ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 226 ลี่หรงมีเรื่องทะเลาะวิวาท
บทที่ 226 ลี่หรงมีเรื่องทะเลาะวิวาท
“หนึ่งพันเหรอ?!” จั๋วเหวินอี้ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกสุดในโลก “พวกแกนี่มันชั่วช้าสิ้นดี!”
เมื่อลุงหลี่พาคนมาอาละวาดแล้ว เขาก็คงไม่รู้สึกอับอายจากคำด่าของจั๋วเหวินอี้แน่ ๆ
แต่ตรงกันข้าม เขากลับโกรธจนหน้าแดงก่ำจากคำพูดของอีกฝ่าย ลุงหลี่เงยหน้าพูดต่ออย่างหน้าด้าน ๆ “ถุ้ย! คนเห็นแก่ตัว พอมีเงินก็อยากจะเขี่ยเราทิ้ง รีบเอาเงินมาซะ ไม่งั้นพวกเราจะมาอาละวาดทุกวัน!”
คำพูดนี้มันเหมือนกับนักเลงหัวไม้ชัด ๆ!
ลี่หรงมองจนตาค้าง ถึงจะไม่รู้ว่าจั๋วเหวินอี้มีความเป็นมาอย่างไรกับครอบครัวนี้ และไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด แต่ลี่หรงรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงอยากรีบขายบ้าน
ก็เพื่อต้องการหนีให้ไกลจากคนพวกนี้ยังไงล่ะ
ลี่หรงดึงลี่รุ่ยจือ แล้วมองไปที่เขา “ไป”
ทั้งสองเพิ่งเตรียมจะเดินออกไป ก็ถูกลุงหลี่ขวางไว้ “พวกแกสองคนมาดูบ้านใช่ไหม ฉันขอเตือนพวกแกไว้ก่อนนะ อย่าได้มาขัดขวางเรื่องดี ๆ ของฉัน ไม่งั้นพวกเราจะมาที่นี่ทุกวัน!”
ลี่หรงไม่พูดอะไรเพียงแต่เดินหลบเขา มือก็ถูกคว้าไว้ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงห้าว ๆ “นี่! สาวน้อย ฉันกำลังพูดกับเธออยู่นะ ทำไมถึงไม่ตอบห๊ะ!”
“ปล่อยนะ!”
ลี่รุ่ยจือหันกลับไปมองชายคนนั้นที่กำลังจับมือของน้องสาวเขา มืออีกข้างก็ยกขึ้นสูงเตรียมจะตบเธอ เขารีบเดินกลับไปเตะชายคนนั้นอย่างเต็มแรง
ทหารที่ปลดประจำการล้วนแต่ผ่านการฝึกมาแล้ว ลุงหลี่ไม่ทันระวัง จึงล้มก้นจ้ำเบ้าไป
“โอ๊ย!” ลุงหลี่คลำก้นด้วยความเจ็บปวด “ไอ้เวรเอ๊ย แก!”
หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกผู้ชายตรงข้ามก็พุ่งเข้ามาต่อสู้กับลี่รุ่ยจือ ตอนนี้สถานการณ์วุ่นวายไปหมด
“พี่สาม อย่าสู้กับพวกเขาเลย” ลี่หรงร้องตะโกนบอกผู้เป็นพี่
ครอบครัวนี้ไม่รู้ว่าได้นัดแนะกันมาหรือเปล่า สีหน้าของลี่หรงดูไม่สู้ดี เธอคงสู้ไม่ได้แน่ ต้องออกไปหาคนมาช่วย แต่เธอยังไม่ทันจะวิ่งออกไป ก็ถูกผู้หญิงร่างใหญ่สองคนคว้าตัวเอาไว้
“ผู้หญิงคนนี้จะออกไปตามคน จับตัวเธอไว้!”
ลี่หรงถูกกระชากผม เธอเจ็บจนแทบทนไม่ได้ พวกนี้มันมาจากไหนกันนะ!
ยังดีที่พวกเธอแค่คว้าตัวลี่หรงไว้ ไม่ได้ลงมือทำร้าย ลี่หรงพยายามดิ้นสุดแรง “ปล่อยนะ อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!”
ลี่หรงแรงเยอะอยู่ไม่น้อย หลังจากที่เธอสะบัดตัวออกจากผู้หญิงสองคนนั้นได้พวกเธอก็ไม่สามารถจะควบคุมตัวลี่หรงไว้ได้อีก ลี่หรงพุ่งชนผู้หญิงคนหนึ่งที่คว้าแขนเธออย่างแรง จนอีกฝ่ายร้องโอดโอย แล้วก็ไปดึงผมของผู้หญิงอีกคนที่วิ่งเข้ามาหาเธอ
“แกกล้าดึงผมฉันเหรอ!” หญิงอ้วนคำรามเหมือนสิงโตตัวเมียที่กำลังโกรธ “ฉันจะจัดการแกให้ได้!”
ฝ่ามือใหญ่และหยาบของหญิงอ้วนฟาดลงมา ลี่หรงหลบได้ทันแต่คางของเธอก็พลาดโดนไปนิดหน่อยจนแดงขึ้นมาทันที
เจอกับพวกปากตลาดแบบนี้ ลี่หรงก็ขี้เกียจจะพูดดีด้วย
เธอหายใจหอบ หากโดนก็โดน เธอจะไม่ยอมเสียเปรียบแน่ ๆ เธอยกศอกขึ้นมากันไว้ที่หน้าอก แล้วพุ่งเข้าไปชนจนหญิงอ้วนล้มลงไปนั่งกับพื้น
เธอนั่งทับหน้าท้องของหญิงอ้วนเอาไว้ กัดริมฝีปากแน่น มือข้างหนึ่งก็คว้ามือผู้หญิงอีกคนที่พยายามจะขัดขืนเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ฟาดเข้าที่หญิงอ้วนจนมึนไปเลย
ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังคงมึน ๆ อยู่ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ทำไมถึงได้…แรงเยอะขนาดนี้
เธอรีบกลืนน้ำลายลงคอ
หญิงอ้วนเห็นเธอแล้วก็ยิ่งโกรธ เธอตะโกนเสียงหลง “พี่สะใภ้รอง! ยืนทำอะไรอยู่ล่ะ มาช่วยฉันหน่อยสิ!”
หญิงคนนั้นถึงได้สติ รีบวิ่งเข้ามาจะมาจับลี่หรงขึ้น
ลี่หรงหันขวับแล้วก็จ้องเธอด้วยสายตาที่ดุร้าย เธอพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “ไปให้พ้น!”
ลี่หรงมีปฏิสัมพันธ์กับสตรีชั้นสูงอยู่เสมอ และเธอเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจ ท่าทีของเธอจึงค่อนข้างน่าเกรงขามอยู่มาก หญิงสาวที่อยู่ในชนบทมาตลอด ไม่เคยพบหญิงสาวที่มีบุคลิกเช่นนี้ เธอตกใจกลัวราวกับได้พบกับเจ้าหน้าที่ชั้นสูง และทำอะไรไม่ถูก
เธอไม่กล้าลงมือจริง ๆ
ใบหน้าของหญิงอ้วนบวมเป่ง แต่ผิวคล้ำมองไม่ออกว่าแดงหรือไม่
เท่าที่ลี่หรงจำได้ เธอไม่เคยทะเลาะกับใครแบบนี้มาก่อน ไม่คิดว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้แรง หญิงอ้วนร้องโอดครวญอยู่ตลอด แต่ยังไม่หยุดปากดี คนคนนี้ดูเหมือนจะเป็นภรรยาของลุงหลี่
“หยุด! หยุดทั้งคู่!”
จู่ ๆ ก็มีกลุ่มตำรวจสันติบาลในเครื่องแบบกรูกันเข้ามาในบ้าน พวกเขามองไปที่กลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดและตะโกน
ตำรวจที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าตะโกนด้วยความโกรธจัด นี่คือเมืองหลวง กลางวันแสก ๆ กลับมีคนทะเลาะวิวาทกัน!
เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นตำรวจสันติบาล ลี่หรงเป็นคนที่มีไหวพริบเร็วที่สุด รีบพลิกตัวลงไปนอนที่พื้นอย่างรวดเร็ว “โอ๊ย!”
แรงกดทับบนร่างกายหายไป หญิงอ้วนลุกขึ้นและพยายามจะกดทับร่างของลี่หรง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลสองนายจับกุมไว้
ตำรวจสันติบาลมาตามคำแจ้งของจั๋วเหวินอี้ พอดีที่บริเวณใกล้เคียงมีสถานีตำรวจ เมื่อได้ยินว่ามีการบุกรุกและทะเลาะวิวาท ก็ส่งเจ้าหน้าที่สองทีมออกมาในทันที
จั๋วเหวินอี้ไปประคองลี่หรง “ขอโทษที่ทำให้พวกคุณเดือดร้อนด้วยนะครับ”
ฝั่งลี่รุ่ยจือก็หยุดเช่นกัน ไม่รู้ว่ามีบาดแผลที่ร่างกายหรือไม่ แต่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด
“ทะเลาะอะไรกัน?” หัวหน้าตำรวจสันติบาลตะโกนถามเสียงเข้ม
ตอนนี้มีตำรวจอยู่ด้วย ทั้งลุงหลี่และคนอื่น ๆ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ในเวลานี้ต่างก็มีท่าทางเลิ่กลั่ก พวกเขาอยากจะหนีก็หนีไม่ได้แล้ว
สองสามีภรรยาสูงอายุที่อยู่บนพื้นลุกขึ้นและยืนพิงกำแพง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลมาถึงแล้ว พวกเขากลัวจนตัวสั่น
ลุงหลี่รีบเช็ดหน้าเช็ดตาและยิ้มประจบ “คุณตำรวจ นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว ผมว่าคุณไม่ต้องลำบากหรอกนะครับ”
“หึ! เรื่องในครอบครัวหัวหมาอะไรกัน!” จั๋วเหวินอี้โกรธจนด่าออกมา และชี้ไปที่ลุงหลี่ “ไอ้พวกอันธพาลพวกนี้ บุกรุกและชิงทรัพย์! แถมยังทำร้ายร่างกายอีก! คุณตำรวจจับพวกมันเข้าคุกไปกินข้าวแดงให้หมดนี่เลยครับ!”
ลี่รุ่ยจือถุยเลือดออกมา แม้เขาจะผ่านการฝึกมาก่อน แต่หมัดเปล่าก็สู้สี่มือไม่ได้ เขาคนเดียวสู้กับพวกอันธพาลที่ทำงานหยาบ ๆ พวกนั้นได้อย่างยากลำบาก
เขาเตะลุงหลี่ไปหนึ่งที เมื่อก่อนหน้านี้คนคนนี้ลงมือหนักที่สุด หลังจากเตะจนเขาล้มลงไปนอนกับพื้น เขาก็พูดออกมาหน้าด้าน ๆ “เรื่องในครอบครัวเหรอ? พ่อของคุณคงไม่มีลูกชายใจดำแบบนี้หรอก”
ขนาดมีตำรวจอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ยังไม่หยุดทะเลาะกันอีก
ตำรวจสันติบาลถึงกับโกรธ “เลิกเถียงกันได้แล้ว! คุมตัวไปให้หมด!”
จั๋วเหวินอี้ก็ถูกพาตัวไปด้วย
กลุ่มคนที่ถูกพาไปยังสถานีตำรวจ โดยทั่วไปแล้ว พวกที่ทะเลาะวิวาทแบบนี้ จะถูกแยกกันสอบปากคำ
แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม มีทั้งคนแก่เด็ก ๆ ถ้าจะพูดไปแล้วก็ดูเป็นเรื่องในครอบครัวจริง ๆ
ลี่หรง ลี่รุ่ยจือและจั๋วเหวินอี้ยืนอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งคือครอบครัวนั้น
ในห้องมีคนน้อย ตำรวจกับลูกน้องอีกสองสามคนกำลังสอบปากคำอยู่ที่นั่น
เริ่มจากถามชื่อและความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อน
หลังจากแยกแยะความสัมพันธ์ได้แล้ว สีหน้าของตำรวจคนนั้นก็ไม่ดี เดินไปหาลุงหลี่ “พวกคุณไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย ยังกล้าพูดว่าเป็นเรื่องในครอบครัว กล้าหลอกแม้กระทั่งตำรวจด้วย?”
ลุงหลี่หัวเราะแล้วพูดออกมาอย่างหน้าด้าน ๆ “เมื่อก่อนจั๋วเหวินอี้ถูกไล่ให้ไปอยู่ที่ชนบท พ่อแม่ของผมก็ยังดีกับเขาเหมือนกับลูกชาย ดังนั้นการที่จะบอกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ไม่น่าแปลกใช่ไหมครับ?”
จั๋วเหวินอี้รีบพูดขึ้นทันที “คุณตำรวจอย่าไปฟัง เขาพูดจาเหลวไหล ผมได้ตอบแทนพวกเขาไปแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาก่อกวนผม เขายังบอกด้วยว่าถ้าผมไม่ให้เงินคนละหนึ่งพันหยวน เขาจะมาป่วนและทำลายบ้านผมด้วย”