ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 208 ตรอกเซี่ยงฝู
บทที่ 208 ตรอกเซี่ยงฝู
อาจารย์หยวนครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง “ฝูเจี้ยนเหรอ? ที่นั่นเป็นย่านใจกลางเมืองหลวงเลยนะ ก่อนหน้านี้เคยคุยกับครูคนอื่น ๆ บ้านที่ถูกที่สุดก็ยังตั้งสามพันกว่า หากเธอถามหาแหล่งข่าวก็คงไม่มี เพราะส่วนใหญ่เป็นมรดกของบรรพบุรุษที่ทางการ ‘ส่งคืนกลับมา’ เมื่อก่อน ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากขายไหม เธออาจจะลองไปดูหนังสือพิมพ์เผื่อจะมีคนลงขายบ้าน”
ลี่หรงคิดในใจว่าถ้าหากไม่มีที่นี่ เธอก็จะไปดูหนังสือพิมพ์ในยุคนี้ซึ่งไม่เหมือนกับยุคหลังที่มีบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ หากต้องการซื้อบ้าน ส่วนใหญ่แล้วจะต้องหาเจ้าของบ้านเอง จากการแนะนำของคนอื่น หรือจากใบปลิวโฆษณาที่ติดตามถนน
สิ่งที่ลงประกาศขายในหนังสือพิมพ์
ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารบ้านเมืองข่าวบันเทิงและอื่น ๆ …
เรื่องราวที่ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ก็สามารถหาอ่านได้จากหนังสือพิมพ์
สรุปก็คือหนังสือพิมพ์คือหนึ่งในช่องทางที่ผู้คนในยุคนั้นใช้ในการรับข่าวสารความเป็นไปของสังคม
เธอถามว่าหนังสือพิมพ์หาซื้อได้จากที่ไหน
ตามร้านขายของชำและแผงขายหนังสือพิมพ์ตามท้องถนนมีอยู่มากมาย
ไม่ว่าจะซื้อหนังสือพิมพ์ สั่งหนังสือพิมพ์ หรืออ่านหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ของคนอื่น
คนที่สามารถสั่งซื้อหนังสือพิมพ์ได้ทุกวันก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ลี่หรงเองก็มีเงินมากพอ แต่ก็ไม่ได้สั่งซื้อหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่เธอจะไปดูที่ร้านขายของชำก็ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ
หากเธอต้องการดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่จำเป็นต้องหาหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุด ข้อมูลประเภทอสังหาริมทรัพย์นี้ คนที่ซื้อบ้านในปัจจุบันก็ไม่ได้มีมากนัก ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ลงโฆษณาขายในหนังสือพิมพ์ก็จะมีอายุสิบวันถึงครึ่งเดือน
การหาหนังสือพิมพ์เก่าเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด หากไปที่ร้านขายของชำ หนังสือพิมพ์เก่าที่นั่นจะแจกฟรีให้คนเอาไปอ่านฆ่าเวลา
“เดี๋ยวฉันไปดูหนังสือพิมพ์ที่ร้านลุงเต๋อก่อนว่ามีใครต้องการขายบ้านไหม”
“เดี๋ยวก่อนสิ” อาจารย์หยวนหรี่ตามอง “ฉันจำได้ว่ารุ่นพวกเธอที่จบไปมีคนทำงานที่ธนาคารอยู่สองสามคน ลองไปถามเพื่อน ๆ ดูไหม เพราะบ้านแถวฝูเจี้ยนน่ะราคาแพงมาก บ้านใครที่ขายไม่ออกแล้วต้องการใช้เงินด่วน อาจจะนำไปจำนองกับธนาคารก็ได้”
“จริงด้วย! ฉันลืมไปเลย” เมื่อได้ฟังคำพูดของอาจารย์หยวน ลี่หรงก็ดีใจ เธอนึกขึ้นได้ว่าเฉิงอิงทำงานอยู่ที่ธนาคาร
เดี๋ยวจะกลับไปถามเธออีกที
“ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านที่ฝูเจี้ยนหรอก ตอนนี้ซื้อบ้านนอกเขตวงแหวนที่สองจะถูกกว่า แต่อาจจะไกลไปหน่อย เพราะไกลจากตัวเมือง”
นอกวงแหวนที่สองก็คือแถว ๆ บ้านล้อมลานของลี่หรงในปัจจุบันนั่นแหละ
บ้านล้อมลานของเธอก็อยู่แถวชิงเป่ย ถ้าจะคิดจริง ๆ แถวนี้ก็ถือว่าเป็นวงแหวนที่สี่ห้าได้
อีกยี่สิบปีแถวนี้จะเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่เป็นที่นิยมแน่ ๆ
แถมอนาคต เศรษฐกิจก็จะรุ่งเรืองขึ้น เมืองหลวงก็จะสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน การไปอยู่ชานเมืองที่ติดกับมณฑล H ก็คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินไปแล้ว
“นอกเขตวงแหวนที่สองก็ได้ค่ะ ตอนแรกก็ว่าจะถามว่ามีใครรู้จักคนขายบ้านแถวนี้ด้วยไหม?”
“มีสิข้าง ๆ ตรอกเซี่ยงฝูมีเพื่อนเล่นหมากรุกคนหนึ่งบอกว่าจะย้ายประเทศ ก็เลยคิดจะขายบ้านล้อมลานที่เพิ่งซื้อมาก็ไม่รู้ว่าขายออกไปหรือยัง?”
แล้วเขาก็พูดต่อ “แต่บ้านในตรอกเซี่ยงฝูไม่ใหญ่มากนะ”
“หลังเล็กก็ได้ค่ะ” เธอแค่พูดไปแบบนั้นแต่ในใจคิดว่า ไมใหญ่ก็ขายได้ไม่แพงน่ะสิ
ตรอกเซี่ยงฝูเป็นบ้านเก่าแก่ แต่ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลยังไม่อนุญาต ตรอกเซี่ยงฝูก็เคยเป็นถนนที่รุ่งเรืองที่สุด
พอรัฐบาลอนุญาตก็คืนให้กับเจ้าของบ้านหรือลูกหลานเจ้าของเดิม
ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งไปคิดว่ามันเล็ก ในอนาคตราคาบ้านในเซี่ยงฝูจะแพงกว่าที่คิดไว้เยอะ
ลี่หรงก็เลยฝากเขาไว้ว่า “อย่างนั้นครั้งหน้าถ้าอาจารย์หยวนไปเล่นหมากรุกแล้วเจอเขาอีกครั้ง ช่วยถามให้หน่อยนะคะว่าขายบ้านออกไปแล้วหรือยัง ถ้ายัง ช่วยติดต่อให้หน่อยได้ไหมคะ?”
“เรื่องแค่นี้เอง พรุ่งนี้เช้าฉันไปเล่นหมากรุกเจอเขาก็จะถามให้” อาจารย์หยวนก็หัวเราะขึ้นมา “ตาแก่คนนั้นก็แปลกดี วิ่งมาเล่นหมากรุกกับคนในตรอกทุกวัน บอกว่าถ้าไปอยู่ต่างประเทศ จะหาคนเล่นหมากรุกด้วยไม่ได้ เลยต้องเล่นให้เต็มที่ เช้านี้ก็ยังเจอเขาอยู่ พรุ่งนี้เช้าก็คงมาอีกแหละ”
“ขอบคุณนะคะอาจารย์หยวน ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เชิญมากินข้าวเย็นที่บ้านด้วยกันนะคะ”
อาจารย์หยวนปฏิเสธ “ไม่เป็นไร พวกเธอกลับไปกันก่อนเถอะ รอเรื่องนี้สำเร็จเมื่อไหร่ แล้วค่อยว่ากันอีกที”
“อาจารย์หยวนพูดแบบนี้ได้ยังไงคะ ฉันไม่ได้เชิญมากินข้าวเพราะว่าอยากให้มาช่วยเรื่องนี้นะคะ ที่ผ่านมาฉันก็คิดกับอาจารย์เหมือนพ่อแม่ กินข้าวด้วยกันหลาย ๆ คนก็อบอุ่นดีออกนะคะ”
“ใช่ค่ะ” แม่จ้าวช่วยพูด “แค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่แค่นั้นเอง”
อาจารย์หยวนลูบหลังอันอัน “เอาไว้ก่อนเถอะ ฉันทำกับข้าวไว้เยอะ ยังกินไม่หมดเลยเก็บไว้พรุ่งนี้เดี๋ยวเสีย”
ลี่หรงก็คงตื๊อต่อไปไม่ได้ จึงชวนอันอันกับแม่จ้าวกลับบ้าน
ระหว่างทาง ลี่หรงเล่าเรื่องญาติของหงเซี่ยมาที่บ้านให้แม่จ้าวฟัง
แม่จ้าวเหมือนคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว “แม่ก็ว่าอยู่ว่าทำไมไม่เห็นมาหาเลย ที่แท้ไปแอบส่องดูบ้านเราอยู่นี่เอง”
“ช่างเถอะค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ ยังไงเราก็ไม่รับเธออยู่แล้ว”
แม่จ้าวถ่มน้ำลาย “คนคนนี้เหมือนตังเม อย่าให้มาเกาะติดนะ เดี๋ยวจะแกะไม่ออก หงเซี่ยยังปวดหัวอยู่เลย เดือนหน้าก็จะสิ้นปีแล้ว ยังมาอยู่แบบนี้อีก สามีที่อยู่ต่างจังหวัดบอกให้กลับไปทำไร่ก็ไม่ยอมกลับ”
ลี่หรงยิ้ม เรื่องชาวบ้านเธอไม่มีเวลาไปยุ่งหรอก ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมาก
ลี่รุ่ยจือทานข้าวเช้าที่บ้านล้อมลาน พลางเล่าให้ลี่หรงฟังเรื่องที่เช้าวันนี้แม่ลี่ปลุกตนด้วยการดึงหู
“ฉันอายุจะสามสิบแล้วนะ กำลังจะมีลูกแล้ว แม่ยังดุฉันเหมือนเด็กอยู่เลย ไล่ฉันออกมาดื้อ ๆ แบบนี้แม้แต่ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน”
ลี่หรงตักข้าวต้มฟักทองใส่ถ้วยให้อันอัน “แม่คงอยากรีบรับสะใภ้สามเข้าบ้านเร็ว ๆ แล้วล่ะ”
แม่จ้าวยกข้าวโพดมันเทศที่นึ่งสุกแล้วออกมา วางลงบนโต๊ะก็ได้ยินคำพูดที่ลี่รุ่ยจือบ่น เธอหัวเราะเบา ๆ “ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ในสายตาของแม่ คุณยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่เสมอ!”
“เฮ้อ” ลี่รุ่ยจือทำเสียงเซ็ง ๆ ตักโจ๊กกินคำใหญ่ “โจ๊กฝีมือคุณแม่นี่อร่อยจังเลยนะครับ”
“อ้อ แล้วเดี๋ยวเราจะไปดูบ้านที่ไหนกันล่ะ?” ลี่รุ่ยจือถาม
“เมื่อวานเพิ่งพูดว่าจะซื้อบ้าน ฉันจะไปหาบ้านให้พี่ได้ยังไงในเวลาอันสั้นขนาดนี้ เดี๋ยวรอตอนเที่ยงช่างไม้ที่มาทำตู้จะมาพอดี พี่ก็ช่วยเป็นลูกมือจัดห้องทำงานชั้นสองให้ฉันด้วย”
ลี่หรงคาดการณ์ว่าถ้าทุกอย่างราบรื่น อย่างเร็วที่สุดก็คงต้องรออาจารย์หยวนเล่นหมากรุกแล้วกลับบ้านมาเสียก่อน ถึงจะรู้ว่ามีคนขายบ้านจริง ๆ ไหม
ถ้าไม่ราบรื่นลี่หรงก็ตั้งใจจะพาลี่รุ่ยจือเดินเล่นในตรอกแถวนี้
ดูว่ามีบ้านหลังไหนติดกระดาษที่หน้าประตูว่าขายบ้านหรือเปล่า
อ้อ เมื่อคืนหลังจากเธอกลับมาก็โทรไปหาโจวรุ่นหัวที่มหาวิทยาลัย และถามที่อยู่ที่ทำงานของเฉิงอิง
เฉิงอิงเป็นนักศึกษาในชั้นเรียนของเธอที่จบไปแล้ว และได้เข้าทำงานที่ธนาคาร ทั้งสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก่อนเลย แต่จากการสนทนาตอนที่เจอกันหลังเรียนจบกับเพื่อน ๆ ทุกคน เธอก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายก็ดูเป็นคนดีไม่น้อย
บางทีเพื่อนบางคนที่ไม่ค่อยสนิทกันในตอนเรียนมหาวิทยาลัย อาจมีเรื่องบางอย่างที่ทำให้ทุกคนติดต่อกันไปมาจนสนิทกันมากขึ้นหลังเรียนจบก็ได้
เธอรู้สึกประทับใจเฉิงอิงในแง่ดี เธอเป็นผู้หญิงที่เงียบ ๆ ขี้อาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยลี่หรงได้ไหม
ที่ทำงานของเฉิงอิงอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าหนานเฉิง ถ้าเพื่อนเล่นหมากรุกของอาจารย์หยวนไม่มีข่าวอะไรมา ลี่หรงก็สามารถไปที่สาขาธนาคารนั้นเพื่อปรึกษาเฉิงอิงได้