ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 216 เปลี่ยนตัว
บทที่ 216 เปลี่ยนตัว
คนที่ล้มคือเด็กสาวที่เข้าไปข้างในนั้น!
เมื่อครู่เธอกำลังนินทาลี่หรงอยู่ข้างนอก จากนั้นเสิ่นรั่วหนิงก็โต้กลับจนเธอไม่พอใจ พอเห็นลี่หรงออกมาเธอก็รีบเดินเข้าไปทันที ประตูยังไม่ทันจะปิด เธอก็ล้มลงไปแล้ว!
ลี่หรงกะพริบตา ทำไมเธอถึงไม่รอให้ฉันพูดให้จบก่อนนะ
เสิ่นรั่วหนิงเม้มริมฝีปาก เธออยากจะหัวเราะเล็กน้อย นี่มันกรรมตามสนองอย่างที่คนเขาพูดถึงหรือเปล่า
มันเร็วเกินไปแล้ว
เด็กสาวที่ล้มลงไป งงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่ลูกปัดตรงพื้น เธอสบถออกมา “ใครมันไร้จิตสำนึกแบบนี้นะ เอาลูกปัดมาวางไว้ตรงนี้ได้ยังไงกัน!”
เด็กสาวไม่ต้องพักเลย เธอคงไม่เจ็บหนักเท่าลี่หรง
ลี่หรงเจ็บที่ข้อเท้ามาก คนที่วางลูกปัดช่างไร้จิตสำนึก เธอไม่สนใจที่จะควบคุมสีหน้าของตัวเอง และถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยว “ใครเข้าไปก่อนหน้าฉัน?”
ผู้คนที่มุงดูต่างมองหน้ากัน ส่ายหัวพร้อมกันและบอกว่าไม่รู้
ทุกคนต่างก็ยุ่งอยู่กับงานของตัวเอง ใครจะไปสังเกตว่ามีใครเข้าไปหรือออกจากห้องเปลี่ยนชุดบ้าง
จู่ ๆ ก็มีคนพูดขึ้นมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เมื่อกี้ฉันเห็นเหมือนหัวหน้าห้องเดินออกมา แล้วรุ่นพี่ก็เข้าไป”
“ใครเป็นหัวหน้าห้อง?” เสิ่นรั่วหนิงถามทันที
“หวังอ้ายเจินค่ะ”
ผู้คนที่มุงดูต่างพากันมองหาหวังอ้ายเจิน และในที่สุดสายตาทุกคู่ก็มาหยุดอยู่ที่เธอ
หวังอ้ายเจินเหลือบมอง “ฉันออกมาก่อนแล้วไง ลูกปัดนั่นฉันไม่ได้เอาไปวางไว้ซะหน่อย!”
คำอธิบายของเธอฟังดูปกติ แต่น้ำเสียงของเธอกลับฟังเหมือนกำลังปกปิดอะไรอยู่
แม้จะรู้ว่าคนก่อนหน้าที่เข้าไปคือหวังอ้ายเจิน แต่ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิดและไม่มีหลักฐาน จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่าเธอเป็นคนทำ
เสิ่นรั่วหนิงมองลี่หรงด้วยความเป็นห่วง “เจ็บมากไหม ฉันพาเธอไปนั่งก่อน เดี๋ยวไปหายามาให้”
ลี่หรงเจ็บเท้ามากเรื่องนี้คงต้องพักไว้ก่อน ตอนนี้มัวแต่คิดมากก็จับคนทำไม่ได้อยู่ดี แถมยังเสียเวลาโดยใช่เหตุ เผลอ ๆ อาจจะส่งผลต่อการเดินแบบด้วย
ตอนนี้แม้แต่จะยืนก็ยังลำบาก โชคดีที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเกือบชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเดินแบบ
เสิ่นรั่วหนิงคอยประคองลี่หรงเดินฝ่าผู้คนไปหาเฉาเหลียงอวี้ “มียาแก้เคล็ดขัดยอกไหม”
ในงานไม่ได้เตรียมยานี้ไว้ เห็นทีจะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
เธอจึงอึ้งไปพักหนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่มี ฉันจะไปเอามาให้ เภสัชที่ห้องชมรมน่าจะมี”
ก่อนหน้านี้ชมรมเคยเตรียมยาไว้สำหรับงานกีฬาสี คาดว่าน่าจะยังเหลืออยู่
เฉาเหลียงอวี้วิ่งกลับไปที่ห้องชมรม หาอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รีบวิ่งกลับมาที่หลังเวที
เสิ่นรั่วหนิงร้อนใจมาก ถ้าเฉาเหลียงอวี้กลับมาช้ากว่านี้เธอก็คงจะออกไปซื้อเอง
หลังทายาเสร็จเสิ่นรั่วหนิงก็พูดขึ้น “จะทำยังไงดีล่ะ ข้อเท้าเธอมันเริ่มบวมแล้ว แบบนี้เธอจะขึ้นเวทีไหวไหม หรือว่าให้ฉันขึ้นเวทีแทนเธอก่อน”
ลี่หรงส่ายหน้า “ไม่ได้เด็ดขาด”
เธอเหลือบตามองหน้าท้องของเสิ่นรั่วหนิง แม้จะยังไม่เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน แต่ร่างกายของเธอก็ยังเป็นคนท้องอยู่ ชุดของลี่หรงเป็นแบบเข้ารูป เสิ่นรั่วหนิงคงจะใส่ชุดนี้ไม่ได้หรือหากจะฝืนใส่ก็คงจะรัดหน้าท้องเกินไป
ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา อย่าว่าแต่พี่สามของเธอเลย แม้แต่ตัวเธอเองก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกัน
เสิ่นรั่วหนิงกัดริมฝีปากคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ใช่สิ สวี่จิ้งกับเฉิงอิงอยู่ข้างนอก ให้พวกเธอลองใส่ดูไหม”
ลี่หรงยังคงส่ายหน้า “พวกเธอใส่ชุดนี้ไม่ได้หรอก และชุดก็ค่อนข้างยาวเกินไป ความสูงของพวกเธอไม่เหมาะ แม้ว่าจะใส่ได้ แต่พวกเธอไม่ได้ซ้อม เมื่อถึงเวลานั้นก็คงไม่รู้ว่าจะต้องเดินยังไง”
สวี่จิ้งตัวสูงก็จริง แต่โครงร่างใหญ่เอวไม่บาง เฉิงอิงตัวไม่สูงนักเอวก็ไม่บางเช่นกัน ลี่หรงมองทะลุรูปร่างของพวกเธอได้ตั้งแต่แรกเห็น
เฉาเหลียงอวี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดเสียงเบาขึ้นมาว่า “ไม่อย่างนั้นให้ฉันลองใส่ไหม”
ลี่หรงหันไปมองเฉาเหลียงอวี้ด้วยความแปลกใจ เมื่อมองดูรูปร่างของเธอแล้ว ก็เห็นว่ารูปร่างของเธอเหมาะสมจริง ๆ
และเฉาเหลียงอวี้ในฐานะเจ้าหน้าที่ของสภานักเรียน เธอก็อยู่ในงานซ้อมตลอด
เมื่อคิดแบบนี้แล้ว เธอก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมจริง ๆ
แต่ลี่หรงไม่เข้าใจว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้ช่วยเธอ
ก่อนหน้านี้เธอยังแอบเอาผลงานของลี่หรงไปซ่อนจนทำให้เกือบจะสร้างความประทับใจที่ไม่ดีให้กับอาจารย์อาน่า หรือแม้แต่ทำให้ลี่หรงต้องวาดแบบใหม่ขึ้นมาทั้งหมด
ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่ามีความขัดแย้งระหว่างกันอยู่
ตามหลักแล้วเฉาเหลียงอวี้ควรจะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองมาปรากฏตัวต่อหน้าลี่หรงอีก
ในเมื่อใครที่ทำเรื่องไม่ดีแล้วถูกผู้เสียหายจับได้ ก็ต้องหลบหน้ากันสิถึงจะถูก
แต่เฉาเหลียงอวี้ยังเรียกชื่อลี่หรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจเวลาซ้อม แล้ววันนี้ก็ยังเสนอตัวออกมาช่วยลี่หรงเดินแบบอีก
เดี๋ยวนะ!
ลี่หรงนึกขึ้นได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะคิดใช้โอกาสนี้เล่นงานเธอหรือไม่
อย่างเช่นตอนที่ขึ้นไปเดินก็แกล้งเดินไม่ดี หรืออาจจะแกล้งล้มก็ได้…
เห็นลี่หรงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เฉาเหลียงอวี้จึงค่อย ๆ เอ่ยขอโทษ “เรื่องที่ผ่านมา ฉันขอโทษจริง ๆ อาจารย์อาน่าได้มาพูดคุยกับฉันแล้ว ฉันรู้แล้วว่าตัวฉันผิดเอง คราวนี้ฉันตั้งใจอยากช่วยเธอจริง ๆ คิดซะว่าให้โอกาสฉันได้แก้ตัวก็แล้วกันนะ”
ลี่หรงขมวดคิ้วราวกับกำลังพิจารณาอยู่จริง ๆ
“เรื่องอะไร” เสิ่นรั่วหนิงชะงักไปราวกับนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปมองเฉาเหลียงอวี้ด้วยความโมโห “อย่าบอกนะว่าเธอคือคนที่เอาแบบของลี่หรงไปซ่อนแล้วทำมันเปียกน่ะ?”
เฉาเหลียงอวี้ก้มหัวลง
“ดีจริง!” เสิ่นรั่วหนิงกัดฟันกำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็ถูกลี่หรงดึงแขนไว้ เธอเป็นเพื่อนกับลี่หรงมานานหลายปี แค่เห็นลี่หรงทำแบบนี้ก็รู้ว่าลี่หรงไม่ต้องการให้เธอช่วย เธอจึงหันหน้าหนีด้วยความโมโห ไม่พูดอะไรอีก
“เฉาเหลียงอวี้” เมื่อได้ยินลี่หรงเรียกชื่อตนเอง เฉาเหลียงอวี้จึงเงยหน้าขึ้น อีกฝ่ายจ้องมองเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและกล่าวว่า “ฉันให้โอกาสเธอครั้งนี้ แต่ฉันหวังว่าเธอจะไม่จงใจแกล้งฉันอีก รอจนกว่าเรื่องนี้จะจบแล้วเราจะเลิกแล้วต่อกัน”
เท้าของลี่หรงปวดมาก เธอไม่ได้เท้าแพลงเพียงข้างเดียว แต่แพลงทั้งสองข้างพร้อมกัน ตอนนี้เท้าของเธอก็บวมขึ้นมาก หากยังต้องทนปวดตลอดการเดินแบบคงจะได้ผลลัพธ์ที่แย่แน่ ๆ
คนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้ก็คือเฉาเหลียงอวี้ หากเฉาเหลียงอวี้ไม่จงใจแกล้งเธอ การเดินแบบเพื่อแสดงชุดก็จะราบรื่น
ลี่หรงยินดีที่จะลืมเรื่องในอดีต กลายเป็นคนที่ใจกว้างและใจบุญ
เฉาเหลียงอวี้พยักหน้าอย่างแรง เธอรู้แล้วว่าอาจารย์อาน่าพูดถูก ตราบใดที่เธอสำนึกผิดอย่างจริงใจ ลี่หรงก็จะให้อภัยเธอ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” อาจารย์อาน่าปรากฏตัวที่ด้านหลังเวทีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล “ได้ยินมาว่ามีคนหกล้ม”
เมื่อเห็นอาจารย์มา มีคนชี้ไปที่ลี่หรงและนักศึกษาหญิงอีกคนที่ล้ม “พวกเธอค่ะ”
อาจารย์อาน่าไม่คิดว่าคนที่ล้มจะเป็นลี่หรง ในสายตาของเธอ ลี่หรงเป็นคนที่มีภาพลักษณ์สุขุมเยือกเย็นเสมอ เมื่อเธอเห็นข้อเท้าของลี่หรงบวมปูดขนาดนั้น เธอจึงขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงล้มได้ นี่อีกไม่กี่นาทีก็ขึ้นเวทีแล้วนะ”
ก่อนหน้านี้ตอนซ้อม หากเธอจำไม่ผิดลี่หรงบอกว่าจะขึ้นไปเดินเอง
ตอนนี้เธอเดินไม่ได้แล้วจะทำยังไงดีล่ะ
การแข่งขันคงไม่มีการเลื่อนออกไปเพราะเธอคนเดียวหรอกนะ
แต่หากผลงานของลี่หรงไม่ได้แสดง เธอก็เสียดายแทนที่สุดเพราะเธอตั้งความหวังไว้กับผลงานของลี่หรงมาก
ในสายตาอาจารย์อาน่า ผลงานของลี่หรงมีสิทธิ์ได้รางวัลแน่นอน อีกเดี๋ยวก็จะมีการโหวตจากผู้ชมด้วย ถ้าลี่หรงไม่ได้ขึ้นไปเดินก็จะไม่มีโอกาสได้คะแนนส่วนนี้