ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 193 เสิ่นรั่วหนิงพบพ่อแม่ว่าที่สามี
บทที่ 193 เสิ่นรั่วหนิงพบพ่อแม่ว่าที่สามี
บ้านตระกูลลี่
ขณะที่ลี่รุ่ยจือและคนอื่น ๆ เดินผ่านลานบ้านก็พบผู้อาวุโสหลายคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ตรงนั้น
ผู้คนที่อยู่ในละแวกบ้านเมื่อเห็นคนที่ไม่คุ้นหน้าอย่างเสิ่นรั่วหนิงมาก็อดไม่ได้ที่จะซุบซิบนินทา พวกเขาบอกว่าลูกชายคนสุดท้องของตระกูลลี่ในที่สุดก็พาแฟนสาวกลับบ้านแล้ว
เสิ่นรั่วหนิงไม่ได้รู้สึกเขินอายที่ถูกจับตามอง เธอเป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างเปิดเผย และผู้คนเหล่านั้นก็ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวของตระกูลลี่ เธอจึงไม่รู้สึกเขินอายแม้ว่าพวกเขาจะมองเธออย่างไรก็ตาม
เลยตึกแถวไปก็ถึงบ้านตระกูลลี่
ลี่รุ่ยจือเป็นคนเปิดประตูเอง
แม่ลี่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัวกับลูกสะใภ้ทั้งสองคน ส่วนห้องนั่งเล่นก็มีพ่อลี่กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับพวกลูกชายของเขา ขณะที่เด็ก ๆ กำลังดูทีวีอยู่
เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกตื่นเต้นมากเธอหันไปมองลี่หรง
ลี่รุ่ยจือทักทายลี่หมิ่นหงและแนะนำว่า “พ่อ นี่หนิงหนิงครับ”
พ่อลี่และลูกผู้ชายคนอื่น ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรกับหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้ พวกเขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย
เสิ่นรั่วหนิงทักทายพวกเขาตามที่ลี่รุ่ยจือบอก “สวัสดีค่ะคุณลุง พี่ใหญ่ พี่รอง”
ลี่รุ่ยจือกวักมือเรียกหลานชายและหลานสาว “นี่คือคุณป้าสามของพวกหนู”
เด็ก ๆ ตะโกนพร้อมกันว่า “สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ คุณป้าสาม”
เสิ่นรั่วหนิงมองลี่รุ่ยจือด้วยสายตากึ่งตำหนิ เพราะคนอื่น ๆ กำลังมองพวกเธออยู่
เด็ก ๆ ต่างก็ทักทายกันหมดแล้ว เสิ่นรั่วหนิงจ้องลี่รุ่ยจือสักครู่ จึงเผยรอยยิ้มอ่อนโยน “สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ”
แม่ลี่ที่กำลังทำอาหารอยู่ด้านในได้ยินเสียงจึงรีบเดินออกมา “มากันแล้วเหรอ?”
ลี่รุ่ยจือก็แนะนำเสิ่นรั่วหนิงให้กับแม่ของเขาอีกครั้ง
เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกเกร็งกว่าปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ลี่ เธอเคยได้ยินว่าโดยปกติแล้ว แม่สามีนั้นไม่ค่อยจะตามใจใคร เธอจึงเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ “คุณป้าสวัสดีค่ะ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง”
“สวัสดีจ้ะ” แม่ลี่มองเสิ่นรั่วหนิงด้วยความเอ็นดู สาวน้อยคนนี้ช่างสุภาพจริง ๆ ทั้งหน้าตาก็สะสวยและมีมารยาทดีอีกด้วย สมแล้วที่จบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง
แม่ลี่เห็นเสิ่นรั่วหนิงยังคงยืนอยู่จึงหันไปจ้องลี่รุ่ยจือด้วยสายตาไม่พอใจ “กลับมาถึงบ้านแล้วทำไมไม่ให้แขกนั่งล่ะ ให้ยืนอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน”
ลี่หรงที่ยืนดูความวุ่นวายอยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะเสริม “นั่นน่ะสิคะ”
อันอันก็รีบเข้ามาทักทายลุงลี่และคนอื่น ๆ อย่างเรียบร้อย เมื่อเห็นแม่ลี่ เขาก็รีบเอ่ยทักทายด้วยเสียงใส ๆ “คุณยาย คุณป้าใหญ่ คุณป้ารอง สวัสดีครับ”
แม่ลี่ “อันอันของเราก็มาหาคุณยายด้วย มาดูทีวีกันไหมจ๊ะ?”
อันอันพยักหน้า จากนั้นก็ไปดูทีวีกับลูกพี่ลูกน้อง
หลังจากที่ทักทายเสร็จแม่ลี่ก็ให้เสิ่นรั่วหนิงนั่งลง จากนั้นก็เข้าครัวไปทำอาหารต่อ
ลี่หรงก็เข้าไปช่วยด้วยอีกแรง
แม่ลี่มองเธอแวบหนึ่งแล้วไล่เธอออกไป “ไปอยู่คุยกับเพื่อนเถอะ ปล่อยไว้คนเดียวเดี๋ยวเพื่อนจะอึดอัดนะ”
ลี่หรงก็เดินกลับออกมาเสิ่นรั่วหนิงเห็นเธอก็โล่งใจขึ้นมา
พ่อลี่ถามเสิ่นรั่วหนิงว่าพักอยู่ที่ไหน ที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ไม่มีอะไรจะถามอีกแล้ว
พี่ชายคนโตของตระกูลลี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถ้าพ่อของคุณรู้ว่าคุณและรุ่ยจือคบหากันอยู่คงโกรธน่าดูเลย”
เสิ่นรั่วหนิงจำเรื่องที่ลี่ข่ายจือไปงานวันเกิดของเธอไม่ได้ เลยแปลกใจเล็กน้อย “พี่รู้จักพ่อของฉันด้วยเหรอคะ?”
“รู้สิครับ เสิ่นหย่วนเทาไงล่ะ”
ลี่หรงเอ่ยขึ้น “ตอนที่เธอจัดงานวันเกิด พี่ชายฉันก็ไปนะ”
จริง ๆ เสิ่นรั่วหนิงจำเรื่องนั้นไม่ได้แล้ว แต่เธอก็ยังคงพยักหน้ารับ
ชายหนุ่มทั้งหลายก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้ พวกเขาพูดคุยกันสักพักก็ไม่มีเรื่องอะไรจะพูดต่อ
ลี่สวนจือรินชาให้เสิ่นรั่วหนิง “ดื่มชาก่อนนะ”
ลี่รุ่ยจือรับแก้วชานั้นมา “หนิงหนิงดื่มชาไม่ได้ครับ”
ลี่สวนจือขมวดคิ้วไม่พูดอะไร แต่มองลี่รุ่ยจือด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย
ลี่รุ่ยจือรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยโชคดีจริง ๆ ที่เมื่อคืนไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่รองไม่อย่างนั้นคงต้องโดนถีบเพิ่มอีกแน่ ๆ วันนี้ทุกคนอยู่กันครบพี่ใหญ่คงไม่ทำร้ายเขาหรอก
เมื่อจัดเตรียมโต๊ะอาหารเสร็จ เจียงซิ่วอวี้ก็เรียกให้ทุกคนมากินข้าว
ลี่รุ่ยจือคีบกับข้าวให้เสิ่นรั่วหนิง แม่ลี่มองดูแล้วพอใจอยู่ไม่น้อย ลูกชายคนนี้เพิ่งจะฉลาดตอนแก่ ยังรู้จักเอาใจภรรยา
เสิ่นรั่วหนิงกลับรู้สึกเกรงใจ เพราะโต๊ะนี้มีแต่คนของตระกูลลี่ เธอพยายามส่งสัญญาณแอบ ๆ ให้ลี่รุ่ยจือ โดยใช้ปากพูดเป็นคำว่า “ไม่ต้องคีบแล้ว”
บรรยากาศในการกินข้าวดีมาก ๆ ทำให้ความตื่นเต้นในใจของเสิ่นรั่วหนิงลดลงอย่างมาก
คนตระกูลลี่เป็นอย่างที่ลี่หรงบอกไว้จริง ๆ พวกเขาเข้ากับคนง่ายมาก ๆ
กินข้าวเสร็จก็มานั่งคุยกันบนโซฟา
นี่แหละถึงจุดสำคัญของการมาเยี่ยมบ้านแฟน
เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกกังวลนิดหน่อย กลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องที่เธอท้อง
แต่โชคดีที่คุณแม่ลี่ดูเหมือนจะรู้กันมาก่อนแล้วจึงไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้
คุณแม่ลี่เอ็นดูว่าที่สะใภ้คนนี้มาก ยกผลไม้มาไว้ตรงหน้าเธอ “กินผลไม้สิจ๊ะ คิดเสียว่าอยู่บ้านตัวเองอยากกินอะไรก็กินได้เลยนะ”
เสิ่นรั่วหนิงพยักหน้า “ขอบคุณค่ะคุณป้า”
คุณแม่ลี่ยิ้มอย่างใจดี “รั่วหนิงจ๊ะ พ่อกับแม่หนูสะดวกเมื่อไหร่จ๊ะ เราจะได้คุยเรื่องของหนูกับรุ่ยจือ”
เสิ่นรั่วหนิงฟังแบบนี้ก็รู้ว่าอีกฝ่ายพอใจในตัวเธอมากจนเธอแอบดีใจยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “พ่อกับแม่หนูว่างตลอดค่ะ ถึงเวลาแค่บอกล่วงหน้าก็พอ”
ลี่ข่ายจือมองดูแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่ดูจะพอใจเสิ่นรั่วหนิงมาก เขาเลยปวดหัวแทนลี่รุ่ยจือ อยากจะแต่งงานกับเธอก็ต้องผ่านด่านคนตระกูลเสิ่นให้ได้ก่อนเถอะ
คุณแม่ลี่กำลังจะพูดก็ถูกลี่รุ่ยจือพูดแทรกขึ้นมาก่อน “แม่ครับ อย่าเพิ่งรีบร้อนอยากเจอว่าที่พ่อตาว่าที่แม่ยายเลย ผมเองยังไม่เคยเจอเลยนะครับ”
แม่ลี่ไม่รู้จะพูดอะไร มองดูลูกชายตัวเองแล้วนึกหมั่นไส้ “แล้วทำไมแกไม่รีบ ๆ ซื้อของขวัญไปเยี่ยมบ้านเขาหน่อยล่ะ”
“ไม่ได้สิ หรือไม่ก็ให้พ่อกับแม่ไปที่บ้านรั่วหนิงเลยก็ได้ จะได้ขอแต่งงานเลย”
“เอ๊ะ หรือให้ฉันไปคนเดียวก่อนดีกว่านะ” สีหน้าลี่รุ่ยจือแข็งทื่อ
ถ้าให้แม่ลี่ไปตระกูลเสิ่นจริง ๆ ลี่รุ่ยจือกลัวว่าพ่อของเสิ่นรั่วหนิงจะไล่แม่ลี่ออกมาแน่ ๆ
ลี่ข่ายจือก็เห็นด้วยกับเรื่องที่ลี่รุ่ยจือพูด “ให้รุ่ยจือไปเองก่อนดีกว่าครับ มันทำอะไรไว้ก็ต้องกล้ารับผิดชอบ แม่อย่าเพิ่งไปเลย เดี๋ยวพ่อแม่ของรั่วหนิงจะต้องซ้อมเขาแน่”
เสิ่นรั่วหนิงเขินอายเล็กน้อยจึงก้มหน้ากินผลไม้ไป
ลี่หรงหัวเราะอยู่ข้าง ๆ “ใช่แล้ว ถึงตอนนั้นเราต้องเตรียมยาหม่องน้ำมันเหลืองไว้เยอะ ๆ เลยนะคะ”
ลี่รุ่ยจือชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “นี่ทุกคนรอซ้ำเติมฉันอย่างเดียวเลยหรือไง”
เมื่อนั่งกันได้สักพักลี่รุ่ยจือก็ขับรถพาลี่หรงกับหลานชายกลับบ้านก่อนจะไปส่งเสิ่นรั่วหนิงที่บ้าน
เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลเสิ่น เสิ่นรั่วหนิงจึงพูดว่า “หรือว่าพี่จะเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยก็ได้นะ พ่อกับแม่ฉันน่าจะอยู่บ้าน”
ลี่รุ่ยจือทำท่าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ “อย่าเลย วันนี้พี่ไม่ได้ถืออะไรมาสักอย่าง พรุ่งนี้ว่าจะซื้อของมาให้เรียบร้อยก่อน แล้วแต่งตัวให้ดูดีหน่อย พ่อตากับแม่ยายจะได้มองดูไม่ดี”
“ที่แท้พี่ก็รู้นี่ว่ามาตัวเปล่ามันไม่ดี แล้วทำไมถึงไม่อยากให้ฉันซื้อของล่ะ ตอนนั้นฉันรู้สึกยังไงพี่เข้าใจหรือยัง”
“เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว” ลี่รุ่ยจือลูบแก้มเสิ่นรั่วหนิงเบา ๆ “เข้าบ้านเถอะ ข้างนอกลมแรง”
“พี่จะไม่เข้าไปจริง ๆ เหรอ?” เมื่อเห็นลี่รุ่ยจือพยักหน้าเสิ่นรั่วหนิงก็ทำหน้าไม่ค่อยพอใจนัก “ก็ได้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะมาตอนไหน”
“ประมาณเก้าโมงครับ กินข้าวเช้าเสร็จพี่ก็จะมาเลย”
เสิ่นรั่วหนิงมองดูจนรถขับออกไปไกลแล้วจึงหันหลังกลับเข้าบ้าน
ในบ้านเสิ่นหย่วนเทากับสวีจิ้งเหอนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ทันทีที่เห็นเสิ่นรั่วหนิงเข้ามา สายตาก็พุ่งตรงมาที่เธอทันที “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”