ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 217 แต่งตัวให้เฉาเหลียงอวี้
บทที่ 217 แต่งตัวให้เฉาเหลียงอวี้
“เรื่องนี้ฉันจัดการได้แน่ค่ะ” ลี่หรงพูดขึ้นในขณะที่อาจารย์อาน่าก็มองด้วยความสงสัย “รุ่นน้องเฉาเหลียงอวี้บอกว่าจะช่วยเดินแทนฉันเองค่ะ วันซ้อมเธอเองก็ซ้อมอยู่ด้วย แล้วก็เป็นนักศึกษาสาขาออกแบบเสื้อผ้าโดยตรง ขนาดรูปร่างก็พอ ๆ กัน ฉันเลยขอให้เธอช่วยน่ะค่ะ”
ถ้าจะเปลี่ยนตัว เฉาเหลียงอวี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ
บางวิชาของนักศึกษาสาขาออกแบบเสื้อผ้าจะต้องเรียนเดินแบบด้วย เวลาซ้อมลี่หรงก็สังเกตเห็นว่าถึงคนอื่น ๆ จะเดินแบบสู้พวกนางแบบในยุคหลังไม่ได้ แต่ในตอนนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
อาจารย์อาน่าประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าลี่หรงจะเต็มใจให้โอกาสเฉาเหลียงอวี้ เธอไม่ได้มองคนผิด ลี่หรงใจกว้างจริง ๆ
เธอพยักหน้า “ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คงมีแค่วิธีนี้แล้ว” พูดจบเธอก็เหมือนจะคิดอะไรได้เหมือนที่ลี่หรงกังวลก่อนหน้านี้ เธอกลัวว่าเฉาเหลียงอวี้จะแกล้งลี่หรงทำให้ชุดของเธอไม่สามารถนำมาแสดงได้
อาจารย์อาน่าเงยหน้าขึ้นมองเฉาเหลียงอวี้ด้วยความลังเลและอยากจะเตือน
“เหลียงอวี้ เธอต้องตั้งใจให้มาก ๆ นะ”
เฉาเหลียงอวี้พยักหน้าเหมือนลูกไก่ตัวน้อย เธอยกมือขึ้นสาบาน “อาจารย์วางใจได้เลยค่ะ ฉันจะตั้งใจเดินให้ดีที่สุดเลยค่ะ!”
เพื่อนร่วมการแข่งขันอีกคนที่ล้มไปชื่อว่าไฉ่อวี๋ เธอแค่ข้อเท้าแพลงเมื่อได้รับการปฐมพยาบาลแล้ว ก็ดีขึ้นมาก
ก่อนที่อาจารย์อาน่าจะมา เธอยังบ่นเรื่องที่ใครทำลูกปัดหล่นเรี่ยราดเต็มพื้นอยู่เลย แต่หลังจากที่อาจารย์อาน่ามายืนยันว่าจะได้ขึ้นแสดงต่อเธอก็เงียบไป
ทรงผมสำหรับเดินแบบของลี่หรงทำไว้ค่อนข้างเรียบง่าย เธอจึงมวยผมขึ้นไปอย่างรวดเร็วแล้วก็เริ่มแต่งหน้าให้เฉาเหลียงอวี้
เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนเครื่องสำอาง เฉาเหลียงอวี้เป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เครื่องหน้าค่อนไปทางน่ารัก ลี่หรงจึงกันคิ้วให้เธอใหม่เป็นทรงใบหลิว แต่เพื่อให้เธอดูมีสง่าราศีขึ้นก็วาดคิ้วให้ยาวกว่าเดิมเล็กน้อย
จากนั้นก็เขียนขอบตาของเฉาเหลียงอวี้ จากเดิมที่เป็นทรงกลมโตให้ดูเรียวยาวขึ้น
ลี่หรงตั้งใจแต่งหน้าให้เฉาเหลียงอวี้ เธอมองลี่หรงที่อยู่ตรงหน้าจนลืมตัว ลี่หรงทั้งสวยและใจดีจริง ๆ ตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่ถึงได้คิดจะซ่อนผลงานของลี่หรง
“เป็นอะไร คิดอะไรอยู่?” ลี่หรงเรียกเธอสองครั้งก็ไม่ได้ยิน จึงยื่นมือไปโบก ๆ ตรงหน้าเธอ
เฉาเหลียงอวี้ได้สติรู้ตัวว่าเผลอมองจนลืมตัวไป เมื่อสบตาเข้ากับลี่หรง เธอก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย เฉาเหลียงอวี้ส่ายหน้า “อ๋อ ไม่มีอะไร ว่าแต่เธอสวยจังเลยนะ”
ลี่หรงหัวเราะเบา ๆ ชี้ไปที่ริมฝีปากของเธอ “ฉันใช้สีสำหรับทาตัวมาผสมแล้วทาเป็นลิปสติกให้เธอ แต่เธอวางใจได้ตราบใดที่เธอไม่เผลอกินมันเข้าไป มันจะไม่อันตรายต่อร่างกายเธอแน่นอน”
เฉาเหลียงอวี้พยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วให้ลี่หรงทาลิปสติกให้เธอ
เสิ่นรั่วหนิงมองอย่างไม่สนใจนัก แม้ว่าเฉาเหลียงอวี้จะกำลังช่วยลี่หรงอยู่ แต่สิ่งที่เธอทำร้ายลี่หรงก่อนหน้านี้เธอยังคงจำได้อยู่
เฉาเหลียงอวี้แต่งหน้าเสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนมาใส่ชุดที่ลี่หรงออกแบบ
ลี่หรงมองไปที่เอวของเฉาเหลียงอวี้ แค่เหลือบมองเธอก็รู้ว่าเอวของเฉาเหลียงอวี้นั้นบางมาก ไม่เข้ากับใบหน้าอวบอิ่มของเธอเลยสักนิด
เอวพอดีตัว แต่หน้าอกไม่เต็ม
ลี่หรงตัดเย็บตามขนาดของเธอเอง เธอเคยคลอดลูกมาแล้วแม้ว่าหน้าอกจะไม่ใหญ่มากแต่ก็ยังพอมีเนื้อมีหนังอยู่บ้าง แต่ขนาดหน้าอกของเฉาเหลียงอวี้รู้สึกจะเล็กกว่าของเธอไปหน่อย
เสิ่นรั่วหนิงอดหัวเราะไม่ได้ “จะทำยังไงดีล่ะ ต้องเอาสำลีมายัดไว้ด้านในหรือเปล่า?”
เฉาเหลียงอวี้ดึงเสื้อผ้ามาปิดบริเวณหน้าอกไว้ เธอไม่รู้จะพูดอะไรเพราะอาย
“เธอน่ะอยู่เฉย ๆ ไปเลย” ลี่หรงดุเสิ่นรั่วหนิงเล็กน้อย
เธอหยิบกระดุมออกมาจากกระเป๋าแล้วติดให้เฉาเหลียงอวี้จากด้านหลัง
หลังจากที่ลี่หรงจัดการไม่กี่ครั้ง ในที่สุดชุดก็เข้ารูปได้อย่างพอดี
โชคดีที่ส่วนบนของชุดที่ลี่หรงออกแบบเป็นสีพื้น ไม่เช่นนั้นหากมีการปักลวดลาย แล้วต้องพับไปด้านหลังก็คงจะดูไม่สวยแน่
เสิ่นรั่วหนิงมองจากด้านข้างแล้วร้องว้าวด้วยความชื่นชม “ลี่หรง ชุดที่เธอทำ สวยทุกชุดเลย น่าเสียดายจังที่ฉันใส่ไม่ได้ ฉันไม่ค่อยเห็นเธอทำชุดแบบนี้เลยนะ”
ลี่หรงหยิบเสื้อคลุมตัวนอกขึ้นมา “แค่นี้ก็แปลกใจแล้วเหรอ เธอลองดูเสื้อคลุมตัวนี้สิ ชอบมันมากกว่าหรือเปล่า”
“โห” ในขณะที่ลี่หรงกางออกให้เฉาเหลียงอวี้สวมใส่ เสิ่นรั่วหนิงเห็นลวดลายปักมากมายขนาดนั้นก็ร้องออกมา “สวยเกินไปแล้วไหมเนี่ย! ลายปักพวกนี้เหมือนของจริงเลย ให้ความรู้สึกราวกับว่ามีดอกไม้มาอยู่บนตัวเราจริง ๆ! ชุดนี้เหมือนชุดฮั่นฝูแต่ก็ไม่เหมือนตรงด้านใน…”
เสิ่นรั่วหนิงบรรยายไม่ถูก
เฉาเหลียงอวี้สวมใส่ชุดแล้วก็รู้สึกขยับตัวไม่ค่อยไหว ชุดนี้สวยมากก็จริง แต่เมื่อเธอสวมใส่แล้วรู้สึกอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก
เธอเงยหน้ามองดอกไม้บนแขนเสื้อ นี่มันสวยจริง ๆ
ลี่หรงรอให้เสิ่นรั่วหนิงตกใจจนพอใจแล้วก็หันมามองเธอ “รอเธอแต่งงาน ฉันจะทำชุดที่สวยอลังการสมเกียรติให้เธอแน่นอน”
“จริงเหรอ?” แววตาของเสิ่นรั่วหนิงเป็นประกาย “ฉันจำไว้แล้วนะ”
เฉาเหลียงอวี้มองทั้งสองคนที่พูดคุยกันไปมาด้วยความอิจฉา โดยไม่รู้ตัวก็พูดความในใจออกมา “พวกเธอดูสนิทแล้วก็รักกันดีจังเลย”
“ก็แน่ล่ะสิ!” เสิ่นรั่วหนิงเชิดคางอย่างภูมิใจ อวดว่า “พวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาสี่ปี ต่อไปฉันก็จะเป็นพี่สะใภ้ จะมีใครเทียบได้!”
ผลงานของคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นชุดเดี่ยว ๆ มีแค่ลี่หรงที่ทำสองชิ้นในชุดเดียว
ตอนแรกพวกเขามองชุดของลี่หรง คิดว่าแค่สวมกระโปรงรัดหน้าอกก็จบ
ใครจะคิดว่า เธอจะหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับอีกที
ตอนแรกที่ยังไม่มีเสื้อคลุม ในสายตาของพวกเขากระโปรงของลี่หรงก็เป็นแค่ชุดรัดหน้าอกธรรมดาเท่านั้น
พวกเขาก็เคยเห็นในหนังสือพิมพ์มาแล้ว ไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไร
รวมถึงลายปักด้วย แม้ว่าพวกเขาจะไม่มี แต่การออกแบบผลงานของตัวเองก็ไม่เลว มีกระโปรงบานฟู มีกระโปรงยาวลากพื้น มีเสื้อเชิ้ต กางเกงขายาว…
สรุปก็คือชุดกระโปรงด้านในของลี่หรงไม่ได้สร้างความรู้สึกประทับใจให้กับพวกเขามากนัก
มากสุดก็แค่ชื่นชมลวดลายปักบนกระโปรงเท่านั้น เพราะพวกเธอไม่ได้ปักลายเอง ปักออกมาไม่ได้งดงามอ่อนช้อยเช่นนี้
จนกระทั่งลี่หรงได้นำเสื้อตัวนอกออกมา
ด้านบนเป็นดอกโบตั๋นช่อใหญ่ ปักได้เหมือนของจริงราวกับเนรมิต! ไม่รู้จริง ๆ ว่า ลี่หรงไปหาคนปักมาจากที่ไหน!
ทุกย่างก้าวของเฉาเหลียงอวี้ ราวกับสายลมกำลังพัดโบกพุ่มดอกโบตั๋น
พวกเธอต่างก็อิจฉาตาร้อนไปตาม ๆ กัน
สวีเหมียนกลับแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เขาเดินเข้ามาไม่ได้เอื้อมมือไปสัมผัส แต่สายตากลับติดหนึบราวกับจะกลืนกินชุดนั้นเข้าไปจริง ๆ
เขาอุทานด้วยความทึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า “นี่ปักด้วยเข็มและด้ายจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“ใช่” ลี่หรงจำเขาได้ เมื่อเห็นว่าเขาเหมือนจะสวมชุดลำลอง ไม่น่าจะใช่ชุดที่ออกแบบ เธอจึงถาม “ผลงานของนายอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ของผมไม่ได้อยู่ที่นี่ อยู่ข้างนอก”
“อืม ทำไมไม่เอาเข้ามาล่ะ?” ทุกคนอยู่ที่หลังเวทีเพื่อแต่งหน้าเตรียมตัวขึ้นแสดง ลี่หรงจึงถามด้วยความสงสัย
“ผมทำชุดสูต เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาว หาเพื่อนมาเป็นนายแบบ แต่เขาเป็นผู้ชายตัวโต ไม่สะดวกจะเข้ามา”
ลี่หรงพยักหน้ารับรู้ “คุณเก่งมาก แต่เหมือนกับว่าจะมีแต่คุณคนเดียวที่ทำชุดสูตใช่ไหม ทำไมไม่ลองออกแบบชุดผู้หญิงดูล่ะ?”
“คุณก็ทำเองสิ” สวีเหมียนยักไหล่ “ผมจะไปเรียกเพื่อนของผมมาเตรียมตัวแล้ว”
อาจารย์อาน่าเดินเข้ามา ตบมือสองครั้ง “ทุกคนพร้อมแล้วหรือยัง งานกำลังจะเริ่มแล้วนะ เร็วเข้าจัดแถวตามหมายเลข แล้วเดินตามที่ซ้อมกันไว้ด้วย เข้าใจกันหรือยัง?”