลูกค้าวีไอพีรับรองว่าไม่ลืมแน่นอนค่ะ”
“เอ่อ วีไอพีคืออะไรงั้นเหรอ?”
“เอ่อ..คือ…ลูกค้าคนสำคัญของร้านค่ะ”
ลี่หรงถามเสิ่นรั่วหนิงว่าได้รับบัตรเชิญงานวันเกิดคุณนายเหยียนหรือไม่
“ไม่นะ คุณนายเหยียนให้บัตรเชิญนี้กับแม่ฉันแค่คนเดียว ถ้าแม่พาฉันไปด้วยฉันถึงจะได้ไป แต่ถ้าไม่ ฉันก็ต้องอยู่บ้าน”
พูดจบเสิ่นรั่วหนิงก็หันไปมองลี่หรงทันที “หรือว่าเธอได้รับบัตรเชิญของตระกูลเหยียน?”
“ใช่…มีอะไรรึเปล่า?”
“นี่มันเรื่องใหญ่ชัด ๆ แสดงว่าตอนนี้ฝีมือการตัดชุดของเธอต้องสุดยอดมากแน่ ๆ” เสิ่นรั่วหนิงกะพริบตาถี่ ๆ ให้ลี่หรง “ดูท่าแล้วคุณนายเหยียนน่าจะชอบเธอมากเเน่ ๆ เลย”
“ยังไงล่ะ?”
“ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะว่าคนตระกูลเหยียนเป็นข้าราชการระดับไหน เพราะไม่ค่อยมีใครในบ้านพูดถึง แต่เท่าที่ฉันรู้ก็คือคนตระกูลนั้นมียศที่สูงกว่าพ่อของฉันซะอีก ปกติแล้วตระกูลเหยียนก็ไม่ค่อยจะสนิทกับใครมากนัก ทุกครั้งที่จัดงานเลี้ยงก็มักจะเชิญแขกแค่ไม่กี่คน ล้วนแล้วแต่เป็นแขกที่มีชื่อเสียงและสนิทกับตระกูลเหยียนเท่านั้น แต่กับเธอที่เพิ่งจะรู้จักกับคุณนายเหยียนได้ไม่นานก็ได้รับบัตรเชิญไปงานนี้ด้วย นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณนายเหยียนต้องประทับใจเธอมากแน่ ๆ ไม่ใช่หรือไง?”
ลี่หรงพยักหน้าเหมือนกำลังคิดตามสิ่งที่เพื่อนรักพูด จากนั้นก็ถามต่อว่า “แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยสนิทกับใคร แล้วทำไมถึงจัดงานเลี้ยงที่ภัตตาคารล่ะ?”
เธอรู้สึกว่าตอนที่เสิ่นรั่วหนิงจัดงานที่บ้านก่อนหน้านั้น ผู้คนที่มาร่วมแสดงความยินดีทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบทีละคน ถึงจะเรียกว่าเป็นคนรู้จักและเน้นความปลอดภัยจริง ๆ
“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันขอดูบัตรเชิญหน่อย” เสิ่นรั่วหนิงเปิดดู “เอ๊ะ นี่มันโรงแรมหวงเหอไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่แล้ว ในตอนนั้นนอกจากแขกที่มาร่วมงานเลี้ยง ยังมีคนอื่นที่มาทานอาหารในร้านอีกด้วย ตึกตั้งสามสี่ชั้นใหญ่ขนาดนั้น คงไม่เหมาทั้งตึกหรอกนะ…” ลี่หรงพูดจบก็หันมาสบตากับเสิ่นรั่วหนิง เธอพยักหน้าเห็นด้วย “ที่เธอพูดก็มีเหตุผลนะ อาจจะเป็นไปได้”
โรงแรมหวงเหอ
ในวันเกิดของคุณนายเหยียน ลี่หรงนำของขวัญที่เตรียมไว้มาด้วย วันนี้เธอใส่ชุดราตรีที่เพิ่งออกแบบมาใหม่ เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่งานของเธอ ดังนั้นจึงออกแบบชุดให้ดูเรียบ ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับธรรมดาจนเกินไป
ถึงแม้ว่าชุดจะดูดีมาก แต่ก็ไม่เด่นเกินกว่าเจ้าของงานอย่างคุณนายเหยียน
เธอมาที่นี่เพื่อขยายธุรกิจ ดังนั้นเธอจึงต้องดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ควรทำตัวให้เสียน้ำใจที่คุณนายเหยียนอุตส่าห์ให้เกียรติเชิญเธอมาร่วมงานด้วย ถ้าเธอทำตัวไม่รู้จักบุญคุณ ไม่ว่าก่อนหน้านี้คุณนายเหยียนจะชื่นชมเธอขนาดไหน แต่ในใจก็คงกลับมาเมตตาเธอได้ยากแล้ว
เมื่อก้าวเข้ามาที่ชั้นหนึ่งของภัตตาคาร ภายในร้านประดับตกแต่งด้วยสีทองเป็นหลัก ทั้งฝ้า ผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ล้วนถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกหรูหราและราคาแพง
มีคนเล่ากันว่าของตกแต่งมากมายในห้องนี้ รวมถึงโคมไฟระย้าที่สว่างจ้าราวกับจะทำให้คนตาบอดได้ ล้วนเป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ
ในห้องโถงมีผู้คนมากมาย แต่ทุกคนสวมเครื่องแบบเฉพาะ มีทั้งพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมและทหาร
ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาต้อนรับ ถามลี่หรงว่ามาร่วมงานเลี้ยงหรือเปล่า ก่อนจะขอให้เธอแสดงบัตรเชิญ
ลี่หรงยื่นบัตรเชิญให้กับชายคนนั้น เขามองเธอด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะสั่งให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตรวจค้นตัวลี่หรง
คราวนี้ไม่มีใครช่วยลี่หรงได้ เธอจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตรวจค้นทั่วตัว หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าเธอไม่มีสิ่งของอันตรายใด ๆ ชายคนนั้นก็ให้ลี่หรงเข้าไปได้ “ห้องจัดเลี้ยงอยู่ชั้นสาม เชิญคุณผู้หญิงลี่เข้าไปได้ครับ”
ตลอดทางที่เดินขึ้นไป เธอได้พบกับพนักงานเสิร์ฟมากมาย พวกเขาทักทายลี่หรงด้วยความสุภาพ
โรงแรมหวงเหอเป็นโรงแรมเอกชนแห่งแรกที่เปิดหลังจากที่รัฐบาลประกาศให้มีเสรีทางการค้า และเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ลี่หรงมาที่นี่ พื้นบันไดปูด้วยพรมสีแดง เธอไม่รู้ว่าปกติแล้วเป็นเช่นนี้หรือไม่ หรือว่าปูไว้เป็นพิเศษเนื่องในงานเลี้ยงของคุณนายเหยียน
เมื่อเดินผ่านชั้นสอง ลี่หรงมองเข้าไปเห็นว่าชั้นสองแทบไม่มีผู้คนเลย ดูว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ที่จัดไว้เป็นระเบียบ
ไม่มีแขกเลยเหรอ เหมือนเธอจะเดาถูกแล้วนะ
ดูเหมือนตระกูลเหยียนจะเหมาที่นี่ไว้ทั้งหมดจริง ๆ
ชั้นสองก็ได้ยินเสียงจากชั้นสามฟังดูค่อนข้างคึกคักทีเดียว ลี่หรงอยู่คนเดียว เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยทำให้เธอตื่นเต้นมาก แต่เมื่อเธอคิดถึงผลประโยชน์ของร้านก็ทำให้จิตใจมั่นคงขึ้น จึงเผยรอยยิ้มที่สง่างามและมั่นใจเดินเข้าไปในงาน
หญิงสาวที่ทั้งอ่อนเยาว์และสวยงามปรากฏตัวขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่จะดึงดูดสายตาคนทั้งหลาย
ลี่หรงไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น เธอสำรวจผู้คนในงานเลี้ยง มองหาเจ้าภาพของงานเพื่อแสดงความยินดีก่อน