ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 220 เลี้ยงฉลองที่โรงแรมหวงเหอ
บทที่ 220 เลี้ยงฉลองที่โรงแรมหวงเหอ
คนที่ประหลาดใจมากกว่าลี่หรงและพวกเขาก็คือเหล่านักศึกษาในคณะออกแบบ
เมื่อได้ยินชื่อชั้นปีของนักศึกษาที่ชนะเลิศอันดับ 3 ผู้คนในที่นั่งก็เริ่มซุบซิบนินทากัน ไม่คิดว่าคนที่ว่ากันว่ามาจากคณะอื่นจะได้รางวัลจริง ๆ!
และยังเป็นผลงานหมายเลขที่สิบห้าอีก!
ชุด ‘เสาเย่าฟูเหริน’ ที่พวกเขาถกเถียงกันว่าทำไมถึงไม่ได้ที่หนึ่ง จริง ๆ แล้วคือผลงานการออกแบบของนักศึกษาคณะอื่น พอคิดแบบนี้ส่วนหนึ่งของพวกเขาก็เลยไม่ได้รู้สึกไม่เป็นธรรมอีกต่อไปที่ ‘เสาเย่าฟูเหริน’ จะได้อันดับสาม
ทำได้แค่เสียดายเท่านั้น
แล้วคนที่ยืนกรานล่ะจะเป็นอย่างไร อาจารย์อาน่าและคณะกรรมการท่านอื่น ๆ ยังไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย แล้วแค่นักศึกษาอย่างพวกเขาจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ลี่หรงรับรางวัลและเงินรางวัลสองร้อยหยวน
เธอบอกโจวรุ่นหัวและคนอื่น ๆ ว่า “ฉันจองโต๊ะที่โรงแรมหวงเหอไว้แล้ว วันนี้ฉันเลี้ยงทุกคนเองค่ะ”
ลึก ๆ แล้ว หยวนฮุยเหวินก็ดีใจไม่น้อย แต่เขาไม่ได้ไปด้วย “เดี๋ยวคณะจะมีประชุมต่อ พวกเธอไปกินเถอะ”
“ให้พวกเรารอคุณประชุมเสร็จก่อนก็ได้นะคะ” ลี่หรงหวังให้เขาไปด้วย สำหรับลี่หรงแล้ว อาจารย์หยวนไม่ใช่แค่อาจารย์ธรรมดา ๆ ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย เขาช่วยเหลือลี่หรงมาไม่น้อย แล้วยังบอกเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เขาเรียนรู้มาให้ลี่หรงฟังด้วย
เพราะเรื่องร้านผลไม้ ลี่หรงและอาจารย์หยวนจึงสนิทสนมกันมาก
โจวรุ่นหัวก็ไม่ไป เขาอยู่คณะเดียวกับอาจารย์หยวน เขาบอกให้ลี่หรงกับเสิ่นรั่วหนิงไปกันได้เลย “พวกเธอเป็นคนหนุ่มสาวคงมีอะไรคุยกันเยอะและน่าจะสนุกกว่า”
เมื่อเป็นแบบนี้ลี่หรงก็พูดอะไรไม่ได้อีก เธอทำหน้าเสียดาย “คราวหน้าฉันจะเลี้ยงข้าวพวกอาจารย์ที่บ้านแทนนะคะ”
เฉาเหลียงอวี้ได้ยินว่าลี่หรงจะเลี้ยงข้าว เธอก็เลยตามไปด้วยความรู้สึกเศร้าจากการที่ต้องเปลี่ยนชุดก็หายไปหมด
โรงแรมหวงเหอ
สวี่จิ้งมาที่สถานที่หรูหราอลังการเช่นนี้เป็นครั้งแรก ห้องโถงสีทองอร่ามแทบทำให้ตาเธอพร่า เธอเห็นว่าคนอื่น ๆ ไม่ได้แปลกใจหรือตื่นเต้นอะไรมากมาย เธอจึงถามเบา ๆ ว่า “พวกเธอเคยมากันแล้วเหรอ?”
หลังจากได้รับการยืนยัน สวี่จิ้งก็หยุดพูด
ลี่หรงแจ้งชื่อและมีคนพาพวกเขาขึ้นไปที่ชั้นสอง ใกล้หน้าต่างมุมหนึ่ง ซึ่งก็เหมาะสมดี
อาหารเป็นแบบสั่งที่โต๊ะ ลี่หรงเป็นเจ้ามือเลยยื่นรายการอาหารให้พวกเขา “อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะ”
เฉิงอิงเกรงใจจึงพูดว่า “ลี่หรงเป็นเจ้ามือนี่นา ให้เธอเป็นคนสั่งดีกว่า”
สวี่จิ้งเห็นราคาอาหารใบหน้าจริงจังก็ปรากฏแววลังเลอย่างที่ไม่ค่อยเห็น “อาหารที่นี่มีทองคำผสมอยู่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมมันแพงจัง”
“ช่างเถอะ ฉันไม่ได้เลี้ยงพวกเธอทุกวันนะ อีกอย่างวันนี้ฉันใช้เงินรางวัลเลี้ยง มีตั้งสองร้อยหยวนแน่ะ” ลี่หรงพูดด้วยความสบายใจ “ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไร ก็สั่งมาคนละอย่างก็ได้ เอาที่อยากกินนะ เดี๋ยวที่เหลือฉันสั่งเอง”
“งั้นฉันสั่งก่อนนะ” เสิ่นรั่วหนิงไม่ได้ดูเมนูเลย พูดกับคนที่จดรายการอาหารว่า “เอาเป็ดปักกิ่ง น้ำจิ้มถั่วเหลืองต้องเยอะ ๆ”
เมื่อมีคนเริ่ม คนอื่น ๆ ก็ทยอยสั่งอาหารตาม
ลี่หรงดูแล้วก็สั่งปลาและซุปเพิ่ม
ระหว่างรออาหาร เฉาเหลียงอวี้ก็พูดขอโทษลี่หรงอย่างจริงจังอีกครั้ง
ลี่หรงหัวเราะ “ฉันบอกแล้วไง รอให้การแข่งขันจบเรื่องก่อน ๆ ก็ให้มันจบไป ไม่ต้องคิดมาก”
เฉาเหลียงอวี้ถือตะเกียบเขี่ยก้นถ้วยพูดอย่างเซ็ง ๆ “ตอนนั้นฉันเอาแบบของพี่ซ่อนไว้ในลิ้นชักจริง ๆ น้ำนั่นฉันไม่ได้เป็นคนทำจริง ๆ นะคะ พี่จำหัวหน้าห้องของพวกเราได้ไหม?”
“หวังอ้ายเจิน”
“หวังอ้ายเจิน เธอเป็นหัวหน้าห้องของเรา เป็นเพื่อนร่วมห้องและเป็นคนที่ไปรับผลงานกับฉันวันนั้น เธอเป็นคนยุให้ฉันหยิบมา แล้วหลังจากนั้นแบบร่างนั่นก็เปียกน้ำอย่างที่เห็น” เฉาเหลียงอวี้เงยหน้ามองลี่หรงอย่างรวดเร็ว “ฉันคิดว่าเธอเป็นคนทำให้เปียกน้ำ เพราะเธอรู้ว่าฉันวางไว้ที่ไหน แล้วเรื่องที่พี่ลื่นล้มวันนี้ ฉันว่าเป็นไปได้มากที่จะเป็นฝีมือเธอ”
ลี่หรงก็รู้สึกงง ๆ เพราะเธอเองก็ไม่ได้รู้จักกับหวังอ้ายเจินมาก่อน แล้วที่ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ที่ร้านขายเครื่องจักรเย็บผ้า ลี่หรงยังคิดว่าเธอสนใจเพราะลี่หรงลงแข่งขันด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะสนใจลี่หรงตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
พอคิดถึงเรื่องที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ลี่หรงก็รู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าเล็กน้อย
เสิ่นรั่วหนิงโกรธแทนลี่หรงมากที่สุด เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “ดูเหมือนในสาขาพวกเธอจะมีคนดีน้อยมากเลยนะ แม้แต่พวกอาจารย์เองก็เช่นกัน ฉันคิดว่าผลงานของลี่หรงน่าจะได้รางวัลที่หนึ่งได้เลย แต่กลับได้แค่ที่สาม แสดงว่าต้องมีการล็อกผลเอาไว้แน่ ๆ”
เฉาเหลียงอวี้พูดไม่ออก เธอมองว่ารุ่นพี่เสิ่นรั่วหนิงดุดันเกินไปหน่อย รุ่นพี่ลี่หรงยังดูใจดีกว่า
ลี่หรงมองเสิ่นรั่วหนิงที่กำลังโกรธอยู่ “เธอน่ะอย่าโมโหให้มันมากเกินไป ห่วงสุขภาพตัวเองด้วย เรื่องการเเข่งขันคณะออกแบบเป็นคนจัดขึ้น ถ้าฉันได้ที่หนึ่งแล้วพวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ?”
สวีเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว นี่เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว คงพูดได้ว่าคุณหนูตระกูลเสิ่นไม่เคยพบเจออะไรมาก่อน จึงไม่เข้าใจความลำบากในการแข่งขัน”
คุณหนูตระกูลเสิ่นกลอกตามองบน เธอไม่ได้ไม่เข้าใจ แค่บางครั้งก็อดโกรธไม่ได้
อาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว น้ำอัดลมถูกรินลงแก้ว ลี่หรงยกแก้วขึ้น “วันนี้ต้องขอบคุณเหลียงอวี้ที่ช่วยเหลือ ไม่งั้นฉันคงต้องฝืนขึ้นเวทีด้วยขาที่เจ็บอยู่ รวมถึงพวกเธอด้วยที่สละเวลาวันหยุดมาให้กำลังใจฉัน ฉันขอบคุณพวกเธอทุกคนมากจริง ๆ ฉันคิดว่าหลังจากที่พวกเราเรียนจบ ทุกคนคงจะแยกย้ายกันแล้ว มาเถอะ ชนแก้วกันหน่อย”
คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจยกแก้วขึ้นชนกัน
สวีเหยียนเคยเป็นหัวหน้าห้องมาก่อน นอกจากนี้ด้วยเหตุผลจากครอบครัวของเขาด้วย ทำให้เขาเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ดี พูดจาฉะฉานไม่น่ารำคาญ และกระตุ้นให้บรรยากาศบนโต๊ะดูคึกคักยิ่งขึ้น
“ตอนนี้ฉันว่างงานแล้ว ต่อไปนี้คงต้องรบกวนทุกคนด้วยนะ”
เฉิงอิงหัวเราะ “ต่อไปคุณก็คงจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ฉันต่างหากที่เป็นแค่พนักงานธนาคาร ใครจะต้องรบกวนใครก็ยังไม่รู้เลย”
“อ้อ สวี่จิ้ง” ลี่หรงนึกถึงเรื่องตอนอยู่ในหอพักขึ้นได้จึงเรียกเธอ “ไม่ใช่ว่าเธอกลับไปทำงานที่บ้านเกิดหรอกเหรอ?”
สวี่จิ้งยิ้มเจื่อน ๆ “ก็ใช่แหละ แต่พอฉันกลับไปก็พบว่าถึงแม้ฉันจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชิงหัว แต่ที่บ้านก็ไม่มีอนาคตอะไรสำหรับฉัน ก็เลยกลับมาที่นี่อีกครั้ง ฉันได้ยินมาว่าหลิวหลานหลานไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ฉันจึงไม่ได้ติดต่อพวกเธอ ฉันไปแลกเงินที่ธนาคารพอดีได้ยินเฉิงอิงบอกว่าเธอกำลังจะแข่งขันออกแบบชุด ฉันว่างพอดีก็เลยมาดูน่ะ”
“ฉันไม่รู้ว่าเธออยู่ที่เมืองหลวง ไม่งั้นฉันคงต้องเชิญเธอมาด้วยแน่ ๆ” ลี่หรงถามขึ้นอีกว่า “แล้วตอนนี้หางานได้หรือยัง?”
“ได้แล้วล่ะ ที่บริษัทการค้าแห่งหนึ่งน่ะ”
เฉาเหลียงอวี้ถามขึ้นทันใด “รุ่นพี่ไม่ใช่คนที่นี่เหรอคะ? กำลังจะถึงตรุษจีนแล้ว ถึงเวลานั้นจะกลับบ้านไหมคะ?”
ตรุษจีนปีนี้ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้เดือนมกราคมใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
สวี่จิ้งส่ายหน้า “ปีนี้คงไม่ได้กลับบ้านแล้วละ”
“อ้าว” เฉาเหลียงอวี้ยังอยากจะถามอะไรอีก แต่ลี่หรงดึงเสื้อของเธอ ทำให้คำที่กำลังจะเอ่ยออกมานั้นหายวับไป
เธอแอบมองสวี่จิ้งด้วยความระมัดระวัง สีหน้าของอีกฝ่ายไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าเธอได้พูดอะไรไป พูดไปโดนจุดที่ทำให้เจ็บปวดหรือเปล่า
เธอจึงเงียบไปและก้มหน้าไม่พูดอะไรอีก กัดเป็ดปักกิ่งห่อแป้งจี่คำโตเข้าปากไปอร่อยสุด ๆ!
หลังจากนั้นลี่หรงก็คุยกับสวีเหยียนตลอด
เสิ่นรั่วหนิงก็เอ่ยปากบอกเรื่องแต่งงานของตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าเธอท้อง แค่เป็นการแบ่งปันข่าวดีที่เธอกำลังจะแต่งงานอย่างมีความสุข