ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 196 รับสมัครงาน
บทที่ 196 รับสมัครงาน
ลี่หรงดูมาหลาย ๆ คนแล้วตอนนี้มีเพียงเจิ้งเยี่ยนหงที่เหมาะสมที่สุด ก็ถือเสียว่าทำบุญแล้วกัน ลี่หรงจึงรับเธอไว้
เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ลี่หรงก็นับว่าไม่เสียดายที่แสดงความเมตตาต่อพนักงาน เธอเลยถามเจิ้งเยี่ยนหงว่า “ต้องการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าไหม?”
เจิ้งเยี่ยนหงโบกมือปฏิเสธพร้อมส่ายหัว รีบพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ที่บ้านยังไม่ลำบากถึงขั้นนั้น ขอบคุณเถ้าแก่มากค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นลี่หรงก็หัวเราะออกมา “ถูกเรียกแบบนี้แล้วรู้สึกแปลกเหมือนกันนะ”
ด้วยว่าเจิ้งเยี่ยนหงมาเช้าเธอจึงถามลี่หรงว่า “เริ่มทำงานวันนี้เลยไหมคะ?”
“ยังไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันยังไม่ได้ซื้อจักรเย็บผ้าตัวใหม่มา ไว้อีกสองวันพี่เจิ้งค่อยมาก็ได้ค่ะ อ้อ จริงสิ แล้วบ้านพี่อยู่ไกลหรือเปล่า?”
“อยู่ชานเมืองค่ะ”
“งั้นก็ไกลพอสมควรเลย”
“มีรถประจำทางอยู่ค่ะ นั่งมาตอนเช้าไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงที่นี่แล้วค่ะ”
ลี่หรงยิ้ม “ที่นี่มีอาหารกลางวันให้ แต่ไม่มีที่พักนะ ต้องรบกวนพี่เจิ้งเดินทางเช้าเย็นกลับ”
เจิ้งเยี่ยนหงกำลังจะกลับพอดี คุณยายโม่ก็มาถึงพร้อมกับคนอีกสองคน
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูมีอายุไล่เลี่ยกับคุณยายโม่ และยังมีเด็กสาวอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดมาด้วยอีกคน
“มีแขกเหรอจ๊ะ?” คุณยายโม่ถาม
“คนนี้คือพี่เจิ้งค่ะ หลังจากนี้ก็จะมาทำงานที่นี่ด้วย” ลี่หรงแนะนำ
คุณยายโม่อายุมากแล้ว จึงกล่าวทักทายว่า ‘หนูเจิ้ง’ จากนั้นก็แนะนำลี่หรงว่า “นี่เพื่อนเก่าฉันเองชื่อจาง เรียกว่าคุณยายจางก็ได้ เคยทำงานที่ร้านปักชื่อดังด้วยกัน แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกคน แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองอายุมากแล้ว ไม่ชอบความวุ่นวายก็เลยไม่มา นี่หลานสาวของฉันหลี่เสี่ยวอ้าย เธอก็ปักผ้าได้เหมือนกันจ๊ะ”
คุณยายจางยังมีดวงตาใสแจ๋ว เท้าก็เล็กราวกับดอกบัวสามนิ้ว
หลี่เสี่ยวอ้ายดูอ่อนเยาว์และน่ารัก ไม่รู้ว่าคุณยายโม่สอนมาก่อนหรือเปล่า เธอสบตาลี่หรงโดยไม่เก้อเขินเลย เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีค่ะ พี่ลี่หรง”
สนิทสนมเร็วจริง เรียกพี่ซะแล้ว
ลี่หรงเห็นว่าดวงตาของเธอใสซื่อ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงเธอจึงยิ้มตอบ แล้วพูดกับคุณยายโม่ว่า “ถึงแม้ว่าคุณยายโม่จะเป็นคนพามา แต่ฉันก็อยากจะทดสอบฝีมือของพวกคุณดูก่อน เพื่อตัดสินใจว่าจะรับเข้าทำงานหรือไม่นะคะ”
“เข้าใจแล้ว”
ลี่หรงหยิบเข็มกับด้ายให้พวกเธอ แล้วให้ปักผ้าตามที่ต้องการ
ตอนแรกเจิ้งเยี่ยนหงคิดว่าจะกลับไป แต่พอได้ยินว่าจะมีการปักผ้า เธอก็สนใจแล้วหยุดเดิน
ลี่หรงก็ไม่ได้ว่าอะไร “ถ้าพี่เจิ้งอยากดู ก็อยู่ดูได้นะคะ”
ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงตอนนี้ ลี่หรงก็ยังยุ่งอยู่ แม่จ้าวและคนอื่น ๆ ต่างก็กินข้าวเสร็จกันหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นลี่หรงมากินข้าว
แม่จ้าวกลัวว่าลี่หรงจะหิว จึงตามให้ไปกินข้าวก่อน
พอดีกับที่ทุกคนกำลังปักผ้า ลี่หรงบอกให้ปักช้า ๆ เอาไว้ก่อน แล้วตัวเองขอไปกินข้าว ก่อนไปลี่หรงถามคุณยายโม่และเจิ้งเยี่ยนหงว่า “กินข้าวหรือยังคะ ถ้ายังก็มากินด้วยกันได้นะคะ”
พวกเธอกินกันหมดแล้วเลยไม่ไป
แม้จะมีคนกำลังปักผ้าอยู่ที่ห้องตะวันออก แต่ลี่หรงก็ไม่รีบกินข้าว อันอันเพิ่งกินข้าวเช้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้เห็นลี่หรงกินข้าวก็เลยเดินเข้ามาใกล้ ๆ นั่งดูที่โต๊ะอาหาร
ลี่หรงรู้ว่าเขาอิ่มแล้ว แต่ก็ยังยื่นข้าวโพดไปให้ “กินไหมจ๊ะ?”
“อ้ำ~” อันอันอ้าปากกัด
ลี่หรงประมาณเวลาว่าทางโน้นคงปักผ้าใกล้เสร็จแล้วเธอจึงเดินไป
เมื่อไปถึงก็เห็นว่าพวกเธอกำลังคุยกัน ลี่หรงเดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้ม
“ปักเสร็จแล้วเหรอคะ?”
“พวกเธอเก่งมากเลยค่ะ ปักเหมือนของจริงเลย” เจิ้งเยี่ยนหงเอ่ยด้วยความชื่นชม
“จริงเหรอ? ให้ฉันดูหน่อยค่ะ”
คุณยายจางปักลายนกตัวเล็กสีเขียวมีแถบสีดำ บนผ้าปักมีเส้นด้าย คุณยายจางใช้เส้นด้ายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของลายนกอย่างชาญฉลาด ดูเผิน ๆ แล้วก็เหมือนนกตัวเล็กกำลังเกาะกิ่งไม้
ดวงตาและปากของนกปักเส้นด้ายได้ถี่และแน่นมาก นกทั้งตัวมีชีวิตชีวา ดูแล้วเหมือนของจริงมาก
หลี่เสี่ยวอ้ายปักรูปดอกบัว กลีบแต่ละกลีบก็ปักออกมาได้อย่างสมจริง
‘สวยจริง ๆ’
ลี่หรงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “คุณยายจางฝีมือยังดีอยู่เลยนะคะเนี่ย แล้วเสี่ยวอ้ายก็ยังเด็กอยู่ แต่ปักดอกไม้สวยขนาดนี้เลย คุณยายโม่เป็นคนสอนใช่ไหมจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะ” หลี่เสี่ยวอ้ายอยู่ในวัยที่ชอบได้รับคำชมจึงพยักหน้าอย่างแรง “ยายสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ”
คุณยายโม่นั่งอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ คุณยายจางกล่าวว่า “เด็กคนนี้เป็นเด็กดี มีฝีมือ เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวใครจะอยากเรียนปักผ้าตั้งแต่เด็กกันล่ะ ได้ยินมาว่าฝรั่งมีเครื่องจักรบางอย่างที่ปักและเย็บผ้าได้เร็วมาก”
เครื่องจักรปักผ้าได้จริง ๆ โดยเฉพาะโรงงานตัดเย็บเอกชนที่เมืองหยาง ก็มีเครื่องจักรแล้ว
แต่เครื่องจักรพวกนี้ราคาแพงมาก มีโรงงานตัดเย็บเพียงไม่กี่แห่งที่ซื้อได้
ลี่หรงยังไม่ได้คิดจะทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปขาย จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไร
เธอก็เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าในชาตินี้เช่นกัน ย่อมต้องมองการณ์ไกลกว่าคนอื่น
โลกนี้ของหายากมักขายได้ราคาดี
รวมถึงของที่ทำด้วยมือก็มักขายได้ราคาสูงด้วย
ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า แบรนด์เสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ที่สั่งตัดเป็นพิเศษเหล่านั้น ต่างก็ใช้จุดขายเรื่องงานทำมือกันทั้งนั้น
ตอนนี้ลี่หรงยังรับตัดเสื้อผ้าให้ลูกค้าแต่ละคนอยู่ ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักมากแต่เธอก็กำลังพยายามอย่างเต็มที่
เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ลูกค้าที่สั่งตัดเสื้อผ้ากับลี่หรงก็จะมีมากขึ้น
ขอเพียงมุ่งมั่นตั้งใจทำเสื้อผ้าให้ดี ทำการตลาดให้ดี ลี่หรงเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะทำให้แบรนด์หรงฝูโด่งดังไปทั่วโลกได้อย่างแน่นอน
ออกนอกเรื่องไปไกลซะแล้ว
ลี่หรงยิ้ม “งานปักเป็นงานฝีมือ ใครทำได้ก็ดีไป เครื่องจักรพวกนั้นปักออกมาได้แค่ของที่ผลิตเป็นล็อต ๆ ตะเข็บต่าง ๆ ก็ไม่แน่นหนา พอพวกคุณเห็นของจริงก็จะรู้ว่าของที่ปักเองสวยกว่าเยอะเลยล่ะค่ะ”
“เสี่ยวหรงไม่เสียแรงที่เป็นถึงเจ้าของธุรกิจ รู้จักแม้กระทั่งของที่ปักด้วยเครื่องจักร”
เจิ้งเยี่ยนหงดูงานปักเสร็จก็กลับบ้านไปแล้ว
เมื่อวานลี่หรงบอกว่าให้คุณยายโม่มาเริ่มงานวันนี้ ดังนั้นเธอจึงถามอีกสองคนว่า “คุณยายจางกับเสี่ยวอ้ายพร้อมที่จะเริ่มงานวันนี้เลยได้ไหมคะ?”
ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน “ได้ค่ะ”
ลี่หรงหยิบผ้าที่ตัดเตรียมไว้และร่างภาพด้วยดินสอไว้แล้วออกมา
แขนเสื้อตัวนอกให้คุณยายจางเป็นคนปัก ส่วนผ้าบริเวณไหล่ให้หลี่เสี่ยวอ้าย
ส่วนกระโปรงลี่หรงแบ่งเป็นสองส่วนรับผิดชอบคนละครึ่งกับคุณยายโม่
คุณยายโม่กับคุณยายจางเคยเป็นช่างปักมาก่อน พอได้ผ้ามาอยู่ในมือก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ของถูก
“ผ้าสีม่วงนี้ช่างสวยงามจริง ๆ ย้อมสียังไงเหรอจ๊ะ?” คุณยายโม่ไม่เคยเห็นผ้าที่ดีขนาดนี้มานานแล้ว แถมสีก็ยังย้อมออกมาได้สวยขนาดนี้
“เรื่องนี้หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ผ้าพวกนี้เราสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ ถ้าถามว่าย้อมอย่างไร ก็ตอบไม่ได้ค่ะ หนูทำได้แค่ตัดเย็บเสื้อผ้าเท่านั้นเองค่ะ”
เมื่อลองจับผ้าก็รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มลื่น คุณยายจางถามด้วยความไม่สบายใจ “ผ้าผืนนี้คงราคาแพงสินะ ให้เราทำผ้าดีขนาดนี้ไม่กลัวว่าเราจะทำเสียเหรอจ๊ะ?”
“หนูเองก็ปักผ้าเป็นอยู่บ้าง ดูจากงานที่ให้ลองทำแล้ว หนูก็รู้ว่าฝีมือพวกคุณยายอยู่ในระดับปรมาจารย์ หนูเชื่อว่าจะต้องปักออกมาได้ดีแน่ ๆ อีกอย่างเราไม่ควรสงสัยคนที่เราใช้งาน หนูจ้างพวกคุณยายมาทำงาน ก็คงไม่สงสัยในตัวคุณยายหรอกค่ะ”
บนเนื้อผ้าอย่างดีมีสีเทาของดินสอที่วาดไว้อยู่ พวกเธอเห็นเพียงว่าเป็นดอกไม้แต่ไม่รู้ว่าลี่หรงต้องการสีอะไรและเป็นดอกอะไร
ไม่รอให้พวกเธอถาม ลี่หรงก็หยิบแบบเสื้อที่เธอวาดออกมาแล้ววางไว้ตรงหน้าทุกคน “ครั้งนี้เราจะปักชุดนี้ค่ะ”