ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 176 กลับหมู่บ้านช่วงปีใหม่
บทที่ 176 กลับหมู่บ้านช่วงปีใหม่
ลี่หรงเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรจึงพูดต่อว่า “ถ้าคุณนายไม่ชอบจริง ๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้นะคะ”
คุณนายหลาน “ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกจ้ะ เอาแบบนี้ก็ได้ ฉันทำอะไรแบบเดิม ๆ มาหลายปีแล้ว ลองเปลี่ยนแบบใหม่ดูก็ไม่ได้เสียหายอะไร”
“ดีเลยค่ะ ถูกต้องแล้วค่ะ!”
จากนั้นลี่หรงจึงเล่าถึงวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เธอฟังตามปกติ และบอกราคาในตอนท้าย
คุณนายหลานไม่ได้สนใจเรื่องราคาสักเท่าไหร่ และก็ไม่ได้ขอ ‘ราคาเพื่อน’ กับลี่หรง ตอนจ่ายเงินมัดจำเธอก็จ่ายอย่างเต็มใจ
“ขอให้เราทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นนะคะ ร้านฝูหรงจะทำให้คุณได้ชุดที่พอใจอย่างแน่นอนค่ะ”
ลี่หรงชอบทำงานร่วมกับคนแบบนี้มาก ทำงานด้วยแล้วไม่เหนื่อย
ก่อนช่วงสอบปลายภาค ลี่หรงยุ่งมากทั้งต้องเรียนและต้องตัดเย็บเสื้อผ้า
ถึงจะยุ่งแต่ลี่หรงก็รู้สึกว่ามีความสุขมาก
เธอรับงานไว้แค่ให้ทันกลับบ้านก่อนปีใหม่ ส่วนงานที่จะเข้ามาหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้รับไว้ เพราะเธอมีแผนอื่นที่จะทำในตอนนั้น
หลังสอบเสร็จ ลี่หรงก็ทุ่มเทสำหรับการทำเสื้อผ้าทั้งหมด รอเธอส่งชุดที่รับไว้ทั้งหมดเสร็จก่อน ถึงจะสบายใจกลับบ้านไปฉลองปีใหม่
แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเล็กน้อย ลี่หรงกะเวลาพลาดทำให้ต้องเลื่อนเวลากลับบ้านไปนิดหน่อย ช่วงสัปดาห์ก่อนสิ้นปีจ้าวชิงซงโทรมาหลายสาย เธอบอกว่าเมื่อจัดการกับงานเสร็จถึงจะกลับบ้านได้
ตอนแรกจ้าวชิงซงคิดว่าเมื่อลี่หรงหยุดก็คงได้กลับบ้านทันที แต่เพราะปัญหาที่ร้าน เลยทำให้เธอกลับช้ากว่ากำหนดหลายวัน เขาไม่ชอบเลยสักนิดที่ลี่หรงทุ่มเทให้กับงานขนาดนี้
เพราะจ้าวชิงซงเร่งให้รีบกลับบ้าน ลี่หรงที่กลับไปกินข้าวที่บ้านตระกูลลี่ก่อน พอเสร็จก็รีบออกเดินทางกลับหมู่บ้านต้าเจียงทันที
เป็นอย่างที่ลี่หรงคาดไว้ พอลงจากรถไฟแล้ว เมื่อมองไปที่สถานีรถไฟก็เห็นจ้าวชิงซงในทันที เขาใส่เสื้อโค้ตตัวหนาอุ้มเจ้าตัวเล็กอยู่
พอเห็นทั้งสองพ่อลูกตัวเป็น ๆ แล้ว ลี่หรงก็อดตื่นเต้นดีใจไม่ได้วิ่งฝ่าผู้คนไปหาสองพ่อลูกอย่างรวดเร็ว
“แม่ครับ แม่ครับ”
เด็กน้อยซ่อนความรู้สึกไม่เก่ง พอเห็นแม่ก็ร้องตะโกนเสียงดังลั่น พร้อมกับส่ายขาไปมา “พ่อ~ผมจะลง”
จ้าวชิงซงวางลูกชายลง เจ้าตัวเล็กก็วิ่งไปหาแม่ทันทีจนชนเข้ากับขาของลี่หรงแล้วโผกอดร้องเรียกแม่ไม่หยุด
ลี่หรงลูบหัวเขาและกำลังจะอุ้ม แต่ดันถือของมาเยอะเลยอุ้มไม่ไหว
จ้าวชิงซงเดินมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโทรตามลี่หรงหลายสาย คงจะดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังตามลี่หรงกลับบ้านอยู่
คนที่รีบร้อนในโทรศัพท์ตอนนี้กลับทำตัวเชื่องช้า ลี่หรงพูดในใจว่า “ปากไม่ตรงกับใจ”
ชายปากไม่ตรงกับใจรับกระเป๋าสะพายของลี่หรง และของที่เธอถืออยู่ในมือ แล้วพูดว่า “ไปหาที่กินข้าวข้างนอกกันดีกว่าครับ”
ลี่หรงเอื้อมมือรีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา “โอ้ อันอันหนักขึ้นอีกแล้ว แม่แทบจะอุ้มไม่ไหวแล้วนะ โตขึ้นหรือเปล่าจ๊ะ?”
เจ้าตัวเล็กยื่นมือออกมาเปรียบเทียบ “พ่อบอกว่าผมสูงขึ้นเยอะเลยครับ!”
ลี่หรงหัวเราะคิกคัก เจ้าตัวเล็กคงไม่ได้สูงขึ้นขนาดนั้น แต่ลี่หรงอดขำไม่ได้กับวิธีเปรียบเทียบความสูงของเขา เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “จริงเหรอจ๊ะ?”
เมื่อได้ยินลี่หรงบอกว่าอุ้มไม่ไหว จ้าวชิงซงคิดว่าเจ้าตัวเล็กหนักเกินไป กลัวจะทำให้ลี่หรงเมื่อยจึงพูดว่า “ไม่ต้องอุ้มเขาก็ได้นะ ปล่อยให้เขาลงมาเดินเองดีกว่าครับ”
เจ้าตัวเล็กกินเก่งมากเพราะเด็กที่สุดในบ้าน ทุกคนก็เลยตามใจเขา แม้ว่าไม่กี่เดือนมานี้จะไม่ได้สูงขึ้นมากนัก แต่ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องน้ำหนักที่ค่อนข้างชัดเจน
เพียงแต่ว่าจ้าวชิงซงอุ้มบ่อย จึงรู้สึกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่
เมื่อได้ยินจ้าวชิงซงบอกให้ปล่อยลง เจ้าตัวเล็กจึงไม่พอใจทันที เขากอดคอลี่หรงและเอาหัวซุกทำเป็นไม่ได้ยิน
จ้าวชิงซงตีที่ก้นเขา “ถูกตามใจจนเคยตัวสินะ”
ลี่หรงยิ้ม “ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ”
หนูน้อยมีแม่แล้วก็ลืมพ่อไปเลย กินข้าวก็ต้องนั่งติดแม่
มณฑล H พื้นที่ที่หิมะตกมีไม่มากนัก เมืองที่หมู่บ้านต้าเจียงตั้งอยู่เป็นเมืองที่หิมะตกทุกปี
พ่อลูกสองคนออกมารอรับลี่หรง พวกเขาจึงสวมเสื้อผ้าค่อนข้างหนา พอเข้าไปในร้านอาหารก็ถอดเสื้อนอกออก ลี่หรงมองดูหนูน้อย ใบหน้าของเขาค่อนข้างแดง
ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเอาใจใส่ของแม่จ้าวหรือความเอาใจใส่ของจ้าวชิงซง
ในขณะที่เด็ก ๆ คนอื่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต่างหน้าแดงและแตกเป็นริ้วเนื่องจากความหนาวเย็น แต่ใบหน้าของอันอันยังคงเปล่งปลั่งและน่ารักเหมือนเดิม
“เจ้าตัวเล็กนี่เวลาอากาศหนาว ก่อนนอนทุกครั้งต้องร้องโวยวายบอกว่าจะต้องทาครีมทาผิว ไม่งั้นจะไม่นอน” จ้าวชิงซงพูดออกมาด้วยความหมั่นไส้เจ้าลูกชาย
ลี่หรงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอถามความสงสัยของเธอออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนี้เธอจึงหัวเราะ “อันอันชอบทาครีมหรอกเหรอจ๊ะ?”
เจ้าตัวเล็กเพิ่งกลืนเกี๊ยวไปคำหนึ่งแล้วพูดอ้อแอ้ว่า “หอมเหมือนแม่ ทาแล้วไม่เจ็บครับ”
ลี่หรงถึงกับอึ้งไปก่อนจะหันมายิ้ม
ตอนนั่งรถกลับอำเภอ ถึงเด็กน้อยจะนั่งตักของจ้าวชิงซง แต่ก็ซบลี่หรงอยู่ตลอดเวลา
ลี่หรงมองเขาแล้วรู้สึกผิดเป็นพิเศษ ทั้งลูบคลำตรงนี้ บีบนวดตรงโน้นอย่างทะนุถนอม
เมื่อได้เป็นแม่แล้ว แม้ไม่จำเป็นจริง ๆ เธอก็ไม่อยากจะอยู่ห่างจากลูกน้อยเลย
แต่ปีหน้าลี่หรงก็จะเรียนจบแล้ว ถึงเวลานั้นหากจ้าวชิงซงไม่ไปทำงานในเมืองหลวง เธอก็มีแนวโน้มว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่
อันอันยังเล็กอยู่ แต่เมื่อเขาโตกว่านี้ ลี่หรงกังวลว่าต่อมาเขาจะรู้ความมากขึ้นแล้วจะทำตัวห่างเหินกับเธอ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ลี่หรงต้องการเห็นอย่างแน่นอน
เจ้าตัวเล็กโดนแม่บีบหูก็ไม่งอแง ยกเว้นตอนที่รู้สึกจั๊กจี้จนอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้
ลี่หรงถามว่า “ทำไมถึงพาเขามาด้วยล่ะคะ?”
เมื่อก่อนตอนที่จ้าวชิงซงมารับเธอ เขาก็ไม่ค่อยอยากจะพาเด็กน้อยมาด้วย
จ้าวชิงซงเหลือบมองลูกชายของตัวเอง “ถามเขาดูสิครับ เขาโวยวายแล้วก็กลิ้งไปกลิ้งมาจนทั่วบ้าน เสื้อผ้าก็สกปรกไปหมด ไม่พามาด้วยก็ไม่ได้”
ลี่หรงหัวเราะแล้วมองไปที่เจ้าตัวเล็ก เจ้าตัวเล็กหันมามองหน้าลี่หรงแล้วก็หัวเราะโดยเอามือปิดหน้า ไม่พูดอะไร เขาเหมือนจะรู้ตัวว่าการที่เขาลงไปนอนดิ้นกับพื้นมันเป็นเรื่องน่าอาย
“แม่ครับ~ อันอันคิดถึงแม่จังเลย!”
“แม่ครับ~ อันอันกินข้าวไม่ค่อยได้เลย คิดถึงแม่ทุก ๆ วันเลยครับ!”
……
เจ้าตัวเล็กคลานขึ้นมานั่งตักลี่หรงแล้วก็จับมือเธอเอาไว้ ดูเหมือนเขาจะไปจำคำพูดดี ๆ มาจากที่ไหนสักแห่ง ตอนนี้จึงพูดไม่หยุดราวกับว่าเขาไม่ได้คำนึงถึงเงินที่ต้องใช้จ่ายเลยสักหยวน ฟังแล้วใจลี่หรงก็อบอุ่นไปหมด
เธออุ้มอันอันขึ้นมาหอมหนึ่งที “อันอันของเราเก่งจังเลย!”
เจ้าตัวเล็กก็เอามือปิดปากหัวเราะ แล้วก็หลับสนิทในอ้อมกอดของลี่หรง
จ้าวชิงซงกลัวว่าเขาจะทำให้ลี่หรงอึดอัด เลยเสนอว่าจะอุ้มเจ้าตัวเล็กให้
ลี่หรงส่ายหน้าพูดเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เอาแบบนี้ก็ได้”
จ้าวชิงซงบ่นลูกชายตัวเองอีกครั้ง “คราวหน้าจะไม่พามาด้วยแล้วนะ”
ลี่หรงยิ้ม
จ้าวชิงซงเอื้อมมือไปจับมือลี่หรง แรงบีบนั้นทำให้ลี่หรงอดมองเขาไม่ได้เลย ดูแล้วผู้ชายคนนี้ที่ดูเหมือนจะไม่ตื่นเต้นกับการที่เธอกลับมาเท่าไหร่ แต่ในใจเขาจะดีใจแค่ไหนนะ
บีบจนมือลี่หรงเจ็บ
ลี่หรงมองเขาด้วยสายตาตำหนิ “ถ้าขืนยังบีบอีก ฉันจะพิการแล้วนะคะ”
จ้าวชิงซงถึงได้คลายมือออกเล็กน้อย ซ้ำยังฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครมองมาทางนี้ หอมแก้มลี่หรงฟอดหนึ่งแล้วพูดเบา ๆ กับลี่หรงว่า “ผมก็คิดถึงคุณนะครับ”
ลี่หรงกลั้นขำแต่จ้าวชิงซงก็ยังจับมือเธอไว้จนกระทั่งลงจากรถ
ตอนที่ลงจากรถ พวกเขายังไม่ถึงบ้าน
จ้าวชิงซงไม่ได้นั่งเกวียนมา เขาพาลูกชายนั่งรถโดยสารเที่ยวแรกออกมา ตอนนี้มารับลี่หรง ก็จะนั่งรถโดยสารเที่ยวสุดท้ายกลับหมู่บ้าน
เมื่อถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
แม่จ้าวบอกว่าข้าวต้มยังร้อน ๆ อยู่ที่หม้อ พูดพลางก็เดินไปเตรียมมื้อเย็นให้พวกเขา
หลังจากทานข้าวเสร็จ ลี่หรงก็ไปอาบน้ำ ทุกครั้งหลังจากโดยสารรถไฟทางไกล สิ่งที่ลี่หรงชอบที่สุดก็คือการอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ร่างกายก็สดชื่นขึ้นมาทันที รู้สึกสบายตัวจนบอกไม่ถูก