ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 210 บ้านของคุณลุงซุน
บทที่ 210 บ้านของคุณลุงซุน
วันนี้ยังคงต้องจัดการกับตู้เก็บของ และจักรเย็บผ้าในห้องทำงานของลี่หรง ลี่หรงจึงให้เหมยจีอวี้และคนอื่น ๆ มาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้
แม่จ้าวเตรียมส่งอันอันไปโรงเรียนแล้วแวะไปซื้อของในระหว่างทางกลับ เมื่อถึงบ้านก็เริ่มทำอาหาร
ลี่หรงกำลังจะพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อไปช่วยเหลือ แต่อาจารย์หยวนก็มาพร้อมกับชายชราที่สวมชุดจงซาน*[1]เดินตามมา
“อาจารย์หยวน สวัสดีค่ะ”
“เสี่ยวหรง นี่คือเพื่อนเล่นหมากรุกที่ฉันพูดถึง ‘ลุงซุน’ บ้านของเขายังไม่ได้ขาย ฉันตั้งใจจะมาหาเธอวันหลัง แต่เขาเร่งให้ฉันพามาก็เลยมาวันนี้เลย”
ลี่หรงเพิ่งเห็นชายชราเมื่อครู่ก็เดาได้แล้ว เธอจึงยิ้มแล้วทักทาย “คุณลุงซุนเหรอคะ ที่อยู่ตรอกเซี่ยงฝูใช่ไหมคะ?”
คุณลุงซุนพยักหน้ายอมรับ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอย่างที่อาจารย์หยวนพูดว่าเขาเร่งรัดให้มา
แต่ก็อาจเป็นเพราะอยู่ต่อหน้าลี่หรงเลยไม่ได้แสดงอาการออกมา
หากเขาแสดงความต้องการขายบ้านมากเกินไป บ้านของเขาก็อาจถูกกดราคาได้ง่าย
ลี่หรงยังคงทำอาหารอยู่ เธอต้องทำอาหารหลายอย่าง จึงไม่ควรให้แม่จ้าวทำเพียงลำพัง แต่เนื่องจากอาจารย์หยวนพาคนมา ลี่หรงจึงตัดสินใจยาก
เธอจึงพูดว่า “ใกล้เที่ยงแล้ว เรากินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปดูดีไหมคะ?”
อาจารย์หยวนเห็นด้วย เขาหันไปมองคุณลุงซุน “ถ้าอย่างนั้นกินข้าวกันก่อนไหม?”
“ยังเหลืออีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงเที่ยง” บ้านของคุณลุงซุนขายไม่ออก นี่ก็เกือบสองเดือนแล้วตั้งแต่ลงประกาศขาย เดือนหน้าเขาจะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว เขาจึงรีบอยากขายบ้านจริง ๆ แต่เขาไม่ได้แสดงออกเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ซื้อ
เมื่อได้ยินลี่หรงบอกว่าจะไปดูหลังจากกินข้าวเสร็จ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูด “ตรอกเซี่ยงฝูอยู่ใกล้ ๆ นี่เองเราไปดูกันก่อนดีไหม กลับมาก็ทันมื้อเที่ยงพอดี”
ลี่หรงรู้ดี แต่ถ้าเธอไปตอนนี้ แม่จ้าวก็ต้องทำอาหารเพียงคนเดียวลี่หรงกลัวว่าเธอจะเหนื่อยเกินไป เพราะแม่จ้าวเพิ่งจะไปส่งอันอันมา
อาจารย์หยวนรู้ว่าลุงซุนรีบจึงลังเลไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ลี่หรง ฉันว่าเราไปดูกันก่อนดีไหม?”
“งั้นไปดูกันก่อนเถอะค่ะ” ลี่รุ่ยจือพูดขึ้น
แม่จ้าวเห็นลี่หรงกำลังเด็ดผักอยู่ เธอรู้ดีว่าลี่หรงคงอยากช่วยเธอทำอาหารเพราะหาแม่ครัวไม่ได้
แต่ว่าชายชราที่อาจารย์หยวนพามาด้วยดูเหมือนจะรีบอยากให้ลี่หรงออกไปกับเขามาก
ฟังจากที่พวกเขาคุยกัน ก็น่าจะเรื่องที่พาไปดูบ้าน
ไม่รู้ว่าถ้าไปสายแล้วกลัวจะไม่ได้ดูหรือเปล่า
แม่จ้าวหยิบจานที่มีผักไปแล้วบอกลี่หรง “ถ้ามีธุระก็รีบไปเถอะ แม่ทำเองได้ไม่ลำบากอะไรหรอก”
แล้วหันไปพูดกับอาจารย์หยวนว่า “ทำธุระเสร็จแล้วก็กลับมากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะคะ”
อาจารย์หยวนตอบตกลงด้วยความยินดี
ลี่หรงกลับเข้าไปในบ้าน สวมเสื้อคลุมสำหรับออกนอกบ้าน แล้วเรียกให้ลี่รุ่ยจือตามไปด้วย
เธอไม่ได้บอกว่าลี่รุ่ยจือกำลังจะซื้อบ้าน คุณลุงซุนก็ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน
ตรอกเซี่ยงฝู
บ้านเรือนในตรอกนี้เรียงกันเป็นแถวสองฝั่ง ตรงกลางเป็นตรอกสำหรับเดินซึ่งมีความกว้างประมาณสามเมตร เมื่อเข้าไปแล้วถนนก็ไม่กว้างมากนัก ดูแล้วน่าจะมีความกว้างไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ
คุณลุงซุนพาทุกคนมายืนหยุดอยู่ตรงกลางตรอก ด้านหน้าพวกเขาเป็นประตูบานคู่แบบเก่าที่ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจเหล็ก
เขาพูดขณะเปิดประตูไปด้วยว่า “นี่คือมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เมื่อหลายปีก่อนเราต้องออกไปอยู่ข้างนอกเนื่องจากนโยบายของรัฐ เมื่อสองปีก่อนเรากลับมาอยู่ที่นี่ใหม่ ถ้าเราไม่ต้องย้ายถิ่นฐานออกไปต่างประเทศก็คงไม่อยากขายมันหรอก”
ลี่หรงกับคนอื่น ๆ ตามเขาเข้าไปพร้อมกับถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “ไปต่างประเทศแล้วจะกลับมาอีกไหมคะ?”
คุณลุงซุนส่ายหัวแล้วพยักหน้า “กลับน่ะกลับอยู่แล้ว พวกเราน่ะ มักจะคิดว่าใบไม้ร่วงต้องกลับราก เมื่อถึงเวลาก็ต้องเอาเงินที่หามาจากต่างชาติกลับบ้าน”
ความคิดนี้ลี่หรงรู้ดี แต่เธอไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ และไม่ได้พูดเรื่องราคาบ้านกับคุณลุงซุน
ตอนนี้เขาขายมรดกของบรรพบุรุษไป ซึ่งก็ได้แค่ประมาณแสนกว่า แต่รออีกยี่สิบสามสิบปีแล้วกลับมา คงไม่มีทางซื้อบ้านในทำเลแบบนี้ได้ในราคาไม่กี่ล้านแน่ ๆ
ในยุคแปดศูนย์ บ้านล้อมลานหลาย ๆ หลังในเมืองหลวง ก็ถูกขายออกไป ถึงตอนนั้นก็คงรู้สึกเสียใจกันมากแน่ ๆ เมื่อเห็นราคาบ้านในละแวกนั้นพุ่งขึ้นสูง
ลี่หรงไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับคุณลุงซุน แต่เธอก็กำลังจะซื้อบ้านอยู่จะให้เธอเตือนเขาก็คงไม่เตือน แถมเธอยังจะต่อราคากับเขาด้วย
เธออยากได้บ้านหลังนี้ในราคาที่ต่ำที่สุด
ตอนที่เธอเดินเข้ามาก็สำรวจตัวบ้านไปด้วย บ้านของคุณลุงซุนกว้างกว่าที่ลี่หรงคิดไว้มาก
ในสวนมีต้นไม้แห้งตายหลายต้น ข้าง ๆ ยังมีที่ดินโล่ง ๆ อีกหลายแปลง ซึ่งไม่ได้ปลูกอะไร แต่มีหิมะปกคลุมอยู่
ชายคาบ้านยังมีงานแกะสลักที่แสดงลักษณะของราชวงศ์หมิงตอนต้น
คุณลุงซุนถามขึ้นว่า “เป็นยังไงบ้าง ดูแล้วชอบไหม?”
ลี่หรงยิ้ม “กว้างดีนะคะ”
คุณลุงซุนถอนหายใจ “เมื่อก่อนตอนที่ภรรยาของฉันยังอยู่ ที่นี่มีทั้งผลไม้และผัก แต่พอเธอไม่อยู่ก็ไม่มีใครดูแลแล้ว ลูก ๆ ก็ย้ายไปอยู่กันที่อื่น”
ลี่รุ่ยจือมองต้นไม้แห้งนั้นอยู่ครู่หนึ่ง “คุณลุงซุน พาพวกเราเข้าไปดูด้านในหน่อยได้ไหมครับ”
การที่ขอเข้าไปดูด้านใน คุณลุงซุนก็รู้ว่าพวกเขาน่าจะพอใจกับบ้านหลังนี้แล้ว ทั้งคู่ยังดูหนุ่มสาวทั้งยังอาศัยอยู่บ้านล้อมลานหลังใหญ่ขนาดนั้น ที่บ้านยังมีคนรับใช้
แม้จะไม่รู้ว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้ทำอาชีพอะไร แต่อาจารย์หยวนก็นึกอยู่เสมอว่าพวกเขามีเงินซื้อบ้าน
อาจารย์หยวนหัวเราะในลำคอแล้วชี้ไปที่ห้องด้านใน พาพวกเขาเข้าไปดูพร้อมพูดว่า “เชิญทางนี้”
น่าจะจริงที่ว่าเขาจะย้ายออกแล้ว เพราะของในบ้านเก็บเกือบหมดแล้ว
มีเพียงห้องครัวและห้องนอนของคุณลุงซุนเท่านั้นที่ยังมีร่องรอยว่ามีคนอาศัยอยู่ ส่วนที่เหลือก็เก็บของจนสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ลี่รุ่ยจือฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์หยวนอยู่ข้างหน้าคุยเรื่องในอดีตกับคุณลุงซุน แล้วจึงกระซิบปรึกษากับลี่หรงว่า “บ้านหลังนี้น่าอยู่มากเลยนะ มีตั้งหลายห้อง แถมยังอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธออีกด้วย หนิงหนิงต้องชอบแน่ เธอคิดว่าไงบ้าง?”
ทำเลแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังไหนก็ตาม ล้วนมีโอกาสที่จะทำเงินได้ราคาสูงขึ้นในอนาคต
สิ่งที่พวกเธอต้องพิจารณาก็คือ ตอนนี้จะมีเงินพอซื้อไหวหรือไม่
ลี่หรงมองลี่รุ่ยจือ คิดในใจว่าเขาไม่เคยซื้อบ้านมาก่อน น่าจะไม่เคยแม้กระทั่งซื้อกับข้าวด้วยซ้ำ พี่สามคนนี้บื้อเสียจนไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย สีหน้าของเขาเหมือนกับเตรียมจะควักเงินออกมาซื้อราวกับเป็นคนโง่ที่โดนหลอกให้เสียเงินในไม่ช้า
เธอไม่รู้ด้วยว่าควรจะดูไปก่อนดีหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะยืดเยื้ออะไร
ไม่รู้ว่าตอนที่จ้าวชิงซงซื้อบ้านล้อมลานนั้น เขาได้ต่อรองราคากับใครไหมหรือว่าเขาจ่ายเงินไปเลยโดยตรง
จู่ ๆ ลี่หรงก็รู้สึกหายใจไม่ค่อยออก ชำเลืองมองลี่รุ่ยจือ “เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น ฟังฉันพูดให้จบซะก่อน ซื้อบ้านไม่ใช่เรื่องเล็กนะ อย่าเพิ่งรีบร้อนค่ะ”
ลี่รุ่ยจือรรู้สึกขัดใจเล็กน้อย นี่เขาก็รู้สึกถึงแววตาของพี่สาวมากกว่าน้องสาวจากตัวเธออีกแล้ว
เขาได้แต่เกาหัวไม่พูดอะไร
“พวกคุณตกลงกันได้หรือยัง?” คุณลุงซุนถามทั้งสองคนที่เดินเข้ามาหาเขา
“คุณลุงซุนจะขายบ้านหลังนี้ราคาเท่าไรเหรอครับ?”
“แปดหมื่นห้าพันหยวน” คุณลุงซุนมองไปที่ลี่หรง “ราคานี้ลดให้มากสุดแล้ว พวกเราต่างก็เป็นคนรู้จักของเหล่าหยวนทั้งนั้น ฉันจะไม่ตั้งราคาสูงเกินไปหรอก”
ตอนนี้ลี่หรงมีงบอยู่ไม่ถึงเจ็ดหมื่น
ที่ว่ามีห้าห้องนั้นคือรวมห้องครัวเข้าไปด้วยแล้ว สวนก็ไม่ได้ใหญ่เท่าบ้านล้อมลานของลี่หรง แต่เพราะที่นี่มีทำเลที่ดีจึงตั้งราคานี้ได้
ลี่หรงคิดในใจก่อนจะพูดออกมาว่า “ฉันว่าราคาแพงไปหน่อยนะคะ”
คุณลุงซุนมีสีหน้าไม่พอใจ “แพงที่ไหนกัน ตาเฒ่าข้างบ้านนี่ขายตั้งเก้าหมื่นกว่าเลยนะ”
ลี่หรงก็ยังส่ายหน้า “หลังที่เก้าหมื่นนั่น อาจจะมีสวนที่ใหญ่กว่า หรือห้องมากกว่าก็ได้ค่ะ คุณลุงซุนบ้านของคุณสวยดีนะคะ แต่ถ้าไม่นับห้องครัว ก็เหลือแค่สี่ห้องเองค่ะ แถมห้องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากด้วย”
[1] ชุดจงซาน หมายถึง ชุดสูตแบบจีนสำหรับผู้ชาย มีลักษณะเสื้อคอตั้ง แขนยาว ติดกระดุม 5 เม็ด มีกระเป๋าข้าง 4 ช่อง กางเกงขากระบอก
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
FGSKBF98