ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 231 เอากุนเชียงไปฝาก น่าอายเสียจริง
บทที่ 231 เอากุนเชียงไปฝาก น่าอายเสียจริง
รอยยิ้มของจ้าวชิงซงชะงักลง ช่างแตกต่างจากที่เขาคิดไว้เสียเหลือเกิน
ลี่หรงควรที่จะวิ่งเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจเมื่อได้เห็นหน้าเขา เขาก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือแล้ว แต่ทำไมลี่หรงถึงไม่เดินเข้ามาล่ะ?
แถมยังไม่กล้าสบตาเขาอีกด้วย
เขาไม่ได้สงสัยว่าลี่หรงทำอะไรที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเขา ลี่หรงจะไม่ปิดบังต่อหน้าจ้าวชิงซงเลย
เมื่อเห็นลี่หรงหันหน้าหนีอย่างมีพิรุธจ้าวชิงซงจึงเดินเข้าไป จับที่คางของลี่หรงและหันกลับมา “ไหนดูสิ หลบหน้าผมทำไม?”
เมื่อเห็นรอยแดงที่ทอดจากข้างจมูกถึงคาง เขาจึงหรี่ตามอง “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”
“ฉันล้มค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “พอดีขี่จักรยานที่พื้นมีหิมะก็เลยลื่น”
จ้าวชิงซงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ไม่รู้ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
ถ้ารอยพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วละก็ จ้าวชิงซงคงคิดว่าเป็นเพราะการต่อสู้กับผู้หญิงที่เขาพบเมื่อสักครู่ที่หน้าประตู
แต่รอยเหล่านี้ก็ไม่ใช่รอยที่เกิดจากการล้มอย่างแน่นอน
ถ้าล้มก็ต้องมีรอยถลอกอื่น ๆ ด้วย
จากลักษณะแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นรอยขีดข่วนจากอะไรบางอย่าง
แต่ก็เพราะเขาได้เห็นแล้ว ลี่หรงจึงพูดโกหกไปอย่างมั่ว ๆ และไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป
เธอโอบแขนของจ้าวชิงซงแล้วพาเขาเดินไปทางบ้านด้านทิศเหนือ “นั่งรถไฟมานาน คงเหนื่อยแย่สินะคะ หิวหรือเปล่า ฉันจะไปหาอะไรมาให้กินนะคะ”
จ้าวชิงซงก้มลงมองเธอ หญิงสาวหลบสายตาอย่างรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด “เอ่อ เดี๋ยวฉันจะไปเตรียมน้ำร้อนให้คุณไปอาบน้ำแล้วนอนสักงีบรอคุณแม่กับแม่ครัวไปซื้อกับข้าวกลับมา ถ้ากับข้าวเสร็จแล้วค่อยลุกมากินข้าวก็ได้นะคะ”
จ้าวชิงซงรู้ว่าเธอไม่ได้พูดความจริง เขาก็เลยไม่ได้คิดจะบังคับเธอ ข้าง ๆ มีคนมากมาย เขาก็เลยว่าจะรอตอนกลางคืนก่อน
เอ้อร์หนิวมองอารองกับอาสะใภ้รองที่มัวแต่พูดกันอยู่นานแล้วก็ยังเดินหน้าต่อไป เหมือนว่าจะลืมเขาไปแล้วด้วย
เอ้อร์หนิวรีบพูดขึ้น “อาสะใภ้รองครับ”
“หืม?” ลี่หรงหันมาเห็นเอ้อร์หนิว “อุ๊ย! เอ้อร์หนิวก็มาด้วยเหรอ? ทำไมเมื่อกี้ไม่บอกฉันล่ะคะ”
เธอมองจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงกระแอมแล้วพูดว่า “ผมลืมน่ะ”
ลี่หรงปล่อยมือจ้าวชิงซงแล้วเดินไปลูบแก้มเอ้อร์หนิว “หนาวไหมจ๊ะ?”
“ไม่หนาวหรอกครับ ในรถไฟอุ่นมาก”
ลี่หรงจับมือเอ้อร์หนิวที่มีสวมถุงมืออยู่ “เข้าบ้านไปผิงไฟก่อนนะ หิวไหม? เดี๋ยวอาสะใภ้รองทำอะไรให้กินนะจ๊ะ”
“ไม่หิวครับ” เอ้อร์หนิวดูตื่นเต้นแล้วมองซ้ายมองขวา “น้องชายอยู่ไหนครับ?”
“น้องชายอยู่กับคุณปู่ เอาผลไม้ไปขายอยากไปเล่นกับน้องไหมจ๊ะ?”
เอ้อร์หนิวบอกว่าไม่หิว แต่ลี่หรงก็ชงนมให้เขาหนึ่งแก้ว “ดื่มก่อนเถอะจะได้อบอุ่นขึ้น”
เอ้อร์หนิวดื่มอย่างเชื่อฟังแล้วถามว่า “พวกเขาจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอครับ?”
“อาจจะตอนเย็น ๆ หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วให้อารองพาไปนะ”
จ้าวชิงซงนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ท่าทางหมดหวังตั้งแต่ที่ภรรยาเห็นเอ้อร์หนิว เธอเอาแต่ถามไถ่สุขภาพเขาจนลืมที่จะรินน้ำให้เขาเลย
จ้าวชิงซงวางของแล้วนั่งลงบนโซฟา
เขาน้อยใจลี่หรงเสียแล้ว
เธอน่ะคอยคิดถึงชายหนุ่มอยู่เสมอ
จัดการเรื่องของเอ้อร์หนิวเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมามองจ้าวชิงซง ชายหนุ่มพิงอยู่บนโซฟา เห็นเธอหันมามองก็เลิกคิ้วขึ้นราวกับจะสื่อว่า ในที่สุดก็คิดถึงสามีตัวเองแล้วหรือไง
ของเขาย่อมไม่ใช่นมผง แต่ลี่หรงก็ไม่อยากให้เขาดื่มเพียงน้ำเปล่า เธอจึงทำชงนมมอลต์มาให้เขาแทน “ดื่มสิคะ”
จ้าวชิงซงรับแก้วไปแล้วจิบเข้าไปนิดหน่อยก็รีบเอาออก แทบจะอ้วกออกมา “หวานเกินไปแล้ว!”
ลี่หรงจึงรินน้ำเปล่าใส่เพิ่มให้เขา “ลองดื่มอีกทีสิคะ”
เธอโน้มตัวไปดมกลิ่นบนตัวจ้าวชิงซงและก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ที่สถานีรถไฟผู้คนเยอะ กลิ่นบนตัวเลยไม่น่าดมสักเท่าไหร่
เธอตบไหล่จ้าวชิงซง “คุณรออยู่ตรงนี้ห้ามขึ้นเตียงเด็ดขาด เดี๋ยวฉันไปเตรียมน้ำร้อนให้”
“เดี๋ยวผมไปเตรียมเองก็ได้ครับ” จ้าวชิงซงลุกขึ้นยืน
แต่ลี่หรงก็ดันให้เขานั่งลง “นั่งรอตรงนี้แหละค่ะ ไม่นานหรอก”
คุณยายโม่กวักมือให้พวกเธอกลับเข้าไปทำงาน แล้วอย่ามัวแต่มอง
เหมยจีอวี้เห็นว่าคนหายไปหมดแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ดูต่อแล้ว พวกเธอสบตากันและแยกย้ายกันกลับไปทำงานด้วยความคิดที่ต่างกันออกไป
ในตอนแรกหลี่เสี่ยวอ้ายคิดว่าผู้ชายที่คู่กับลี่หรงดูเหมาะสมกันดี แต่พอสังเกตดี ๆ ก็พบว่าจ้าวชิงซงเดินกะเผลกจนเห็นได้ชัด
ในขณะที่ลี่หรงกลับไม่รู้สึกตกใจเลย เธอคงจะรู้เรื่องนี้มานานแล้ว
หลี่เสี่ยวอ้ายคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่คู่ควรกับพี่ลี่หรงของเธอ
ลี่หรงไม่เพียงแต่จ่ายเงินเดือนให้พวกเธอเท่านั้น แต่เธอยังบอกว่าจะช่วยหาโรงเรียนให้เธอได้เรียนในเดือนกันยายนปีหน้าด้วย…
ในสายตาของหลี่เสี่ยวอ้าย พี่ลี่หรงของเธอเป็นคนดีที่สุดในโลก ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะดูดีแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นแค่คนพิการ เขาไม่คู่ควรกับลี่หรง
หลี่เสี่ยวอ้ายหน้าตาเศร้าสร้อย คุณยายโม่กลับมาจากห้องน้ำแล้วเอื้อมมือไปโบกตรงหน้าเธอ “นี่! มีสติหน่อย! มัวคิดอะไรอยู่? เมื่อกี้เย็บผิดแล้วนะ!”
“คุณยาย” หลี่เสี่ยวอ้ายวางผ้าลงบนขา “คุณยายเห็นไหมว่าเท้าของผู้ชายคนนั้นไม่ปกติ”
“เห็นแล้ว” คุณยายโม่เป็นคนที่ผ่านอะไรมามากมาย เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น “แล้วยังไงล่ะ?”
“หนูคิดว่าผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับพี่ลี่หรง”
คุณยายโม่เงยหน้าขึ้นมองเธอ “เฮ้อ~ ทำไมถึงสนใจอะไรแบบนี้ล่ะ? เป็นหน้าที่ของเธอเหรอที่จะคิดเรื่องแบบนี้? เธอคิดว่าไม่คู่ควรก็ไม่คู่ควรงั้นเหรอ? เสี่ยวหรงรักเขาและไม่มีใครอยู่ในสายตาเธออีกแล้ว เธอมีความสุขก็พอแล้ว อีกอย่าง ขาเขาเป็นแบบนั้นแล้วมันยังไง? ขอแค่เป็นคนดีก็พอแล้ว เอาละไปปักผ้าต่อเถอะอย่าคิดมาก”
แม่จ้าวและแม่ครัวซื้อของกลับมาพอดี จ้าวชิงซงก็เดินออกมาจากห้องน้ำและเรียกหาแม่
“อ้อ!” แม่จ้าวหัวเราะจนใบหน้าย่นไปหมด “กลับมาเสียทีนะ เมื่อคืนแม่กับพ่อยังคุยกันอยู่เลยว่าทำไมยังไม่กลับมาเสียที”
“คุณย่า!” เอ้อร์หนิวโผล่มาจากด้านหลัง
“โอ้โห!” แม่จ้าวหัวเราะ “เอ้อร์หนิวของเรามาด้วยเหรอ? หนาวไหม เข้าไปในบ้านไปใส่เสื้อผ้าก่อนสิ เพิ่งลงจากรถใช่ไหม หิวไหม? เดี๋ยวย่าไปทำอะไรให้กินนะ”
ลี่หรงกำลังเตรียมของอยู่ข้างใน “เดี๋ยวก็กินข้าวเที่ยงแล้ว ให้พวกเขาดื่มน้ำอุ่นแล้วกลับไปนอนพักก่อนเถอะค่ะ”
“จริงสิ! เอ้อร์หนิวนอนคนเดียวหรือนอนกับปู่กับย่าดีล่ะ?”
ที่บ้านยังมีห้องว่างอยู่ แม่จ้าวก็ไปทำความสะอาดเรื่อย ๆ ไม่ได้มีฝุ่นอะไร เอ้อร์หนิวโตขนาดนี้แล้วแน่นอนว่าอยู่ด้วยกันกับจ้าวชิงซงไม่ได้
เอ้อร์หนิวไม่ได้พูดอะไรเขาเองก็ไม่รู้
“นอนกับปู่ย่าดีกว่า นอนคนเดียวมันหนาว ย่าจะพาไปดูห้องนะ”
เอ้อร์หนิวส่ายหัว “ผมยังไม่ง่วงหรอกครับคุณย่า คืนนี้ผมนอนกับอันอันก็ได้ครับ”
แม่จ้าวกำลังจะพูดว่าอันอันนอนกับลี่หรง แต่จ้าวชิงซงพูดแทรกขึ้นก่อน “ไม่ง่วงก็ไปเล่นกับน้องสักพักก่อนก็ได้ คืนนี้ให้อันอันนอนด้วยก็ได้”
ลี่หรงมองจ้าวชิงซงก็เห็นว่าเขาแสดงความต้องการออกมาอย่างชัดเจน
เธออดทนหัวเราะไม่ได้ จริง ๆ เธอไม่อยากมองหน้า และแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินไม่สนใจผู้ชายคนนี้
จ้าวชิงซงนอนลงได้ไม่นานก็หลับไปจริง ๆ
หลังจากกินข้าวเที่ยงแล้ว แม่จ้าวจะไปส่งข้าวให้พ่อจ้าว เอ้อร์หนิวก็ตามไปด้วยเพื่อจะไปหาอันอัน
จ้าวชิงซงอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ จึงหยิบกุนเชียงออกมา เพราะไม่ได้เจออาจารย์หยวนมานานแล้วเขาเลยจะไปเยี่ยม
ลี่หรงบอกว่าเอากุนเชียงไปฝากมันดูน่าเกลียดเกินไป
จ้าวชิงซงยักไหล่ “อาจารย์หยวนชอบจะตายจะน่าเกลียดอะไรกัน ถ้าไม่ได้เดี๋ยวไปซื้อผลไม้สด ๆ ที่ร้านหน่อยก็ได้แล้ว”