ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 218 มาเริ่มกันเลยเถอะ
บทที่ 218 มาเริ่มกันเลยเถอะ
ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น หัวหน้าห้องสวีเหยียนกับโจวรุ่นหัวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
โจวรุ่นหัวนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่สวีเหยียนสอบบรรจุเข้ารับราชการ จึงเอ่ยถามว่าผลสอบออกมาหรือยัง
สวีเหยียนส่ายหัว “เพิ่งสอบไปไม่ถึงเดือน คาดว่าต้องรอหลังจากวันตรุษจีนถึงจะรู้ผลครับ”
“แล้วตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ล่ะ?” สวีจิ้งถาม สวีเหยียนหัวเราะ “ที่บ้านมาทำงานที่เมืองหลวง พี่ชายของฉันก็มาทำธุรกิจที่เมืองหลวงด้วย ฉันอยู่ว่าง ๆ ก็เลยไปช่วยงานเขาน่ะ”
เฉิงอิงมองไปที่เวทีด้วยความเบื่อหน่าย “ทำไมยังไม่เริ่มอีกนะ ฉันรอดูลี่หรงแทบไม่ไหวแล้วเนี่ย”
อาจารย์หยวนอายุมากที่สุด แต่ก็ใจร้อนไม่แพ้คนอื่น ๆ “ใช่ รอนานมาก”
อาจารย์หยวนไม่ใช่ที่ปรึกษา แต่ก็เคยสอนพวกเขาอยู่หลายวิชา จึงสนิทสนมกันพอสมควร
“งานจะเริ่มแล้ว” สวีจิ้งใช้ข้อศอกสะกิดเฉิงอิง
เฉิงอิงเผลอนั่งตัวตรง ยืดคอเฝ้าดูบนเวที แน่นอนว่าพิธีกรกำลังพูดอยู่บนเวที
พิธีกรเป็นนนักศึกษาจากสภาของคณะออกแบบ แต่คณะของเฉิงอิงนั้นต่างออกไป และเธอไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสภานักนักศึกษาจึงไม่รู้จักพิธีกรคนนั้น
อย่างไรก็ตามจะอะไรก็ช่างขอแค่เริ่มเร็ว ๆ ก็พอ
พวกเขามาดูลี่หรง ไม่ได้มาดูพิธีกร
พิธีกรพูดคำกล่าวเปิดงานจบ
เสิ่นรั่วหนิงก็ประคองลี่หรงออกมา แล้วเดินไปหาอาจารย์หยวนและคนอื่น ๆ
สวีจิ้งเห็นพวกเธอเป็นคนแรก และรู้สึกประหลาดใจมาก “ลี่หรง? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าเธอต้องขึ้นเวทีหรอกเหรอ?”
คำถามยังไม่ทันจบก็เห็นลี่หรงเดินกะเผลก “ขาเธอเป็นอะไรไป”
ลี่หรงยิ้มเจื่อน “ล้มที่หลังเวทีน่ะ เลยข้อเท้าแพลง”
เฉิงอิงตกใจ “อ้าว แล้วจะทำยังไงล่ะ เธอจะไม่ขึ้นแสดงชุดแล้วเหรอ?”
พวกเขามาที่นี่เพื่อดูลี่หรง ถ้าลี่หรงไม่ได้ขึ้นแสดงก็คงน่าเสียดายแย่
“อยู่ดี ๆ เท้าแพลงได้ยังไง” อาจารย์หยวนไม่เข้าใจ ในความรู้สึกของเขา ลี่หรงเป็นคนสุขุมรอบคอบ ไม่เคยมีข้อผิดพลาดอะไรเลย แต่ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ กลับเกิดเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเธอ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เสิ่นรั่วหนิงก็โกรธ “ไม่รู้ว่าใครเอาลูกปัดไปใส่ไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ลี่หรงเข้าไปก็เลยล้ม ฉันคิดว่าต้องเป็นหัวหน้าห้องของสาขาคนนั้นแน่ ๆ เป็นถึงหัวหน้าห้องยังทำเรื่องแบบนี้อีก น่าขยะแขยงจริง ๆ”
“เอาไว้ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังเถอะ” ลี่หรงตบบ่าเธอเบา ๆ “งานจะเริ่มแล้ว ไปดูการแข่งขันกัน”
โจวรุ่นหัวได้ยินว่าลี่หรงล้ม แต่ในฐานะอาจารย์เขารู้ว่าแม้ลี่หรงจะไม่ได้ขึ้นแสดงด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผลงานของเธอจะไม่ได้รับการจัดแสดงเสียหน่อย เขาจึงถามคำถามสำคัญ “ถ้าเธอไม่อยู่บนเวที ผลงานของเธอจะจัดแสดงยังไง หรือว่าจะไม่จัดแสดงแล้ว”
“ฉันให้รุ่นน้องมาช่วยแล้วค่ะ อยู่ลำดับที่สิบห้าค่ะ”
โจวรุ่นหัวพยักหน้าด้วยความสบายใจ ในฐานะอาจารย์ประจำชั้นของลี่หรง ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลี่หรงพุ่งสูงสุดในช่วงที่ลี่หรงเข้าร่วมการแข่งขันข้ามคณะครั้งนี้ ยิ่งถ้าลี่หรงได้รับรางวัลเขาก็จะสามารถโอ้อวดไปได้ทั้งชีวิต ในอนาคตหากเขาจะได้เป็นอาจารย์ในคณะออกแบบ เวลาเดินเขาก็คงจะลอยได้เลยละ
เขานั่งตัวตรงมองไปที่เวที รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ปี 1982 ประเทศจีนยังไม่มีเครื่องเสียงสำหรับเวทีการแสดงแบบนี้
แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยชิงหัว เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ จึงได้นำเข้าเครื่องเสียงจากต่างประเทศมาตั้งแต่ต้นปี 1982
เครื่องเสียงจากต่างประเทศเพิ่งเข้ามาในจีน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องจัดเลี้ยงและโรงละคร ปัจจุบันมหาวิทยาลัยชิงหัวก็มีแล้วเช่นกัน
แต่มีข่าวลือว่าเป็นของคณะออกแบบเอง ไม่ได้เป็นของมหาวิทยาลัย
เสียงเพลงดังขึ้น หลังจากดนตรีเบา ๆ ช่วงแรกนักศึกษา… โอ๊ะ ไม่ใช่ นางแบบต่างหากที่เดินออกมา
หอประชุมไม่มีเทคโนโลยีแสงไฟที่ทันสมัย แต่มีจุดติดตั้งไฟแบบตายตัว
ใกล้กับที่นั่งผู้ชมมากที่สุด มีหลอดไฟสีขาวที่ทั้งสว่างและใหญ่
นางแบบแต่ละคนเดินไปหยุดที่ด้านหน้าหลอดไฟสีขาวเป็นเวลาสิบกว่าวินาที เมื่อมีคนเดินขึ้นมาบนเวที คนก่อนหน้าจะหันหลังกลับไปยืนที่ด้านหลังเวที รอขั้นตอนต่อไป
ในงานไม่มีช่างภาพมากนัก อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย แต่ก็มีสำนักข่าวบางแห่งนั่งรออยู่ด้านหน้า ใช้กล้องที่มีรูปทรงเหมือนลำโพงเล็งไปที่เวที
การประกวดออกแบบเสื้อผ้าครั้งแรกของมหาวิทยาลัยชิงหัว มีคุณสมบัติพอที่จะขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ได้จริง ๆ
“สวยจังเลย สมกับที่เป็นนักออกแบบจริง ๆ” ลี่หรงได้ยินใครบางคนอุทาน
“เฮ้ นั่นหมายเลขสิบห้าใช่ไหม กำลังมาแล้วนั่นชุดที่เธอออกแบบเหรอ?”
เฉิงอิงกำลังมองหมายเลข เมื่อหมายเลขสิบสี่เดินออกไป เธอก็พูดขึ้นทันที
“อืม ใช่แล้ว”
เฉาเหลียงอวี้สวมชุด ‘เสาเย่าฟูเหริน’ ที่ลี่หรงออกแบบ เธอเดินอย่างมั่นใจด้วยท่าทางที่สง่างาม ดูเป็นมืออาชีพ
เมื่อเดินมาหยุดที่ด้านหน้าหลอดไฟสีขาวขนาดใหญ่ เธอทำตามวิธีการแสดงที่ลี่หรงสอน เอามือเท้าเอวเพื่อเผยให้เห็นชุดกระโปรงเข้ารูปด้านใน จากนั้นยื่นมือขวาออกไปเพื่อให้เห็นดอกโบตั๋นบนแขนเสื้อพร้อมกับหมุนตัวเดินจากไปอย่างช้า ๆ ดอกโบตั๋นที่ปักเต็มหลังก็ปรากฏให้ผู้ชมได้เห็น
ลี่หรงได้ยินเสียงสูดลมหายใจอย่างแรง เสียงที่แสดงความประหลาดใจหรือความชื่นชมดังมาจากรอบ ๆ
“ว้าว ชุดนี้สวยจัง ฉันรู้สึกเหมือนเห็นเจ้าหญิงเลย ชุดแบบนี้คงมีแค่เจ้าหญิงเท่านั้นที่จะใส่ได้”
หญิงสาวข้าง ๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ตื่นเต้นนัก แต่คำพูดของเธอกลับเป็น “พวกเราสามัญชนในที่สุดก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าหญิงแล้ว”
“โอ้โห สวยจริง แต่เฉาเหลียงอวี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นของพวกเธอเหรอ เหมือนว่าเธอไม่ผ่านเข้ารอบไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ช่างเถอะ แค่สวยก็พอแล้ว เดี๋ยวจบแล้วฉันจะถามเธอเอง”
“ดอกไม้เยอะจัง! นี่นางฟ้าบนสวรรค์ลงมาหรือไงเนี่ย!”
“นี่พวกเธอมองเห็นแค่ดอกไม้เหรอ แบบกระโปรงชั้ในนยังมีดีไซน์เลยนะ แล้วเสื้อคลุมด้านนอกก็ดูทันสมัยมากเลย ดูไม่ออกเหรอ” เสียงใครบางคนพูดออกมา
ลี่หรงเหลือบตามองคนคนนั้น ในที่สุดก็เจอคนที่ไม่ใช่แค่หลับหูหลับตาพูดว่า ‘สวย’ สักที
คนนี้ดูจะดูงานเป็นเหมือนกันนะ ลี่หรงรีบหลบสายตา ก่อนที่สาวคนนั้นจะรู้ตัว แล้วฟังเธอสาธยายวิเคราะห์ชุดของลี่หรง ต่อไป…
สวีเหยียนไม่รู้เรื่องการออกแบบเท่าไหร่ แต่พอเห็นชุดนั้นแล้วก็แปลกใจมากเหมือนกัน เดิมทีแค่มาให้กำลังใจลี่หรงเฉย ๆ ไม่คิดว่าเธอจะทำชุดแบบนี้ได้!
เขาไม่เคยเห็นรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย
“สง่างามมาก ดูอลังการ” สวีเหยียนยกนิ้วให้ลี่หรง “แต่ถ้าเธอใส่เอง คงจะโดดเด่นยิ่งกว่า เธอดูโดดเด่นกว่าชุดซะอีก”
ลี่หรงยักไหล่แล้วชี้ไปที่เท้าของตัวเอง “ทำไงได้ล่ะ”
เฉิงอิงกับสวีจิ้งแทบจะไม่พูดอะไรเลย สายตาจ้องไปที่ชุด ‘เสาเย่าฟูเหริน’ ปากก็ชมลี่หรงไม่หยุด “สวยจริง ๆ คณะของเรามีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น!”
อาจารย์หยวนยิ้มอย่างภูมิใจแล้วมองไปที่เวที พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เสี่ยวหรงเป็นคนเก่งจริง ๆ เลยนะ”
อาจารย์หยวนหวังว่าผลงานการออกแบบของลี่หรงจะได้รับการยอมรับจากทุกคน เพราะนอกจากเสิ่นนรั่วหนิงแล้ว เขาเป็นหนึ่งในคนที่รู้ว่าลี่หรงมี ‘ร้านตัดชุด’ อยู่ที่บ้านล้อมลานตั้งแต่ตอนที่เธอยังเรียนอยู่แล้ว
ตอนที่คนอื่น ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมลี่หรงถึงเลือกที่จะทิ้งงานเกี่ยวกับสาขาที่ตัวเองเรียนมาแล้วไปเลือกทำเสื้อผ้า อาจารย์หยวนกลับคิดว่าลี่หรงเป็นคนมีความคิด กล้าลงมือทำ เป็นคนหนุ่มสาวที่มีพลัง
หลังจากที่ลี่หรงเรียนจบมาก็ตั้งบริษัทเองแล้ว อาจารย์หยวนก็เสนอจะร่วมหุ้นด้วย แต่ลี่หรงก็ปฏิเสธไป
ครั้งนี้เข้าร่วมการแข่งขัน ลี่หรงก็บอกอาจารย์หยวนล่วงหน้าไว้แล้ว
อาจารย์หยวนนึกถึงเรื่องนี้ก่อนลี่หรงเสียอีก ว่าจะถูกต่างคณะรังเกียจไหม จึงเสนอว่าจะช่วยไปคุยกับคณบดีของคณะออกแบบให้
แต่ตอนนั้นลี่หรงปฏิเสธ เธอพูดว่าเธออยากทำให้ได้ด้วยตัวเอง
…………………………………………………………………………………………………….
BB0YN0FP