ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 207 ปฏิเสธอู๋ชุนฮวา
บทที่ 207 ปฏิเสธอู๋ชุนฮวา
แม่จ้าวไม่อยู่บ้าน วันนี้ลี่หรงพาอันอันไปที่บ้านตะกูลเสิ่น ส่วนเเม่จ้าวก็น่าจะไปช่วยพ่อจ้าวขายผลไม้ที่ร้าน
ลี่หรงเดินเข้าไปที่ห้องทำงานแล้วยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู
ต้นตอของเสียงนั้นคือผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาเข้ม ถูมือไปมาพลางพูดจาหัวเราะคิกคัก
คุณยายโม่ไม่ได้พูดอะไร พวกเธอกำลังตั้งใจปักผ้า คนที่เย็บผ้าก็เย็บผ้า ไม่มีใครสนใจผู้หญิงคนนั้น แต่เธอยังคงพูดอยู่คนเดียว
เธอเดินเข้าไปดูอย่างตั้งใจแล้วก็ยังพูดต่อไปว่า “โห! คุณป้าปักดอกไม้สวยจัง! ฉันก็อยากได้! ฉันก็เย็บผ้าได้นะ ที่บ้านฉันเย็บผ้าให้คนทั้งบ้านเลย….”
“พี่ลี่หรงเหรอ?!” หลี่เสี่ยวอ้ายรู้สึกเบื่อหน่ายผู้หญิงคนนี้มานานแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็อยากจะบอกให้ผู้หญิงคนนั้นหยุดพูดเสียที แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นลี่หรงยืนอยู่หน้าประตู ในที่สุดลี่หรงก็กลับมาแล้ว!
เพราะว่าคุณยายบอกว่านี่คือคนที่มาหางานทำ ให้เธอปฏิบัติต่อคนที่นี่ดี ๆ หน่อย อย่าไล่คนงานที่ลี่หรงจะรับมา เธอเลยต้องอดทน!
“พี่ลี่หรงกลับมาแล้ว!” หลี่เสี่ยวอ้ายตื่นเต้นมาก สายตาคอยเหลือบมองผู้หญิงคนนั้น “คุณป้าคนนี้บอกว่ามาหางานทำ พี่รีบมาดูหน่อยเถอะค่ะ”
ลี่หรงพยักหน้า เธอไม่ได้เข้าไปในบ้านเพราะที่ประจำที่เธอชอบนั่งในบ้านนั้นก็คือตรงจักรเย็บผ้า ตอนนี้เจิ้งเยี่ยนหงเป็นคนใช้อยู่
เธอเรียกผู้หญิงคนนั้นออกมา นั่งที่โต๊ะหวายข้างนอก “สวัสดีค่ะ คุณชื่ออะไร แล้วมาสมัครงานหน้าที่อะไรคะ?”
ไหล่ของผู้หญิงคนนั้นสั่นเล็กน้อย พลางเอาแขนสอดเข้าไปในแขนเสื้อ เธอยังหดคอแล้วก็ทำเสียง ‘ฮึ’ ออกมาเสียงหนึ่ง ข้างนอกเย็นกว่าในบ้านมาก ยังดีที่ในบ้านมีเตาถ่านผิงไฟให้ความอบอุ่น
สภาพแวดล้อมในการทำงานที่นี่ดีมาก เธอคิดว่าอากาศหนาว ๆ แบบนี้ ถ้าเธออยู่ที่หมู่บ้าน เธอคงจะหนาวจนนิ้วมือเป็นแผลจากความเย็นไปแล้วแน่ ๆ
แต่ที่นี่มีเตาผิงด้วย!
เธอจะต้องมาทำงานที่นี่ให้ได้!
สายตาของเธอคอยสอดส่องไปมา “ฮ่าฮ่า เรียกฉันว่าอู๋ชุนฮวาก็ได้ ฉันอยากมาเป็นแม่ครัวให้ที่นี่ พอดีว่าฉันเห็นกระดาษสีแดงที่หน้าประตู! พวกคุณรับสมัครแม่ครัวไม่ใช่เหรอ ฉันทำกับข้าวให้คนทั้งบ้านทุกวันเลยนะ คุณพอจะรับฉันได้ไหม?”
สายตาของอีกฝ่ายลอย ๆ พูดจาก็มีสำเนียงเหน่อ ๆ คงจะเป็นคนชนบท ลี่หรงรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมที่หยาบคายของอีกฝ่าย แต่ก็ยังอดทน
เพราะผ่านมาหลายวันแล้ว ยังไม่มีแม่ครัวมาสมัคร ที่ผ่านมาเธอปล่อยให้แม่จ้าวทำอาหาร ในใจเธอก็รู้สึกไม่ค่อยดี
ลี่หรงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันรู้จักกับหงเซี่ยที่สนิทกับแม่สามีคุณน่ะ คุณรู้จักหงเซี่ยใช่ไหมล่ะ สองคนนั้นน่ะชอบไปซื้อของที่ตลาดด้วยกันอยู่บ่อย ๆ”
ลี่หรงแทบหายใจไม่ออก ยังดีที่เมื่อกี้เธอไม่ได้ตกลง ไม่น่าเชื่อว่าอู๋ชุนฮวาจะเป็นญาติของหงเซี่ยที่แม่จ้าวเคยกลับมาเล่าให้ฟัง แท้จริงแล้วก็คือญาติที่ขี้เกียจและเกาะลูกสาวกับลูกเขยกินคนนั้นนี่เอง!
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ป้าชุนฮวา เรารับแม่ครัวแค่คนเดียวค่ะ ตอนนี้ฉันรับคนไว้แล้ว คุณลองไปหางานอื่นไหมคะ?”
อู๋ชุนฮวาตกใจ “ฉันไม่เชื่อ ข้างนอกยังติดป้ายอยู่เลย ทำไมถึงหาคนได้แล้วล่ะ”
“ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งมาก ฉันเลยลืมฉีกทิ้งค่ะ”
“ฉันดูมาหลายวันแล้ว ที่บ้านของคุณ แม่สามีก็เป็นคนซื้อของมาทำอาหารตลอด ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะหาคนได้แล้ว!”
“พอดีแม่ครัวที่รับไว้มีธุระที่บ้าน อีกสองสามวันถึงจะมาได้ แม่สามีก็เลยช่วยฉันทำอาหารไปก่อน คุณกลับไปเถอะค่ะ ข้างนอกเริ่มหนาวแล้วนะคะ”
อู๋ชุนฮวาคิดว่าตัวเองต้องได้ทำงานที่นี่แน่ ๆ เธอคิดไว้แล้วด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้จะทำอาหารอะไร แต่ไม่น่าเชื่อว่าลี่หรงจะไม่รับเธอ
เธอยังไม่ละความพยายาม “ฉันกับแม่สามีของคุณเราสนิทกันมากนะ คุณอย่าปฏิเสธฉันเลยนะ ฉันทำได้!”
“ฉันไม่สนว่าคุณจะรู้จักหรือสนิทกับแม่สามีของฉันหรือไม่ แต่สมัครงานก็ต้องดูว่าใครมาก่อนมาหลัง” ลี่หรงปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉันมีธุระต้องทำแล้ว เชิญตามสบายนะคะ ไปเถอะอันอัน!”
คำพูดสุดท้าย ลี่หรงตะโกนไปที่ห้องทางทิศเหนือ เมื่อกลับมาถึงบ้านเมื่อครู่ อันอันก็กลับเข้าไปเล่นในห้องนั่งเล่นทางทิศเหนือเอง ก่อนที่เขาจะเดินออกมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“แม่ครับ”
“ป่ะ แม่จะพาไปซื้อของ แล้วก็ไปตามปู่กับย่ามากินข้าวด้วย”
“ครับแม่”
“กลับห้องไปใส่หมวกด้วยจ้ะ”
เจ้าตัวเล็กสวมหมวกเอียง ๆ ลี่หรงจึงช่วยจัดให้เขา โดยไม่ได้มองอู๋ชุนฮวาที่ยังคงทำหน้าไม่พอใจอยู่ข้าง ๆ เธอพาเจ้าตัวเล็กเดินไปที่ตรอกหลัวกู่ข้าง ๆ
“แม่คะ พ่ออยู่ไหนเหรอคะ?” เมื่อลี่หรงมาถึง แม่จ้าวก็กำลังชั่งผลไม้ให้กับลูกค้าอยู่
ลี่หรงช่วยดูตาชั่ง “สามกิโลสองขีดจ้ะ”
“พ่อเขาเล่นหมากรุกกับอาจารย์หยวนอยู่”
เจ้าตัวเล็กเติบโตมาที่นี่ คุ้นเคยกับร้านขายผลไม้เป็นอย่างดี เมื่อมาถึงก็จะตะโกนหาปู่เสียงดังแล้ววิ่งเข้าไปในห้องด้านใน เมื่อเห็นอาจารย์หยวนก็ทักทายเขาด้วยเสียงอันสดใสว่า “สวัสดีครับคุณปู่หยวน”
อาจารย์หยวนอยู่ตัวคนเดียวมาทั้งชีวิต เขาจึงรักอันอันเหมือนกับหลานแท้ ๆ
เมื่อได้ยินเสียงหลานชาย เขาก็ดีใจจนลืมหมากที่กำลังจะถูกกินไป
“อ้าวเจ้าหนูมาแล้วเหรอ?!”
ถึงแม้ว่าจ้าวเจี้ยนกั๋วจะมาจากชนบท แต่เขาก็ไม่รังเกียจที่หยวนฮุยเหวินสนิทสนมกับหลานชายของเขา การที่ใคร ๆ ก็รักหลานชายของเขานี่เป็นเรื่องที่ดี
เขาหัวเราะและกินหมากของหยวนฮุยเหวินไปหนึ่งตัว “เหล่าหยวน คุณจะแพ้แล้วนะ!”
“แพ้ก็แพ้สิ ไม่เล่นแล้ว ฉันจะเล่นกับหลานชายตัวน้อย” อาจารย์หยวนไม่ได้เจอเจ้าตัวเล็กทุกวัน แต่จ้าวเจี้ยนกั๋วมาดูแลร้านทุกวัน เขาไม่สนใจเลย ครั้งนี้แพ้ ครั้งหน้าค่อยเอาชนะใหม่ก็ได้
เขาพยักหน้าออกไปด้านนอก “เหล่าจ้าว ลูกค้ามาซื้อผลไม้แล้ว”
จ้าวเจี้ยนกั๋ววางหมากในมือลงแล้วลุกขึ้นไปขายผลไม้
ไม่นานแม่จ้าวและลี่หรงก็เดินเข้ามา
อาจารย์หยวนถามลี่หรงว่าวันนี้มีเวลาว่างมาหาหรือ
“มาตามพ่อกับแม่ให้กลับไปทานข้าวค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “มีเรื่องที่อยากจะสอบถามอาจารย์ด้วยค่ะ”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“พอจะมีคนรู้จักคนไหนที่กำลังจะขายบ้านไหมคะ ต้องการบ้านแบบบ้านล้อมลาน จะอยู่ละแวกนี้หรือแถวฝูเจี้ยนก็ได้ค่ะ”
อาจารย์หยวนเป็นคนเมืองหลวง ก่อนที่นโยบายจะเปิดเต็มที่เขาก็มีบ้านอยู่ที่นี่แล้ว
ในช่วงหลายสิบปีก่อน ยังเคยไปเรียนเมืองนอกอีกด้วย แสดงว่าบรรพบุรุษของเขาต้องเก่งมาก เพียงแต่โชคชะตาไม่เข้าข้าง ทำให้เขาต้องประสบความล้มเหลวในวัยกลางคน
แต่ตอนนี้เขายังคงสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยชิงหัว ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายและความสัมพันธ์จากทั้งในอดีตและปัจจุบันเขาก็มีไม่น้อย
มีอะไรถามเขาไว้ก่อน ย่อมไม่เสียหาย
อาจารย์หยวนตกใจไปชั่วขณะ “เธอจะซื้อบ้านเหรอ”
ลี่หรงพยักหน้า “คิดไว้อย่างนั้นค่ะ”
“บ้านล้อมลานที่ครอบครัวเธออยู่เจ้าของบ้านขอคืนเหรอ”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจารย์หยวนไปทานข้าวที่บ้านล้อมลานหลายครั้ง เขารู้ว่าครอบครัวของลี่หรงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนั้น
บ้านหลังนั้นไม่เล็กเลย ถึงแม้ว่าจ้าวชิงซงจะเก่งแค่ไหน แต่ตอนที่เพิ่งย้ายมาที่เมืองหลวงใหม่ ๆ ยังคงเป็นคนบ้านนอก อาจารย์หยวนจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาจะมีเงินซื้อบ้านล้อมลานหลังนั้น
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าบ้านล้อมลานเป็นบ้านเช่าของลี่หรงมาโดยตลอด
“ถ้าจะหาบ้านก็ย้ายมาอยู่ที่นี่สิ ชั้นบนยังมีห้องว่างอีกหลายห้องเลย”
เขาเต็มใจให้ลี่หรงและคนอื่น ๆ ย้ายเข้ามาอยู่ เพราะมันจะได้ครึกครื้นสนุกสนาน
ลี่หรงอธิบายว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ พวกเรากำลังจะซื้อบ้าน แล้วก็พี่สามของฉันกำลังจะแต่งงานด้วย เขาเลยต้องการซื้อบ้านใหม่ค่ะ”
“ราคาบ้านแถวฝูเจี้ยนแพงจะตาย ขายกันที่สามพันหยวน” อาจารย์หยวนพูด “เมื่อก่อนโน้นฝูเจี้ยนเป็นที่อยู่ของเชื้อพระวงศ์กับขุนนางชั้นสูงเชียวนะ”
“เรื่องนี้ฉันก็พอรู้มาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์จะรู้จักคนหรือมีช่องทางที่ฉันจะซื้อบ้านในฝูเจี้ยนได้ไหมคะ?”