ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 186 อับอาย
บทที่ 186 อับอาย
ลี่หรงหยิบซองกระดาษใส่ผลงานของตัวเองมา แล้วเอาไปวางรวมกับของคนอื่นใหม่
เธอหันไปมองเฉาเหลียงอวี้ “ถ้าเธอหมั่นไส้ฉันจริง ก็ใช้ความสามารถเอาชนะฉันสิ ทำให้ฉันแพ้แล้วออกจากการแข่งขันซะ ไม่ใช่มาอาละวาดอยู่ที่นี่”
เธอหันหลังจะเดินไป แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก็หันกลับมา “ระวังจะเสียใจทีหลังนะ ถ้าแม้แต่รอบส่งแบบร่างเธอยังไม่ผ่าน แล้วฉันได้อันดับที่ดีกว่าน่ะ”
เฉาเหลียงอวี้หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “เธอฝันไปเถอะ! มือสมัครเล่นอย่างเธอจะมาเทียบกับพวกเราที่เรียนมาโดยตรงได้ยังไง เตรียมตัวถูกเหยียบจนจมดินได้เลย!”
ลี่หรงยักไหล่ “จะคอยดูก็แล้วกัน”
เฉาเหลียงอวี้มองตามหลังลี่หรงด้วยความโกรธ ‘คอยดูเถอะ!’
พอลี่หรงเดินไปไกลแล้ว เพื่อนคนหนึ่งก็พูดขึ้น “ผู้หญิงคนนั้นน่าโดนตบจริง ๆ!”
เฉาเหลียงอวี้ไม่ชอบคนพูดอะไรลับหลังแบบนี้ เธอเหลือบมองอย่างไม่พอใจ “ทีเมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ตรงนี้ ทำไมเธอไม่พูด!”
เพื่อนคนนั้นไม่รู้ว่าพูดอะไรผิด ก็เลยหัวเราะแห้ง ๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อ
เพื่อนอีกคนเรียนสาขาเดียวกับเฉาเหลียงอวี้ แต่เธอไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย
เธอก็ไม่ชอบลี่หรงเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจอย่างเฉาเหลียงอวี้
“ลี่หรงคนนั้นก็แค่ใช้สถานะรุ่นพี่มากดขี่พวกเรา เฉาเหลียงอวี้พวกเรามาจัดการกับเธอกันเถอะ!”
เฉาเหลียงอวี้ขยิบตา “จะทำยังไง”
“ง่ายนิดเดียวผลงานตั้งหลายสิบชิ้นใครจะรู้ว่ามีใครไม่ส่ง หรือว่าอาจจะหายไประหว่างทาง อุบัติเหตุแบบนี้มันเกิดขึ้นได้เยอะแยะไป”
เฉาเหลียงอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า “เอาละ ๆ รีบไปรับผลงานกันเถอะ”
เพื่อนคนนั้นเห็นว่าเฉาเหลียงอวี้ไม่มีความคิดเห็นอะไร จึงเบ้ปากแล้วไม่พูดอะไร
เฉาเหลียงอวี้จ้องซองกระดาษที่ใส่ผลงานของลี่หรงอยู่นาน
เมื่อกลับถึงบ้านลี่หรงก็เฝ้ารอลุ้นผลการแข่งขัน
เธอมีความมั่นใจมากว่าจะผ่านเข้ารอบได้ จากความประหลาดใจในดวงตาของอาจารย์อาน่าในตอนนั้น คงไม่มียุวชนคนไหนที่มีความสามารถแบบลี่หรงมากนัก
ผลการแข่งขันน่าจะประกาศหลังจากสิ้นสุดวันหยุดปีใหม่ไปแล้วหนึ่งสัปดาห์
ลี่หรงยังไม่ได้รับผลการแข่งขัน แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์อาน่า
“ยุวชนลี่ ครั้งก่อนเธอบอกว่าเธอตั้งใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน ฉันต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อให้เธอได้เข้าร่วม เธอตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ!”
ลี่หรงได้ยินก็งงเป็นไก่ตาแตก “หมายความว่าอะไรคะ?”
“หมายความว่าอะไรงั้นเหรอ เธออย่ามาทำเป็นแกล้งโง่หน่อยเลย” อาน่าสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เธอสงบลงได้ “เธอทำอะไรลงไป เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอ เข้าร่วมการแข่งขันแต่ไม่ส่งแบบร่าง อาจารย์ผิดหวังในตัวเธอจริง ๆ!”
“อะไรนะคะ? ฉันส่งแล้วนะคะ สามคนนั้นเป็นพยานได้ วันนั้นฉันยังคุยกับพวกเธอตั้งนาน”
“ฉันถามพวกนั้นแล้ว บอกว่าไม่เห็นเธอมา”
“เป็นไปไม่ได้!” ลี่หรงเงียบไปครู่หนึ่ง “อาจารย์คะ เรื่องนี้ฉันจะต้องหาคำอธิบายมาให้คุณให้ได้ค่ะ”
อาน่าฟังคำพูดของลี่หรงแล้วน้ำเสียงก็อ่อนลงเล็กน้อย “งั้นเธอรีบเลยนะ ถ้าเธอยังอยากเข้าร่วมการแข่งขันอยู่ รีบยื่นผลงานภายในสองวันนี้”
“ได้ค่ะ แต่อาจารย์อาน่าคะ ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยค่ะ”
ลี่หรงสอบถามเวลาเรียนของเฉาเหลียงอวี้เมื่อเลิกเรียน ลี่หรงก็ไปดักรอเฉาเหลียงอวี้ที่หน้าห้องเรียน
เฉาเหลียงอวี้เดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกับเพื่อน พลางพูดคุยและหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี
เฉาเหลียงอวี้เห็นลี่หรงแล้ว แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินต่อไปกับเพื่อน
เดิมทีลี่หรงยังไม่ค่อยสงสัยเธอ แต่เมื่อเทียบกับความเกลียดชังที่เฉาเหลียงอวี้มีต่อเธอ ไม่ว่าจะเป็นการต่อว่าด่าทอต่าง ๆ นานาอย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหลบเลี่ยงแบบนี้
นั่นทำให้ลี่หรงเริ่มมั่นใจ เธอจึงตะโกนอีกครั้งและคราวนี้เสียงดังกว่าเดิมจนผู้คนข้าง ๆ ได้ยินกันทั่วพากันหยุดเดินแล้วหันกลับมามองที่พวกเธอ
ยุวชนที่เลิกเรียนเวลานี้ ไม่ได้เรียนเฉพาะสาขาออกแบบเสื้อผ้า บางคนเป็นยุวชนจากสาขาอื่น ๆ ของคณะออกแบบ
ถึงแม้จะไม่เข้าใจความขัดแย้งระหว่างพวกเธอ แต่เมื่อเห็นท่าทีของทั้งคู่ ก็คิดไปต่าง ๆ นานา ไม่รู้ว่าจะโยงไปเรื่องอะไร บางทีอาจจะเป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ
บางคนก็มองลี่หรงด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตร ซึ่งส่วนใหญ่รู้ว่าลี่หรงมาจากต่างสาขาและมาร่วมการแข่งขันในสาขาของตน
เมื่อมีคนมากขึ้น ก็จะมีคู่แข่งมากขึ้น
ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็มักจะไม่ชอบลี่หรงเป็นธรรมดา
สรุปแล้วทุกคนกำลังรอชมความสนุกสนาน
เพื่อนที่อยู่กับเฉาเหลียงอวี้พูดกับเธอว่า “เธอไปดูหน่อยเถอะว่าผู้หญิงคนนั้นตามหาเธอทำไม”
เฉาเหลียงอวี้ “จะมีเรื่องอะไรได้ ฉันไม่รู้จักเธอซะหน่อย”
ลี่หรง “เรื่องแบบร่าง ฉันมีหลักฐาน เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันพูดให้คนอื่นฟังตรงนี้ด้วยกันเลย”
เฉาเหลียงอวี้รู้สึกอับอายเมื่อคนอื่นมองมาที่เธอ ทำให้เธอรู้สึกขายหน้า และกลัวว่าลี่หรงจะมีหลักฐานจริง ๆ
จากนั้นเธอก็ปลอบตัวเองว่าลี่หรงคงไม่รู้เรื่องจริง ๆ หรอก
เธอตั้งสติแล้วไล่คนอื่น ๆ ออกไป หันไปมองลี่หรงด้วยความไม่พอใจอย่างมาก “เธอต้องการอะไร”
“ฉันไม่ได้ต้องการอะไร ฉันแค่อยากถามเธอว่าทำไมถึงซ่อนผลงานของฉันไว้”
เฉาเหลียงอวี้ไม่กล้าสบตาลี่หรง เธอเบือนหน้าไปทางอื่น “ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”
“เพื่อนอีกสองคนที่ร่วมมือกับเธอสารภาพหมดแล้วว่าเธอเอางานของฉันไปซ่อน”
“เป็นไปไม่ได้”
“หึ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ฉันนึกว่าเธอแค่มีนิสัยเอาแต่ใจซะอีก ที่แท้เด็กอย่างเธอร้ายกาจกว่าที่คิด ถึงกับขนาดเอางานของฉันไปซ่อน ถ้าอาจารย์อาน่าไม่โทรมาถาม ฉันก็คงไม่รู้ว่าเธอกลั่นแกล้งฉัน” ลี่หรงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกนั้นสารภาพและให้การตรงกันว่าเธอเป็นคนต้นคิด ฉันจะไปแจ้งความ!”
ในที่สุดเฉาเหลียงอวี้ก็คิดได้ว่าตัวเองยังเด็กเกินไปและไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
เมื่อได้ยินว่าเพื่อน ๆ ทุกคนบอกเรื่องเธอออกไป เธอก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ “ฉันไม่ได้ซ่อนนะ ไม่แน่ตอนที่เอางานไปส่งให้อาจารย์มันอาจจะหล่นหายข้างทางก็ได้”
“ถ้างั้นฉันจะรออยู่ตรงนี้! อาจารย์อาน่าคะ รุ่นน้องเฉาบอกว่าเผลอทำงานของฉันหล่นไป เดี๋ยวรอเธอกลับไปหาให้ ถ้าเจอแล้วก็จะรีบเอามาให้ค่ะ”
ลี่หรงพูดจบ เฉาเหลียงอวี้ก็หน้าซีดพลางหันไปมองที่ประตู ทันทีที่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของอาจารย์อาน่า สมองของเธอก็โล่งไปหมด มันจบแล้ว
อาจารย์อาน่าเคยเรียกเธอไปถาม แต่เธอได้นัดแนะกับเพื่อนอีกสองคนให้พูดเหมือนกันว่าไม่รู้เรื่อง แต่ไม่คิดว่าตอนนี้จะโดนตีหน้าหงายอย่างจัง
อาจารย์อาน่ามองเฉาเหลียงอวี้ด้วยความผิดหวัง “ทำไมเธอถึงทำแบบนี้”
“อาจารย์คะ” เฉาเหลียงอวี้เรียกได้แค่นั้นก็พูดอะไรไม่ออกอีก
ไหน ๆ ก็เป็นยุวชนที่ตัวเองดูแลมาตั้งแต่ปีแรก อาจารย์อาน่าก็ไม่อยากดุด่าอะไรมาก เธอได้แต่ถอนหายใจออกมา “ไปเถอะ ไปหางานของลี่หรงให้เจอก่อน”
อาจารย์อาน่ามีท่าทีเช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้ว ลี่หรงแม้จะไม่พอใจก็ได้แต่จำทนไม่พูดอะไร
เฉาเหลียงอวี้ได้แต่เงียบไม่พูดจา พาอาจารย์อาน่ากับลี่หรงกลับไปที่หอพัก
เธอเปิดตู้ที่เก็บของไว้ตามปกติ แต่กลับไม่มี!
เธอรีบหาของในตู้ด้วยท่าทางลนลาน กลัวว่าจะจำผิด ตรวจดูตู้ข้าง ๆ ก็ยังไม่เจอ
ลี่หรงขมวดคิ้ว “หรือจำที่ผิด?”
……………………………………………………………………………………………………………………..
RJDVSCRX