ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 232 เมื่อไม่สนใจผู้ชาย เขาก็จะเรียกร้องความสนใจ
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 232 เมื่อไม่สนใจผู้ชาย เขาก็จะเรียกร้องความสนใจ
บทที่ 232 เมื่อไม่สนใจผู้ชาย เขาก็จะเรียกร้องความสนใจ
เมื่อมาถึงร้านผลไม้แม่จ้าวก็ร้องตะโกนที่หน้าประตูว่า “อันอัน อันอัน ดูสิว่าใครมา!”
ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าพ่อจ้าวกำลังจดจ่ออยู่กับกระดานหมากรุก
อันอันกำลังเล่นหรูปานสั่ว*[1] กับอาจารย์หยวน
เมื่อได้ยินเสียงเรียก อันอันก็หันกลับมามองปรากฏว่าเป็นจ้าวชิงซง
แววตาของเด็กน้อยเป็นประกาย วางของเล่นลงทันทีแล้วรีบกระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งเข้าไปหา “พ่อครับ!”
จ้าวชิงซงก้มลงอุ้มเขาขึ้นมา เด็กน้อยโอบคอของผู้เป็นพ่อร้องเรียกพ่ออย่างมีความสุข
เมื่อเด็กน้อยไม่รบกวนเวลาที่จ้าวชิงซงและภรรยาใช้ร่วมกัน เขาก็รักลูกชายคนนี้มาก เมื่อไม่ได้เจอกันเกือบปี จ้าวชิงซงก็ใช้คางถูใบหน้าของเด็กน้อย “เด็กดี”
“ฮ่าฮ่าฮ่า~” เด็กน้อยรู้สึกคันจากเคราของเขาจนหัวเราะไม่หยุด
อ้อมกอดของผู้เป็นพ่อช่างกว้างและปลอดภัย เด็กน้อยไม่อยากลงมาเลย จึงกอดเขาไว้แน่นมากแล้วซบไหล่ของผู้เป็นพ่อ เขาจึงเห็นเอ้อร์หนิวที่อยู่ด้านหลัง “พี่รอง!”
เอ้อร์หนิวอยากเรียกอันอันตั้งนานแล้ว แต่เห็นว่าอันอันไม่ได้สนใจเขาเลย และเพราะว่าเขามาที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงไม่กล้าที่จะเสียงดัง
จนกระทั่งอันอันสังเกตเห็นเขาแล้ว เขาก็รู้สึกตัวจึงโบกมืออย่างยิ้มแย้ม “อันอัน!”
เด็กน้อยแกว่งขาไปมา “พ่อ พ่อครับ อันอันอยากลง”
อันอันลงมาเพื่อจะไปหาเอ้อร์หนิว จากนั้นก็พูดจ้อกับเอ้อร์หนิวไม่หยุดบอกว่าจะพาเขาไปเล่นของเล่นที่ไหน
จ้าวชิงซงเหลือบมองผลไม้ในร้าน มีผลไม้สดตามฤดูกาลมากมาย ดูเหมือนพี่เขยของเขาจะไม่เลวเลย แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ แต่การทำงานก็ไม่หละหลวมเลย
“พ่อครับ อาจารย์หยวน!” จ้าวชิงซงนั่งลงบนเก้าอี้แล้วทักทาย พ่อจ้าวเงยหน้าขึ้นมองแล้วพยักหน้า ก่อนจะก้มหน้าจ้องกระดานหมากรุกต่อไป
อาจารย์หยวนพยักหน้า “ไม่ได้เจอกันนาน ปีนี้มาฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวงเหรอ?”
“ใช่ครับ ให้ลี่หรงวิ่งไปวิ่งมาบ่อย ๆ คงลำบากแย่ ผมอยู่คนเดียวมาเองสะดวกกว่าครับ”
เดินเข้ามาข้างในเอ้อร์หนิวก็เรียก “คุณปู่ครับ” เสียงหลานที่ไม่ได้เจอกันนานทำให้พ่อจ้าวหันมามอง หมากรุกก็ถูกวางคืนที่เดิม “ไอ้หยา! เอ้อร์หนิวก็มาด้วยเหรอ? โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”
“นั่นน่ะสิ” แม่จ้าวที่ขายผลไม้อยู่มองมาทางนี้พลางพูดเสริม “ตอนที่เจอกันครั้งแรก ฉันแทบจำไม่ได้เลย”
“นี่หลานชายคนรองของฉัน เป็นลูกคนเล็กของลูกชายคนโตฉันน่ะ” พ่อจ้าวแนะนำเอ้อร์หนิวให้อาจารย์หยวนรู้จัก
เอ๋อร์หนิวเรียกตามอันอันว่า “คุณปู่หยวน”
มีหลานตัวน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคนที่เรียกว่าปู่หยวน เขาดีใจมากรีบล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรห้าหยวนออกมาให้เอ้อร์หนิว “เจอกันครั้งแรก เอาไปซื้อขนมกินนะ”
เอ้อร์หนิวไม่กล้ารับจึงมองไปที่ปู่จ้าว
ปู่จ้าวบอกว่าไม่ต้องรับ ปฏิเสธไปมาหลายครั้ง จนกระทั่งจ้าวชิงซงดพูขึ้นให้เอ้อร์หนิวรับไว้
เงินจำนวนนี้สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
หลังจากที่เอ้อร์หนิวเห็นร้านผลไม้ ก็แอบไปเล่นของเล่นกับเด็กน้อย แล้วถามเบา ๆ ว่า “ผลไม้พวกนี้เป็นของใครเหรอ?”
เด็กน้อยตกใจไปพักหนึ่ง นี่เป็นของปู่กับย่า แต่บางครั้งเขากับแม่ก็มาช่วยดูร้าน เอาผลไม้ไปกินก็ไม่ต้องจ่ายเงิน
เด็กน้อยยังแยกไม่ออกว่าเป็นของปู่กับย่าหรือของพ่อกับแม่ แต่ทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกัน
ดังนั้นเขาจึงตอบว่า “ของเรา”
เอ้อร์หนิวคิดว่าเป็นของลี่หรง แล้วพูดว่า “อาสะใภ้รองเก่งจังเลย”
ปู่จ้าวแก้ไขกระดานหมากครั้งสุดท้ายแล้วก็ยอมแพ้ในที่สุด จากนั้นก็ไม่ได้เล่นต่ออีก
อาจารย์หยวนก็เริ่มพูดคุยกับจ้าวชิงซง ถามว่าเขาทำอะไรอยู่ที่บ้านนอก แล้วก็แสดงความคิดเห็นของตัวเองไปเรื่อย ๆ
จากนั้นเขาก็ถามจ้าวชิงซงอีกว่า “หลังตรุษจีนจะอยู่เมืองหลวงต่อไหม?”
“คงไม่ได้อยู่ต่อครับ เพราะผมต้องกลับไปดูแลไร่ที่บ้าน ปีนี้เป็นปีที่สำคัญ ผมปลูกต้นลูกแพร์มาตั้งนาน ปีนี้ก็จะออกผลครั้งแรกผมคงจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษหน่อยครับ”
“น่าเสียดายจริง ๆ ที่พวกเธอต้องอยู่กันคนละที่”
จ้าวชิงซงนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับลี่หรงขึ้นมาก็พูดด้วยความรู้สึกหมดหนทาง “ไม่มีทางเลือกอื่นเลยครับ แผนอะไรต่าง ๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่คิด ตอนที่เสี่ยวหรงพาอันอันมาเมืองหลวงเพื่อเข้าเรียน เธอยังบอกอีกว่ารอให้เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วจะกลับบ้าน หรือไม่ผมก็มาอยู่เมืองหลวงกับเธอแทน”
จากนั้นเขาก็หัวเราะ “ตอนนี้เราต่างก็มีเรื่องที่ต้องทำกันทั้งคู่ ข้อเสียอย่างเดียวก็คือต้องอยู่กันคนละที่ แต่นี่ก็เป็นแค่สถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้นแหละครับ”
หยวนฮุยเหวินไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อ แต่กลับถามเขาว่ามาเมืองหลวงครั้งนี้จะทำอะไรบ้าง
“มีเพื่อนเก่าที่เคยร่วมหุ้นทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้อยู่ที่นี่ ผมเลยแวะมาเยี่ยม แล้วก็จะหารือเรื่องช่องทางการขายลูกแพร์ในปีนี้ด้วยครับ”
“ถ้าจำไม่ผิด บ้านเกิดของเธออยู่ที่มณฑล H ใช่ไหม?” เมื่อเห็นจ้าวชิงซงพยักหน้า หยวนฮุยเหวินจึงพูดต่อว่า “สภาพพื้นที่กับอากาศแถวนั้นเหมาะกับการปลูกต้นลูกแพร์ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ ตั้งใจดูแลให้ดี ๆ ล่ะ”
ตกเย็นลี่หรงลงมือทำอาหารเอง เธอเตรียมอาหารไว้เต็มโต๊ะ และยังเชิญอาจารย์หยวนให้มาร่วมมื้ออาหารด้วย
ขณะที่กำลังกินข้าว อาจารย์หยวนก็รำพึงออกมาว่า “ฉันไม่ได้กินฝีมือของลี่หรงมานานมากแล้ว วันนี้ได้กินเพราะโชคของเสี่ยวจ้าวซะด้วย”
“ช่วงที่ผ่านมาฉันมัวแต่ยุ่ง ๆ อยู่ค่ะ” ลี่หรงพูดพร้อมกับหัวเราะ “วันตรุษจีนถ้าว่างก็มาทานข้าวเย็นด้วยกันที่นี่นะคะ ฉันจะทำไก่ตุ๋นเกาลัดที่คุณชอบให้”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ อย่างนั้นปีนี้วันตรุษจีนคงจะคึกคักน่าดู” หลังจากหัวเราะอาจารย์หยวนก็ก้มลงกินข้าว พร้อมกับขอบตาที่ร้อนผ่าวและมีน้ำใส ๆ ไหลออกมารวมกันที่ขอบตาเล็กน้อย
ที่เมืองหลวงมีของให้เลือกซื้อเยอะแยะมากมาย ลี่หรงซื้อกุ้งมาเป็นจำนวนมาก จ้าวชิงซงจึงแกะกุ้งออกมาใส่ชามเล็กไว้ให้เธอ
อันอันยื่นมือจะคว้า แต่ถูกจ้าวชิงซงปัดออก
“พ่อ?” หนูน้อยน้อยใจที่ของพวกนี้ไม่ใช่ของเขา
จ้าวชิงซงเหลือบมองเขา “พ่อสอนไว้ว่ายังไงนะ ลูกผู้ชายตัวจริงต้องลงมือทำเองจะได้อิ่มท้อง ของพวกนี้เป็นของแม่ รอพ่อกลับบ้านลูกก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำเองนะ”
ลี่หรงมองหนูน้อยที่เปลี่ยนจากน้อยใจเป็นคิดอย่างงุนงง แล้วก็หัวเราะ เธอคีบกุ้งที่แกะเปลือกแล้วป้อนเขา “อยากกินก็กินสิจ๊ะ”
อาจารย์หยวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองดูฉากนี้แล้วก็สงสารหนูน้อย “อันอันของเรายังเล็กอยู่เลย พ่อไม่ให้กินก็ช่างเถอะ ยังจะให้แกะเองอีก น่าหมั่นไส้ ชิ! พ่อไม่สนใจเดี๋ยวปู่หยวนแกะกุ้งให้ก็แล้วกัน นี่ไง”
ในชามมีเนื้อกุ้งตัวอวบเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว “ขอบคุณครับปู่หยวน”
จากนั้นก็คีบกุ้งขึ้นมากิน
ลี่หรงก็คีบกุ้งให้เอ้อร์หนิวด้วย “อยากกินอะไรก็กินเลยนะจ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจ”
ตอนกลางคืนเจ้าตัวเล็กทั้งสองก็นอนกับปู่และย่า
เดิมทีตั้งใจจะให้พวกเขานอนคนละห้อง อยากจะเล่นซนอะไรก็ได้ไม่ต้องสนใจ แต่แม่จ้าวคิดว่าการจะนอนห้องใหม่ต้องก่อเตาเพิ่มอีกเตาหนึ่งคงเปลืองเปล่า ๆ ไม่สู้มานอนรวมกันเสียเลย ยังไงเตียงนอนของพวกเขาก็ใหญ่พอสำหรับเด็ก ๆ สองคน
อีกอย่างในตอนกลางคืนเจ้าตัวเล็กทั้งสองอาจจะดิ้นจนผ้าห่มหลุดออกได้ง่ายแล้วจะทำให้เป็นหวัดได้
จ้าวชิงซงไม่สนใจอะไรมากนัก ขอแค่ไม่ให้รบกวนเขากับลี่หรงก็พอ
เจ้าตัวเล็กนอนกับพี่รองอย่างมีความสุข กอดหมอนใบเล็กแล้วหันหัวไปทางปู่กับย่า แค่ไม่รู้ว่าอีกไม่กี่วันความรู้สึกนี้จะยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่
ตอนที่เพิ่งจะซื้อบ้านล้อมลาน จ้าวชิงซงได้หาช่างไม้มาทำเตียงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
ตอนนี้สภาพอากาศหนาวเย็น ไม่มีเครื่องทำความร้อนใต้เตียง ที่เมืองหลวงจะนอนเตียงแบบนี้ไม่ได้เลย
ดังนั้นเมื่ออากาศหนาวเย็นลี่หรงจึงย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นเตียงเตา
กลางวันจ้าวชิงซงอาบน้ำแล้ว ตอนเย็นจึงไม่ได้อาบอีก แต่ไปเตรียมน้ำให้ลี่หรงอาบแทน
ลี่หรงอดกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เธอรู้ความคิดของจ้าวชิงซงดีที่สุด ผู้ชายคนนี้อดทนมาเกือบปีแล้ว ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะรับมือเขาไหวไหม เธอกระทั่งคิดจะบอกว่าเธอมีประจำเดือน
แต่ก็ไม่ได้พูดเพราะเธอก็คิดถึงเขาเหมือนกัน
ต่อหน้าเด็กและผู้ใหญ่ จ้าวชิงซงไม่รู้สึกละอายเลย เฝ้าอยู่หน้าห้องอาบน้ำอยู่ตลอด ยังถามลี่หรงว่าจะให้อุ่นน้ำเพิ่มไหม
เขาไม่อายแต่ลี่หรงอาย เธอแช่น้ำร้อนไม่คิดจะสนใจผู้ชายที่เรียกร้องความสนใจอยู่ข้างนอก
แต่ถ้าไม่ตอบเขาก็จะเคาะประตูไปเรื่อย ๆ
[1] หรูปานสั่ว คือ ของเล่นจีนโบราณชนิดหนึ่ง ทำจากไม้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนไม้หลายชิ้น ผู้เล่นต้องประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องใช้กาวหรือตะปู