ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 230 จ้าวชิงซงถึงบ้านแล้ว
บทที่ 230 จ้าวชิงซงถึงบ้านแล้ว
อู๋ชุนฮวาทำเป็นไม่ได้ยิน เร่งฝีเท้าเดินตรงออกไป
เหมยจีอวี้และคนอื่น ๆ ก็ไปขวางประตูตามคำสั่งของลี่หรง
อู๋ชุนฮวาหันกลับมามองลี่หรงอย่างตื่นตระหนก “เธอจะทำอะไร! นี่มันผิดกฎหมายนะ!”
ลี่หรงเลิกคิ้วขึ้น “ผิดกฎหมายงั้นเหรอ? งั้นเมื่อกี้ที่คุณบุกรุกเข้าบ้านฉัน พังข้าวของของฉัน นั่นเหมือนถึงการปล้นทรัพย์ในบ้านหรือเปล่า? ฉันจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจข้อหาปล้นทรัพย์ จับคุณเข้าคุก!”
“ไม่นะ ฉันไม่ได้เอาอะไรไปนะ!” อู๋ชุนฮวาร้อนใจ “ฉันไม่ได้ขโมย!”
วิธีที่จะจัดการกับคนแบบนี้ ก็คือการแจ้งตำรวจ ลี่หรงรู้อยู่แล้วเมื่อหลายปีก่อน
อู๋ชุนฮวาหันหน้าหนี “งั้นก็…งั้นก็ให้ตำรวจมาตรวจสอบ ฉันไม่ได้เอาอะไรไป”
หืม
อู๋ชุนฮวานี่กลับไม่ตกใจกลัวคำพูดของลี่หรงซะงั้น
ตามหลักการแล้วชาวบ้านที่ซื่อสัตย์ทั้งหลายล้วนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับตำรวจหากไม่จำเป็น เพราะนั่นคือที่ที่เอาไว้จับคนร้าย ในสายตาของพวกเขาตำรวจจับแต่คนร้าย และพวกเขาก็ต้องโหดแน่ ๆ ไม่งั้นจะจับคนร้ายได้ยังไง
แม้แต่ในหมู่บ้านถ้ามีเด็กดื้อร้องไห้ ผู้ใหญ่ก็มักจะขู่ว่า ถ้ายังร้องไม่หยุดจะให้ตำรวจจับไป
นี่เป็นความเคารพยำเกรงที่ฝังแน่นมาตั้งแต่เด็ก
ลี่หรงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย อู๋ชุนฮวาก็ไม่ได้กลัวอะไรมากนัก ความตื่นตระหนกบนใบหน้าก็ไม่ใช่การเสแสร้ง
เพียงแต่เธอประเมินความหนาของหน้าอู๋ชุนฮวาน้อยเกินไปอู๋ชุนฮวาผลักเหมยจีอวี้กับคนอื่น ๆ แล้ววิ่งหนีไป
ลี่หรงก็รีบวิ่งตามไปจับมือของอู๋ชุนฮวาแล้วจับตัวเธอกลับมา จากนั้นก็ผลักเธอเข้าไปในบ้าน
“ปิดประตูซะ!”
พวกเหมยจีอวี้ต่างก็ไม่ขยับตัว พลางมองดูกันพึมพำว่านี่มันผิดกฎหมายหรือเปล่า
“เสี่ยวอ้าย!”
“ค่ะ!” หลี่เสี่ยวอ้ายไม่คิดอะไรมาก รีบวิ่งกลับไปปิดประตูทันที
“แกจะทำอะไร!” อู๋ชุนฮวานิ่งเฉยมาก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ความสงบเสงี่ยมหายวับไปหมด เธอรู้สึกตื่นกลัวจริง ๆ
ลี่หรงดูเป็นคนอ่อนโยน อู๋ชุนฮวาคิดว่าเธอเป็นคนเมืองจึงไม่รู้เรื่องเท่าทันเธอ เธอถึงกล้ากระทำการเช่นนี้
แต่เธอไม่คาดคิดว่าลี่หรงจะเป็นคนโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอกลับกลายเป็นคนแรงเยอะที่ไม่สามารถต่อสู้ได้เลย
ลี่หรงกดเธอลงกับพื้นแล้วปล่อยมือ จ้องเธอตาเขม็ง
อู๋ชุนฮวาพูดเสียงดัง “เธอจะทำอะไร! มันผิดกฎหมายนะ ฉัน ฉันจะไปที่สถานีตำรวจแล้วแจ้งความจับเธอ!”
เธอรู้สึกกลัวจริง ๆ!
เธอจำได้ที่เคยดูในทีวี คนร้ายมักจะขังเหยื่อไว้ในบ้าน
แล้วก็ทุบตีต่าง ๆ นานา
ไม่ให้ข้าวให้น้ำ…
แม้กระทั่งตายแล้วก็ยังหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปซ่อนไว้ในห้องใต้ดิน…
อู๋ชุนฮวายิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ข้าง ๆ ยังมีคนเยอะแยะ เธอเห็นใครก็ดูเหมือนจะอยากตีเธอไปเสียหมด เธอกลัวจนร้องไห้โฮ
‘ชิ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ’ หลี่เสี่ยวอ้ายอดหัวเราะไม่ได้
“พอได้แล้ว!” ลี่หรงแคะหูที่ถูกเสียงดังรบกวน “ร้องไห้ทำไม ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย”
ดูเหมือนจะเป็นแค่เสือกระดาษ*[1] ไม่รู้ว่าทำไมหงเซี่ยถึงปล่อยให้เธอมาอาละวาดในบ้านได้นานขนาดนี้
เสือกระดาษอย่างอู๋ชุนฮวาหยุดร้องไห้พลางสูดน้ำมูกไปหนึ่งที เธอมองลี่หรงรู้สึกว่าถ้าเธอยังโวยวายต่อไป เธออาจจะโดนตีจริง ๆ แน่
อู๋ชุนฮวากระเถิบถอยหลัง เธอไม่กล้าเข้าใกล้ลี่หรงมาก ความรู้สึกถูกกดดันมันรุนแรงเกินไป
เธอเอามือดันพื้น “อย่า อย่าเข้ามานะ!”
“ฉันจะไม่เข้าไป” ลี่หรงชี้ไปที่ของกระจัดกระจายอยู่บนพื้น “เก็บขึ้นมา”
“ฉัน…” อู๋ชุนฮวาอยากจะพูดว่าไม่เก็บ แต่พอเห็นแววตาของลี่หรง คำพูดก็ถูกกลืนกลับเข้าไป
มือหยาบทั้งสองข้างรีบเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมา บางเม็ดก็เล็ก ต้องรวมเข้าด้วยกันแล้วใช้สองมือประกบกันจึงจะหยิบขึ้นมาได้
อู๋ชุนฮวาถูกเข็มทิ่มที่มือแต่ก็ไม่กล้าร้อง
คนรอบข้างต่างจ้องมอง แม้ว่าจะเป็นเพียงผู้หญิงกับคนแก่ แต่ดูแล้วก็ดุร้ายทั้งนั้น
ของในตะกร้ามีไม่น้อย เก็บกลับไปทั้งหมดคงไม่เร็ว
ลี่หรงก็ไม่ได้รู้สึกว่าหลี่เสี่ยวอ้ายกับคนอื่นที่มองอยู่จะเป็นการเสียเวลาทำงาน เหมือนให้ทุกคนจ้องมองเธอไปอย่างนั้น
กับคนชั่วแบบนี้ก็ต้องใช้ความชั่วปราบความชั่ว
“เก็บเสร็จแล้ว ฉันไปได้หรือยัง” อู๋ชุนฮวาหันไปมองลี่หรงด้วยความกลัว รอยแดงบนใบหน้าของอีกฝ่ายดูน่ากลัวมาก
ดูเหมือนผู้หญิงในเมืองนี้ก็ไม่ได้จัดการง่าย ๆ นะ
“คราวหน้าถ้ามาอีก ฉันเล่นงานจริง ๆ แน่!” ลี่หรงขู่เธอเล่น ๆ
อู๋ชุนฮวาลุกขึ้นจากพื้นวิ่งเซไปทางประตู
เมื่อถึงประตูเธอก็พบชายร่างสูงคนหนึ่งที่สะพายของพะรุงพะรัง เดินตามมาด้วยเด็กชายอายุประมาณสิบกว่าปี
ชายคนนี้ดูแล้วเหมือนเป็นอันธพาลยิ่งกว่าลี่หรงเสียอีก อู๋ชุนฮวาหลบเขาแล้ววิ่งเร็วราวกับมีผีตามไล่หลัง
“อารอง คนคนนั้นวิ่งทำไมล่ะ?”
“ไม่รู้สิ” จ้าวชิงซงลูบหัวเอ้อร์หนิว “ถึงบ้านแล้วนะ”
เอ้อร์หนิวเงยหน้ามองประตูบ้านล้อมลานขนาดใหญ่ก่อนจะชะเง้อคอมองเข้าไป “ใหญ่จังเลย”
“เข้าไปกันเถอะ”
พวกเขาเข้าไปเงียบ ๆ ลี่หรงและคนอื่น ๆ กำลังนั่งทำงานของตัวเองกันอยู่ จึงไม่ได้สังเกตเห็น
จนกระทั่งคุณยายโม่ออกมาเข้าห้องน้ำ เธอถึงกับตะลึงเมื่อเห็นชายร่างสูงคนนั้น เธอถามว่า “คุณมาหาใคร?”
จ้าวชิงซง “ผมกลับบ้าน”
ลี่หรงได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นพรวด แย่แล้ว! ยังมีรอยที่หน้าอยู่เลย รู้อย่างนี้ทาแป้งมาก่อนก็ดี
หลี่เสี่ยวอ้ายมองลี่หรงด้วยความแปลกใจ “เป็นอะไรไปคะพี่ลี่?”
ลี่หรงถามเธอว่า “มีแป้งไหม เอาไว้แต่งหน้าปกปิดรอยน่ะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายมึนงงเล็กน้อย “ฉันจะไปมีของพวกนั้นได้ที่ไหนกันล่ะคะ”
จากนั้นเธอก็เห็นสีหน้าผิดหวังที่ปรากฏบนใบหน้าของลี่หรงเป็นครั้งแรก เธอขยี้ตาคิดว่าตัวเองมองผิดไป
“ที่รักครับ ที่รักครับ ผมกลับมาแล้ว!”คุณยายโม่ยังไม่ทันถามว่าเขาเป็นใคร ก็ได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนมาจากห้องด้านใน
“เฮ้อ~ อย่าเพิ่งตะโกน ที่รักที่คุณเรียกน่ะเธอเป็นใคร?” คุณยายโม่ไม่รู้ว่าเขาเป็นสามีของใคร หรืออาจจะเป็นสามีที่อายุน้อยกว่าของเหมยจีอวี้ อย่ามาทำแบบนี้นะจะทำให้ลี่หรงเสียหายได้
จ้าวชิงซงเหลือบมองคุณยายโม่ “ลี่หรง อยู่บ้านไหมครับ?”
คุณยายโม่พยักหน้า
จ้าวชิงซงคิดว่าลี่หรงคงไม่ได้ยินจึงตะโกนไปด้วยพร้อมกับเดินไปทางห้องตะวันออก “ที่รักครับ”
ลี่หรงไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เธอส่องกระจกสำรวจเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วดึงแขนเสื้อขึ้นก่อนจะตอบรับและเดินออกไป
เมื่อเธอออกไป เธอไม่กล้าสบตาจ้าวชิงซง “ทำไมไม่โทรมาก่อนล่ะคะ ฉันจะได้ไปรับที่สถานีรถไฟ”
“รับอะไรกัน อากาศหนาวจะตาย”
ปรากฏว่าชายที่เดินเข้ามาเป็นสามีของลี่หรง
หลี่เสี่ยวอ้ายและคนอื่น ๆ ชะโงกหน้าออกมาดูว่าสามีของลี่หรงหน้าตาเป็นอย่างไร
พวกเธอยังไม่เคยเห็นเลย
มีเพียงตอนกินข้าว แม่จ้าวเคยพูดถึงลูกชายคนรองของเธอ ซึ่งก็คือสามีของลี่หรงว่าเขาทำไร่และเลี้ยงหมูในหมู่บ้าน
หลี่เสี่ยวอ้ายและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกใจ ลี่หรงสวยขนาดนี้ แถมยังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชิงหัว ตอนนี้ยังเปิดร้านอีกด้วย
ทำไมถึงแต่งงานกับชาวนาบ้านนอกได้ล่ะ
พวกเธอยังพนันกันด้วยซ้ำว่าในอนาคตต้องหย่ากันแน่ ๆ เพราะฐานะไม่เท่ากัน จะไปกันรอดได้ยังไงล่ะ เพราะตอนนี้พวกเขาก็แยกกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
แต่ตอนนี้ได้เห็นกับตา ไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะดูไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป ทั้งยังสูง หล่อ ถึงแม้ว่าคิ้วและดวงตาจะดูดุไปหน่อย แต่เมื่อมองไปที่ลี่หรง คนที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็สามารถสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน
อืม น่าเห็นใจผู้หญิงจริง ๆ นะ
[1] เสือกระดาษ หมายถึง สิ่งที่ดูน่ากลัวหรือทรงพลัง แต่แท้จริงแล้วไม่มีอันตราย