ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 222 พบกันที่โรงเรียนอนุบาล
บทที่ 222 พบกันที่โรงเรียนอนุบาล
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลี่หรงตื่นเช้ามาเพื่อต้มโจ๊ก
เมื่อแม่จ้าวตื่นขึ้นเธอก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพูดกับลี่หรงอย่างไม่เห็นด้วยนักว่า “ลูกมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย ควรนอนต่ออีกหน่อยก็ดีนะ”
“หนูนอนเพียงพอแล้วก็เลยตื่นค่ะ” ลี่หรงหัวเราะและตักโจ๊กใส่ชามของอันอัน “อีกอย่างวันนี้หนูต้องพาอันอันไปทำเอกสารด้วยนี่คะ”
อันอันได้ยินก็หัวเราะคิกคักแล้วถามว่า “วันนี้แม่จะพาอันอันไปโรงเรียนเหรอครับ?”
“ใช่จ้ะ ไปล้างหน้าแล้วมากินข้าวเช้าได้แล้ว”
อันอันมั่นใจแล้วว่าลี่หรงจะไปโรงเรียนด้วย เขาดีใจสุด ๆ รีบวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อล้างหน้า
อากาศหนาวเย็นทุกเช้าต้องใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ในปีนี้อันอันอายุเจ็ดขวบแล้ว เขาเป็นเด็กดีมาก ล้างหน้าแปรงฟันเองโดยไม่ต้องให้ลี่หรงต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย
ปีนี้คือปีที่สองที่อันอันเข้าเรียน อีกหนึ่งภาคการศึกษาต่อจากเดือนกันยายน อันอันก็จะขึ้นชั้นประถมหนึ่งแล้ว
เมื่อไปถึงโรงเรียนอนุบาลก็มีเด็ก ๆ มากมายเล่นกันอยู่ในสนาม
ลี่หรงสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวน้อยจับมือเธอเอาไว้ มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่วอกแวกสักนิด เหมือนไม่มีความคิดที่จะไปเล่นเลย เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อย จึงย่อตัวลงและสบตากับอันอัน “หนูไม่อยากไปเล่นกับเพื่อน ๆ หรือจ๊ะ?”
อันอันส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ มีเพื่อนที่หนูชอบอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?”
เจ้าตัวน้อยไม่ส่ายหัวหรือพยักหน้า
ลี่หรงแตะที่ใบหน้าของเขา “ไปเล่นเถอะ แม่ไปเองได้จ้ะ”
เด็กน้อยจับมือลี่หรงแน่น “อันอันไม่ไป”
ลี่หรงกำลังจะพูด เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็วิ่งปรี่เข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก “สวัสดีค่ะป้า คุณคือแม่ของอันอันใช่ไหมคะ”
เด็กสาวตัวเล็ก ๆ น่ารักมาก ลี่หรงอดหัวเราะไม่ได้ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ใช่จ้ะ หนูเป็นเพื่อนร่วมชั้นของอันอันใช่ไหมจ๊ะ?”
เด็กสาวตัวเล็กพยักหน้าอย่างแรง จากนั้นหันไปหาอันอัน “มาเล่นด้วยกันเถอะ แม่ของฉันบอกว่าหลังจากวันนี้ก็ปิดเทอมไม่ต้องมาโรงเรียนแล้ว เราจะได้เจอกันอีกทีหลังตรุษจีนเลยนะ”
อันอันมองลี่หรงผู้เป็นแม่คิดว่าเขาจะไปเล่นด้วย จึงมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนรอให้เขาพูด
แต่ไม่คาดคิดว่าเจ้าตัวเล็กจะส่ายหัวอย่างจริงจังราวกับผู้ใหญ่ “ฉันไม่ไป เธอไปเล่นกันเถอะ ฉันจะไปหาคุณครูกับแม่”
ลี่หรงขมวดคิ้วไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองเงียบ ๆ เจ้าตัวเล็กปฏิเสธเด็กสาวตัวเล็กอย่างเย็นชา พร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณ
เธอมองแล้วก็จับผิดไม่ได้ แต่ก็รู้สึกเหมือนเจ้าตัวเล็กดูเป็นผู้ใหญ่เกินไป
เด็กสาวตัวเล็กไม่ได้โวยวายที่ถูกอันอันปฏิเสธ กลับยิ้มให้ลี่หรงแล้ววิ่งกลับไป
หลังจากเข้าไปในตึก ลี่หรงก็ถามอันอัน “ทำไมไม่ไปเล่นล่ะ เดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้วจะไม่ได้เจอเพื่อนนานเลยนะ”
“ไม่เจอก็ไม่เจอ อันอันไม่ได้สนิทกับเธอหรอกครับแม่”
“แล้วเพื่อนสนิทของลูกล่ะจ๊ะ?” ลี่หรงถามต่อ
อันอันเงยหน้า “เพื่อนสนิทของผมไม่รู้ว่ามาหรือยังครับ”
ยังดีที่มีเพื่อน ลี่หรงกลัวจริง ๆ ว่าเขาจะไม่มีเพื่อน และเริ่มคิดทบทวนว่าเธอละเลยกับการเติบโตของเจ้าตัวเล็กไปรึเปล่า
พอคิดกลับไปเจ้าตัวเล็กก็เคยเล่าเรื่องเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนให้ที่บ้านฟัง บอกว่าพวกเขายังยืมยางลบกันด้วย
แต่ลี่หรงคิดไปคนละทางเพราะความนิ่งเฉยเกินเหตุของเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่จะมีเด็กที่ไหนที่ไม่ชอบเล่นบ้างล่ะ
เธอมีสีหน้าที่อ่อนโยน จูงมือเจ้าตัวเล็กเดินไปพลางถามไปว่า “เพื่อนของลูกชื่ออะไรจ๊ะ?”
“มีหยางหยาง แล้วก็เสี่ยวเป่าครับ”
มีเพื่อนสนิทสองคนก็ดีเหมือนกัน
ลี่หรงไม่ถามอะไรเพิ่มเติม พอดีเดินมาถึงห้องทำงานของครูแล้ว
ตั้งแต่อันอันเริ่มเข้าเรียนจนถึงตอนนี้ ไม่เคยเปลี่ยนชั้นเรียนเลย หัวหน้าห้องเป็นครูผู้หญิงอายุสี่สิบกว่า ๆ นามสกุลหลิว
หลิวหยวนมองเห็นลี่หรงก็ทักทายเธอ เธอยังมีผู้หญิงอีกสองสามคนที่กำลังพูดคุยหรือเขียนอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าเธอ
ลี่หรงจูงมือเจ้าตัวเล็กเดินเข้าไป เจ้าตัวเล็กก็เรียกครูหลิว
คุณครูหลิวยิ้ม “อ้าว สวัสดีจ้าอันอัน วันนี้ใครพามาที่โรงเรียนล่ะ?”
“แม่พามาครับ”
คุณครูหลิวย่อมรู้จักลี่หรง แต่ว่าคุณครูในโรงเรียนอนุบาลชอบพูดกับเด็ก ๆ แบบนี้ เธอก็ชมเจ้าตัวเล็กไปอีกหลายประโยค คุณครูในโรงเรียนอนุบาลนี่เก่งที่สุดในการชมเด็ก ๆ เลยละ
ชมเสร็จก็ให้เจ้าตัวเล็กออกไปหาเด็ก ๆ คนอื่นปล่อยให้คุณแม่เขียนข้อมูลที่นี่ได้
เจ้าตัวเล็กเงยหน้ามองหลิวหยวน “อันอันไม่อยากออกไปเล่นข้างนอก อยู่เล่นตรงนั้นได้ไหมครับ?” เขาชี้ไปที่มุมหนึ่งในห้องทำงานที่มีของเล่นอยู่ แล้วพูดต่อว่า “อันอันจะไม่กวนคุณครูหรอกครับ”
มุมเล็ก ๆ นั้นวางของเล่นที่ไว้ให้เด็ก ๆ เล่นอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร คุณครูหลิวก็พยักหน้า อนุญาตให้เขาไปเล่นได้
ลี่หรงพูดขึ้นมาทันใด “เด็กคนนี้ทำผิดอะไรมาหรือเปล่าคะ หรือว่าเขากลัวคุณครูจะบอกอะไรกับฉันหรือเปล่า”
หลิวหยวนรีบปฏิเสธ “อันอันเป็นเด็กดีตลอดเลย ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยค่ะ”
ลี่หรงขมวดคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าลูกชายเชื่อฟังมากเกินไปก็ไม่ดี แต่เธอคิดดูอีกที ถ้าเจ้าตัวเล็กดื้อหรือซุกซนมากเธอก็คงจะรำคาญ
แต่เด็ก ๆ ต้องซุกซนบ้างถึงจะสนุก
เดี๋ยวพอถึงเวลาที่จ้าวชิงซงมา เธอจะลองปรึกษากับเขาดู
อีกสามคนหนึ่งเป็นคุณครู อีกสองคนเป็นผู้ปกครองนักเรียน
แต่ลี่หรงไม่รู้จัก เจ้าตัวเล็กก็ไม่รู้จักเลยไม่ได้พูดอะไรมาก
ถ้าคนแปลกหน้าไม่พูดก่อน ลี่หรงก็แทบจะไม่เริ่มพูดก่อนด้วยซ้ำ แล้วก็เห็นว่าผู้หญิงสองคนนั้นคุ้นเคยกันดีแล้ว กำลังพูดคุยกับคุณครูอยู่อย่างออกรส
ลี่หรงกรอกข้อมูลตามคำแนะนำของคุณครูหลิว จากนั้นก็จ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เมื่อทำเรื่องเสร็จแล้ว ลี่หรงก็คุยกับคุณครูหลิวสักพัก อีกฝ่ายก็ยังคงกล่าวชมว่าอันอันฉลาดหัวไว…
ผู้ปกครองที่ทำเรื่องเสร็จแล้วแต่ละคนสามารถนำหนังสือนิทานชุดหนึ่งกลับไปเป็นการบ้านช่วงปิดเทอมของเด็ก ๆ ได้
หนังสือนิทานแม้จะเป็นหนังสือสำหรับเด็กอนุบาลในวัยนี้ แต่เด็กตัวเล็ก ๆ เหล่านั้นจะรู้จักคำศัพท์ได้กี่คำกัน
ถึงเวลาก็ต้องให้ผู้ปกครองพาลูก ๆ อ่านหนังสือเหล่านั้นอยู่ดี
หนังสือนิทานเหมือนจะต้องเสียเงิน ลี่หรงเพิ่งสังเกตเห็นตอนกรอกข้อมูลเมื่อสักครู่เธอเลยดูอีกครั้งก็เห็นว่ามีค่าใช้จ่ายสำหรับหนังสือนิทานจริง ๆ
ลี่หรงหยิบของที่ได้มาทั้งหมดแล้วเรียกอันอัน “ไปกันเถอะอันอัน กลับบ้านกันจ้ะ”
เจ้าตัวเล็กวางของเล่นในมือลง เดินมาหาเธอแล้วก็จับมือลี่หรง “เราจะกลับแล้วเหรอครับแม่?”
“กลับสิจ๊ะ หรือว่าอยากเล่นที่นี่ต่อล่ะ?” ลี่หรงมองเขา “ถ้าอยากเล่นต่ออีกหน่อยก็ได้นะ เล่นเสร็จเราค่อยกลับบ้านก็ได้นะ”
เจ้าตัวน้อยยังไม่ทันได้ตอบกลับ ก็มีแม่ลูกคู่หนึ่งเดินสวนมาพอดี
เด็กชายตัวน้อยเมื่อเห็นอันอันก็ตาเป็นประกายรีบวิ่งพรวดพราดปล่อยมือผู้หญิงคนนั้นตรงเข้ามา แล้วหยุดกึกฉับอยู่ตรงหน้าลี่หรงกับอันอัน ด้วยรอยยิ้มไร้ฟันซี่หนึ่ง “อันอันมาแล้วเหรอ?”
ในที่สุดอันอันก็เผยรอยยิ้มออกมา พร้อมพยักหน้าอย่างแรง “อื้ม”
“เอ๊ะ!” ผู้หญิงคนนั้นจ้องมองลี่หรงด้วยสายตาเปี่ยมสุข ใบหน้ากลมป้อมมองไปที่ลี่หรง “คุณใช่คนที่ช่วยชีวิตลูกฉันไว้ที่โรงแรมหวงเหอเมื่อคืนใช่ไหมคะ?”
ลี่หรงจึงคิดได้ว่า ทำไมจึงรู้สึกคุ้นหน้าแม่ลูกคู่นี้ ที่แท้ก็คือคนที่เจอเมื่อคืนนี่เอง แต่ผู้หญิงคนนี้ทาแป้งหนาและทาปากสีแดงเข้มจนลี่หรงจำไม่ได้