ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 227 พบเสิ่นหมิงโจวที่สถานีตำรวจ
บทที่ 227 พบเสิ่นหมิงโจวที่สถานีตำรวจ
ตำรวจหันไปถามลุงหลี่ “ที่เขาพูดเป็นความจริงไหม?”
ลุงหลี่ก็ตอบอย่างมั่นใจ “ถูกแล้ว บ้านหลังนั้นเขาขายได้เป็นแสน แค่แบ่งให้พวกเราบ้างนิดหน่อยจะเป็นไรไป? เมื่อก่อนพ่อแม่ของผมก็เคยช่วยเหลือเขาไว้นะ!”
ช่างเป็นคนไร้ยางอายที่สุด!
จั๋วเหวินอี้โกรธจนปากสั่น คนที่มีการศึกษาอย่างพวกเราสู้กับพวกอันธพาลไม่ได้จริง ๆ
หัวของเขาตื้อไปหมด เขาพูดด้วยความแค้น “พอได้แล้ว! อย่ามาพูดเรื่องที่เคยช่วยผมอีก! ผมไปอยู่ต่างจังหวัดแค่ไม่กี่ปี ลุงหลี่กับป้าหลี่ก็แค่เอาอาหารกับเสื้อผ้ามาให้ไม่กี่ครั้ง! แล้วก็จ่ายเงินให้แล้ว! ผมรู้สึกขอบคุณที่พวกเขายอมเสี่ยงอันตรายมาส่งของให้ พอกลับมาที่เมืองหลวง ผมก็พาพวกเขามาอยู่ด้วย แล้วแม่ของเขาก็ยังมารังแกภรรยาของผมอีก แม่ของผมยังใจดีให้เงินตั้งห้าร้อยหยวน ส่งพ่อแม่ของพวกคุณกลับชนบทอย่างดี แล้วพวกคุณยังมีหน้ามาขอเงินกับผมได้ยังไงกัน!”
เมื่อครู่ลี่หรงได้ยินพวกเขาพูดกันแล้ว เดี๋ยวนี้ยิ่งชัดมากขึ้น ครอบครัวนี้หน้าหนา ไร้ยางอาย ต้องการจะรีดไถเงิน
จู่ ๆ ลี่หรงก็พูดขึ้น “ฉันไม่สนใจว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ยังไง คุณตำรวจคะฉันไม่รู้จักพวกเขาเลย ฉันกับพี่ชายของฉันเราแค่ไปดูบ้าน คนพวกนี้ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วก็มาทำร้ายพวกเรา ฉันกับพี่มีกันแค่สองคน ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ คนพวกนี้เป็นพวกอันธพาล พวกเขาควรจะถูกจับไปเข้าค่ายแรงงาน เพื่อกำจัดอันตรายต่อสังคม!”
ใบหน้าเดิมของลี่หรงขาวผ่อง แต่ตอนนี้เส้นผมของเธอพันกันยุ่งเหยิงและคางก็แดงเป็นจ้ำ บนใบหน้าไม่รู้ว่าถูกขูดขีดจนเป็นแผลเมื่อไหร่ ตอนนี้บวมเป็นรอยแดง
มันดูน่าตกใจมาก
และเธอยังพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและมีเหตุผลอีกด้วย แค่มองก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่มีความรู้และมีการศึกษา
ตำรวจพยักหน้า หญิงอ้วนกรีดร้อง “คุณตำรวจอย่าไปฟังผู้หญิงคนนั้นนะ เธอพูดจาเหลวไหล! เมื่อกี้เธอยังจับฉันต่อยจนหน้าบวมไปหมดแล้ว!”
ตำรวจเหล่ตามองเธอ เธอดูสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าลี่หรงเสียอีก ลี่หรงที่ตัวผอมบางจะไปจับเธอต่อยได้อย่างไร!
ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่เขาพาคนเข้าไปในบ้าน ลี่หรงนอนอยู่บนพื้น หญิงอ้วนคนนี้ยังพยายามจะไปนั่งทับลี่หรงอยู่เลย!
แล้วลองดูหน้าของเธอสิ บวมตรงไหนกัน?
ใบหน้าสีคล้ำของเธอแค่กลม ไม่ได้ดูบวมแต่กลับดูอ้วนต่างหาก
ลี่หรงตัวเล็กแค่นั้นจะไปทำร้ายหน้าเธอจนใบหน้าบวมได้อย่างไร
ตำรวจทำหน้างง ๆ มองผู้หญิงที่กำลังคิดจะแกล้งให้เขาดูเป็นคนโง่ แล้วหันไปมองลี่หรง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย “คุณลี่หรง อย่าเป็นห่วงเลยครับ เราจะคืนความเป็นธรรมให้คุณเอง”
ลี่รุ่ยจือเบือนสายตาไปอย่างไม่พอใจ ทันใดนั้นก็เห็นคนคุ้นเคยคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก กำลังจะเดินผ่านห้องโถงไป
“แย่แล้ว!”
ลี่รุ่ยจือหายใจเข้าลึก ๆ รีบหันหลังไป ในใจมีแต่ความคิดเดียวว่าอย่าเห็นฉันเลยนะ!
ลี่หรงสังเกตเห็นท่าทางที่แปลกไปของเขาและถามว่า “พี่เป็นอะไรไป?”
ลี่รุ่ยจือพยายามส่งสัญญาณให้เธอ พร้อมกับเอื้อมมือไปหมุนตัวลี่หรงให้หันไปทางอื่นแล้วกระซิบ “อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ”
ตำรวจเห็นหัวหน้าก็ยิ้มแย้มแล้วทักทายว่า “สวัสดีครับท่านรองผู้บังคับการเสิ่น”
เสิ่นหมิงโจวเดินเข้ามาพร้อมกับเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ทั้งชายหญิงคนแก่และเด็ก เขานึกว่าเป็นเรื่องของครอบครัวเลยไม่ได้สนใจจะซักถามอะไรมาก แต่พอได้ยินเสียงทักทายจากลูกน้องก็เงยหน้าขึ้น แล้วพยักหน้ารับ แล้วกำลังจะละสายตา แต่ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างที่คิดถึงในใจ
เขาหยุดชะงัก “ลี่หรง?”
ลี่หรงได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอก็หันกลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว “เสิ่นหมิงโจว?”
เธอหันไปมองลี่รุ่ยจือ ก็เลยเข้าใจว่าทำไมเมื่อกี้ถึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็เพราะว่าเจอว่าที่พี่เขยในอนาคตน่ะสิ
มันก็สมควรจะหลบจริง ๆ ยังไม่ทันจะซื้อบ้าน แล้วก็มาทะเลาะกับคนอื่นแบบนี้ ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูเสิ่นหย่วนเทาคงเกิดเรื่องใหญ่แน่ ๆ
จู่ ๆ ลี่หรงก็รู้สึกอยากดูอะไรสนุก ๆ สักหน่อย เธอเรียกพี่ชายแล้วพูดด้วยความตั้งใจว่า “ไม่ต้องกลัวไปหรอก เรามีคนหนุนหลังอยู่”
ลี่รุ่ยจือไม่ได้กลัวพวกนั้นเลย และไม่ต้องการให้ใครมาหนุนหลังด้วย
โดยเฉพาะเสิ่นหมิงโจว
เพียงแค่นึกถึงตอนเขากลับเข้าบ้าน แล้วไปบอกว่าที่พ่อตาของลี่รุ่ยจือ คิดด้วยนิ้วเท้าก็รู้ว่าพ่อตาในอนาคตต้องมีเรื่องติอีกแล้ว
เขาแค่อยากแต่งงานทำไมมันยากจังนะ!
เขาปวดหัวมากรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังแกล้งเขาอยู่
เสิ่นหมิงโจวก้าวเท้าเข้ามาเห็นรอยแผลบนใบหน้าลี่หรง สีหน้าไม่ค่อยดีนัก “เกิดอะไรขึ้น ใครตีเธอ?”
เหมือนเขาเพิ่งสังเกตเห็นลี่รุ่ยจืออยู่ข้าง ๆ จึงถามเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“นายมาทำอะไรที่นี่ ยังจะมาต่อยตีกับคนอีก นายจะได้เป็นพ่อคนแล้วนะ ยังจะหุนหันพลันแล่นอีก”
ลี่รุ่ยจือตอบแบบเกรง ๆ “พี่เขยครับ พวกเขาลงมือก่อนนะ”
“ใครเป็นพี่เขยนาย” เสิ่นหมิงโจวซ่อนมือไว้ข้างหลัง “อย่ามั่วมานับญาติกับฉัน”
คำพูดนี้ราวกับว่าเสิ่นหมิงโจวภาคภูมิใจในตัวเองซะเหลือเกิน เขาชอบลี่หรง ถ้าลี่หรงยังไม่แต่งงานก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นพี่เขยของใครกันแน่
ตั้งแต่ลี่หรงพูด ตำรวจคนนั้นก็ตกใจมาก ผู้หญิงคนนี้กล้าเรียกชื่อรองผู้บังคับการของพวกเขาเลยนะ!
คำพูดของทั้งคู่ดูคุ้นเคยกันมากด้วย!
แล้วลี่รุ่ยจือ ยังเรียกรองผู้บังคับการเสิ่นว่าพี่เขย โอ้โห! ความสัมพันธ์นี้แม้จะยังแยกไม่ออกในทันทีแต่ตำรวจหนุ่มก็ไม่โง่ เขาต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแน่
ลี่หรงกับลี่รุ่ยจือเป็นพี่น้องกัน รองผู้บังคับการของพวกเขาก็โสด โอ้โห แล้วแบบนี้รองผู้บังคับการจะไม่ใช่แฟนของเธอได้อย่างไร
ตำรวจหนุ่มดันไปจับแฟนสาวของรองผู้บังคับการมา!
ทั้งตัวเขาเย็นเฉียบ เหงื่อไหลซึม เมื่อนึกถึงตอนนี้ โชคดีที่เขาไม่ได้ทำอะไรที่ไม่เคารพลี่หรง
เขาจึงโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง
ที่จริงแล้วคำพูดเมื่อครู่ของลี่หรงเป็นการแกล้งพูดหยอกลี่รุ่ยจือเฉย ๆ พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ร้ายแรง และก็ไม่จำเป็นต้องหาคนหนุนหลัง ถ้าเสิ่นหมิงโจวไม่ปรากฏตัว เธอก็คาดการณ์ว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับบ้านได้แล้ว
และเธอก็รู้ดีว่าเสิ่นหมิงโจวมีใจให้เธอ เธอไม่อยากรบกวนเสิ่นหมิงโจว และไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเห็นเธอก่อน เธอก็คงจะหลบเลี่ยงเหมือนกับลี่รุ่ยจือ
ลี่หรงยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรมากหรอก เดี๋ยวก็คงจะจัดการเสร็จแล้ว คุณไปทำธุระของคุณเถอะค่ะ”
เสิ่นหมิงโจวรู้ว่าลี่หรงไม่เต็มใจจะพูด รู้ดีถึงจิตใจของลี่หรง สีหน้าของเขาจึงเศร้าหมอง เมื่อลี่หรงไม่เต็มใจจะพูด เขาก็เลยถามคนอื่น สายตาของเขาจึงไปหยุดอยู่ที่นายตำรวจคนหนึ่ง “เสี่ยวเหอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
สารวัตรเหอรู้สึกแน่ใจแล้วจึงเข้าไปหาเสิ่นหมิงโจว “ท่านรองเสิ่น พวกเขาเพิ่งจะทะเลาะกันครับ ผมเลยพาตัวกลับมา บาดแผลที่ใบหน้าของคุณลี่หรงน่าจะเป็นฝีมือของพวกนั้นครับ”
เสิ่นหมิงโจวรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลามีบุคลิกที่โดดเด่น แม้แต่สารวัตรที่พาตัวพวกเขากลับมาก็ยังให้ความเคารพอย่างที่สุด ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นผู้นำใหญ่ของสถานีตำรวจ เหล่าคนของลุงหลี่รู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
สารวัตรเหอเล่าข้อมูลทั้งหมดที่เขาเพิ่งจะได้รับรู้ให้เสิ่นหมิงโจวฟัง
เมื่อมีเสิ่นหมิงโจวอยู่ เรื่องราวก็ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว พวกผู้ชายและลุงหลี่ที่ลงมือก่อเหตุจะต้องถูกขังในสถานีตำรวจเป็นเวลาสิบวัน ส่วนผู้หญิงจะต้องไปเรียนและทบทวนความคิดเป็นเวลาสามวัน
เด็กและคนแก่สามารถกลับบ้านได้
ลี่หรงกับลี่รุ่ยจือมองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง ไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องขอบคุณเสิ่นหมิงโจว
เสิ่นหมิงโจวแสดงความเป็นห่วง “ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูนะครับ ที่หน้าของคุณต้องทายา”
…………………………………………………………………………………………………………………………….
PEY8T5KG