ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 192 ของกำนัลชิ้นใหญ่
บทที่ 192 ของกำนัลชิ้นใหญ่
ลี่รุ่ยจือหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ยังไงเขาก็ต้องยอมยกให้อยู่แล้วล่ะครับ เพราะว่าตอนนี้หนิงหนิงท้องแล้ว”
“แกว่าอะไรนะ!?” ลี่ข่ายจือตกใจจนเผลอถีบน้องชาย
ลี่รุ่ยจือไม่ทันตั้งตัวจึงถูกถีบจนล้มลง “อะไรเนี่ย!? พี่ถีบผมทำไมกัน ผมทำอะไรผิด?”
“ยังจะมาทำตัวแกล้งโง่อีก!” ลี่ข่ายจือโมโห “แกเตรียมตัวโดนเสิ่นหย่วนเทากับเสิ่นหมิงโจวฆ่าทิ้งได้เลย”
“ไม่เอาน่า” ลี่รุ่ยจือยิ้มให้ลี่ข่ายจือ “พี่ใหญ่ ถ้าถึงตอนนั้นพี่ก็ต้องช่วยผมสิ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ”
“ฉันไม่มีน้องชายแบบแก!”
ลี่รุ่ยจือหันไปมองเจียงซิ่วอวี้ “พี่สะใภ้ใหญ่”
เจียงซิ่วอวี้ถอนหายใจ “ทำผู้หญิงท้องก่อนแต่งงาน รุ่ยจือเธอนี่เก่งจริง ๆ”
ลี่รุ่ยจือหัวเราะ “เรื่องนี้ผมทำไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยพูดให้ผมหน่อยสิครับ”
ลี่รุ่ยจือเหลือบมองสีหน้าเคร่งเครียดของลี่ข่ายจือแล้วรู้สึกหวาดกลัว เขาแกล้งพูดออกไปว่าจะบอกข่าวดีนี้กับครอบครัวพี่รอง แล้วคิดว่าจะรีบหนีไป
ลี่ข่ายจือตะโกนสั่ง “กลับมานี่นะ!” ลี่รุ่ยจือที่ลุกหนีพลันหยุดชะงัก
เขาหันกลับมามองลี่ข่ายจือ “พี่ใหญ่ มีอะไรเหรอครับ?”
“พรุ่งนี้แกต้องไปรับคน ขับรถคันนี้กลับไปก่อน”
ลี่รุ่ยจือพูดพร้อมรอยยิ้ม “ใช่แล้ว! ตอนแรกผมคิดว่าจะมายืมรถพรุ่งนี้ ตอนนี้รั่วหนิงอยู่กับเสี่ยวหรง พรุ่งนี้ผมจะไปรับเสี่ยวหรงกับหลานชายของเรามาด้วยเลยนะครับ”
ลี่ข่ายจือทำหน้าบึ้ง แล้วโยนกุญแจรถให้อีกฝ่าย
ลี่รุ่ยจือรีบรับแล้วหันไปยิ้มให้ลี่ข่ายจือด้วยความขอบคุณ พร้อมตั้งท่าแสดงความเคารพ “ขอบคุณครับ!”
เมื่อถึงบ้านของลี่สวนจือ ลี่รุ่ยจือบอกแค่ว่าพรุ่งนี้เขาจะพาแฟนกลับบ้าน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ทั้งยังบอกให้พรุ่งนี้ลี่สวนจือชวนภรรยาและลูกกลับมากินข้าวที่บ้านด้วย
ลี่สวนจือดีใจที่น้องชายวัยเกือบสามสิบของตัวเองกำลังจะได้แต่งงานแล้ว เขาตอบตกลงแล้วพูดกับลี่รุ่ยจือว่า “ได้เลย”
หลังจากคุยกับพี่ชายคนรองไปได้สักพัก ลี่รุ่ยจือก็กลับไปที่บ้าน
พ่อและแม่ของเขายังไม่นอน ลี่รุ่ยจือจึงบอกเรื่องที่จะพาแฟนกลับมาบ้านพรุ่งนี้
แม่ลี่ตกใจ “ในที่สุดก็ยอมพาลูกสะใภ้กลับบ้านแล้วเหรอ คนที่ลูกเคยบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องของลี่หรงใช่ไหม?”
ลี่รุ่ยจือพยักหน้าอย่างภูมิใจ “ใช่ครับ”
พ่อลี่แค่นเสียง “ไม่รู้ว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาชอบแกได้ยังไงกัน”
“เฮ้อ พ่ออย่าเพิ่งว่าผมสิครับ ลูกชายพ่อน่ะเป็นคนดี อีกทั้งยังหล่อเหลา คนแบบผมนับว่าหายากนะครับ”
แม่ลี่ไม่สนใจพ่อลูกที่ทะเลาะกัน “แล้วแม่หนูคนนั้นชอบกินอะไรล่ะ พรุ่งนี้แม่จะไปซื้อของมาเตรียมทำกับข้าวเอาไว้เยอะ ๆ แล้วบอกพี่ชายสองคนของลูกหรือยัง แฟนมาทั้งที ก็ต้องให้ครอบครัวเราไปรอต้อนรับสิ”
ลี่รุ่ยจือลูบคางอยู่ครู่หนึ่ง “ผมเพิ่งกลับมาจากบ้านของพี่ใหญ่กับพี่รองเมื่อกี้นี้เองครับ รับรองว่าพรุ่งนี้พวกพี่ ๆ มากันอย่างแน่นอน”
“ส่วนเรื่องอาหารที่แฟนของผมชอบกิน หนิงหนิงไม่เรื่องมากหรอกครับ แต่ว่า…” ลี่รุ่ยจือหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วนั่งลงข้าง ๆ โซฟา โดยเว้นระยะห่างจากแม่ลี่เล็กน้อยและพูดเบา ๆ ว่า “หนิงหนิงท้องแล้วครับ ผมฝากแม่จัดการเรื่องอาหารด้วย แม่คงรู้ดีว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้”
“แกว่าอะไรนะ!?” แม่ลี่เบิกตาโพลง เธอโกรธจนปากสั่น ก่อนจะชี้หน้าลี่รุ่ยจือ “แกนี่มัน!…”
“แม่อย่าโกรธสิครับ เราจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ผมจะไม่ทำให้ชีวิตของหนิงหนิงต้องลำบากแน่นอน”
แม่ลี่หายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นหยิบไม้ปัดขนไก่เดินเข้าไปหาลี่รุ่ยจือ “สิ่งที่ฉันสอนไป หมาคาบเอาไปกินหมดแล้วใช่ไหม ถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ ฉันจะตีแกแทนพ่อแม่ของแม่หนูคนนั้นเอง!”
ลี่รุ่ยจือหลบพร้อมกับพูดว่า “ผมผิดไปแล้วครับแม่ อย่าตีผมเลยนะ พรุ่งนี้ผมยังต้องเจอคนอีกเยอะนะครับ”
แม่ลี่ลงมือตีลูกชายตัวดีอีกสองครั้งอย่างโหดเหี้ยม แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจจึงตีเพิ่มอีกครั้ง แล้วยกมือเท้าเอว “แกยังรู้จักอายอยู่อีกเหรอ! แกคิดดูสิว่าถ้าในอนาคตลูกสาวของแกท้องก่อนแต่ง แกจะทำยังไง!”
ลี่รุ่ยจือลองคิดดูแล้วขมวดคิ้วมุ่น “ผมจะฆ่ามันซะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นแม่ลี่ก็จ้องลูกชายตาเขียว “แกก็รู้นี่!”
ลี่รุ่ยจือยิ้มเจื่อน ๆ “ไม่มีครั้งหน้าแล้วครับ แม่ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องไปรับหนิงหนิง”
วันรุ่งขึ้นลี่รุ่ยจือถูกแม่ลี่ดึงหูปลุกให้ตื่น “แกไม่ได้บอกเหรอว่าจะไปรับคน”
ลี่รุ่ยจือลืมตาไม่ขึ้น เขาขยี้ตาตัวเองแรง ๆ แล้วมองนาฬิกา ก่อนจะเห็นว่าเพิ่งเป็นเวลาหกโมงนิด ๆ “หกโมง! แม่นี่จริง ๆ เลย! ตอนนี้หนิงหนิงยังไม่ตื่นหรอกครับ! อีกทั้งคนท้องก็ต้องนอนเยอะ ๆ ด้วย แม่กล้าปลุกหลานตัวเองเหรอครับ”
แม่ลี่เห็นท่าทางเจ้าคารมของเขาแล้วโมโห จึงตีแขนไปทีหนึ่ง “รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ จะได้เวลาแล้ว”
บ้านล้อมลาน
เมื่อคืนเสิ่นรั่วหนิงกับลี่หรงนอนด้วยกัน
เพราะกังวลเรื่องที่พรุ่งนี้ต้องไปบ้านตระกูลลี่ เสิ่นรั่วหนิงจึงเกาะติดลี่หรงและถามนิสัยของคนในบ้านตระกูลลี่ไปมากมาย อีกทั้งยังนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ซื้อของขวัญ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกกังวล
ลี่หรงปลอบอีกฝ่ายว่า “ทุกคนในครอบครัวของฉันคุยง่าย พ่อกับแม่ของฉันต้องชอบเธอแน่”
“ถ้าพ่อกับแม่ของเธอรู้ว่าฉันท้อง ท่านจะคิดว่าฉันไม่รักนวลสงวนตัวหรือเปล่า”
ลี่หรงหัวเราะ “เธอไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าพ่อกับแม่ของฉันรู้เข้า พวกท่านต้องจัดการพี่ชายของฉันก่อนเป็นอันดับแรกแน่ ๆ!”
เรื่องนี้นับว่าลี่หรงคาดเดาได้ถูกต้อง ลี่รุ่ยจือโดนตีไปแล้ว
เช้าตรู่ เมื่อตื่นนอนและทานอาหารเช้าแล้ว เสิ่นรั่วหนิงก็รู้สึกว่าการไปบ้านคนรักตัวเปล่าอย่างนี้ดูไม่ค่อยดี จึงคิดจะออกไปซื้อของด้านนอก
ลี่หรงเห็นว่าเธอยังกังวลใจจึงพูดว่า “เดี๋ยวพี่ชายของฉันก็จะมารับแล้ว ตอนนั้นค่อยแวะไปที่ห้างสรรพสินค้าก็ได้”
“ได้” เสิ่นรั่วหนิงที่เพิ่งนั่งลงเมื่อครู่พูดขึ้นมาอีกว่า “แล้วเสื้อผ้าที่ฉันใส่ตอนนี้ล่ะเป็นยังไงบ้าง? มันดูดีหรือเปล่า?”
เสื้อผ้าชุดนี้คือชุดที่เธอเคยทิ้งเอาไว้ที่บ้านลี่หรง มันเป็นเดรสยาวสีน้ำเงินกรมท่า ลี่หรงเห็นว่าเธอคิดมากตั้งแต่เช้า จึงพูดด้วยความเอือมระอาว่า “สวยสิ มันดูดีมากเลย ทั้งยังทำให้ผิวของเธอขาวผ่องด้วย”
ตอนนี้อากาศเย็น เสิ่นรั่วหนิงจึงสวมเสื้อคลุมทับด้านนอก ทำให้เธอยิ่งดูอ่อนโยนและสวยมาก
ความจริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรเลย ทว่าในใจของเธอนั้นกลับรู้สึกกังวลไปเอง
ลี่รุ่ยจือมาถึงแล้ว
เจ้าตัวเล็กที่รู้ว่าจะได้ไปบ้านคุณยายก็สวมเสื้อผ้าที่ดูน่ารักด้วย
เสิ่นรั่วหนิงบอกว่าจะไปซื้อของให้คุณลุงกับคุณป้าที่ห้างสรรพสินค้าก่อน
ลี่รุ่ยจือที่ได้ยินหัวเราะในลำคอเบา ๆ “จะซื้ออะไรล่ะ ไม่ต้องซื้อหรอก”
ทว่าเสิ่นรั่วหนิงยืนกรานว่าจะซื้อ และลี่หรงก็จ้องลี่รุ่ยจือด้วยสายตาไม่พอใจ “แค่แวะที่ห้างแป๊บเดียวเอง มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรสักหน่อยนี่”
ลี่หรงรู้ว่าถ้าไม่ให้เสิ่นรั่วหนิงซื้ออะไรเลย เธอคงจะยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ
เมื่อทั้งสองพูดอย่างนี้แล้ว ลี่รุ่ยจือจึงจำต้องพาทั้งสองไปยังห้างสรรพสินค้า
เสิ่นรั่วหนิงเดินตรงไปยังร้านขายนาฬิกา และเอ่ยปากขอซื้อนาฬิกาสำหรับผู้ชายสามเรือน
ไม่เพียงลี่รุ่ยจือ แม้แต่ลี่หรงก็ยังตกใจและรีบรั้งเสิ่นรั่วหนิงเอาไว้ “ซื้อนาฬิกาไปทำไม นาฬิกาเรือนละตั้งสองสามร้อย ผ้าพันคอเองก็ไม่ถูก เธอซื้อผลไม้หรือขนมก็ได้แล้ว”
เสิ่นรั่วหนิง “ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้ลำบากขนาดนั้น”
ลี่หรงพลันพูดไม่ออก เป็นคนรวยนี่มันดีจริง ๆ
ทว่าลี่รุ่ยจือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก “เธอยังไม่เคยซื้อนาฬิกาให้พี่เลยนะ!”
เสิ่นรั่วหนิงชะงักไป ดูเหมือนเธอจะยังไม่เคยซื้อนาฬิกาให้ลี่รุ่ยจือจริง ๆ
แต่มีอยู่ปีหนึ่งที่ลี่รุ่ยจือไปทางใต้แล้วซื้อนาฬิกามาให้เธอเรือนหนึ่ง ดังนั้นเธอจึงบอกกับเจ้าของร้านว่า “งั้นเอาอีกเรือนหนึ่งค่ะ”
ลี่รุ่ยจือหัวเราะออกมาแล้วพูดกับพนักงานว่าไม่เป็นไร เขาบีบมือเสิ่นรั่วหนิงเบา ๆ “พี่พูดเล่นน่ะ ไม่ต้องซื้อหรอก”
ก่อนหน้านี้เขาเคยขายนาฬิกามาก่อน มองแวบเดียวก็รู้ว่าเรือนละเท่าไหร่
เพราะเสิ่นรั่วหนิงซื้อสามเรือน ลี่รุ่ยจือจึงต่อรองราคาจากเจ้าของร้าน
เจ้าของร้านเห็นว่าหนุ่มคนนี้ดูของเป็น เลยตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้
สุดท้ายเสิ่นรั่วหนิงก็ซื้อนาฬิกาสามเรือนและผ้าพันคอไหมแท้สามผืน ซึ่งผ้าพันคอนับว่าไม่ถูกเลย ผืนละหกสิบกว่าหยวน และได้ยินมาว่านำเข้ามาจากซูโจวทางตอนใต้
และเมื่อรู้ว่าลี่รุ่ยจือยังมีหลานชายกับหลานสาวอีกหลายคน เธอก็ซื้อของเล่นเพิ่มไปด้วยอีกหลายชิ้น
……………………………………………………………………………….
GGCXQPM4