ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 236 ไปดูบ้านที่ฝูเจี้ยน
บทที่ 236 ไปดูบ้านที่ฝูเจี้ยน
เมื่อลูกชายของคุณปู่ซุนอยู่ด้วย เอกสารการโอนเงินจากต่างประเทศก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
รวมเงินสองหมื่นก่อนหน้านี้ทั้งหมดก็เป็นเงินเจ็ดหมื่นหยวนพอดี
ผู้จัดการส่งเอกสารการโอนเงินให้กับปู่ซุน เขามองกระดาษแผ่นบางเบาในมือ “แค่นี้เหรอ?”
“ใช่ครับ ถึงเวลานั้นลูกชายจะพาคุณปู่ไปถอนเงินเองครับ”
คุณปู่ซุนหรี่ตามองตัวเลขด้านบน นับไปนับมาก็โวยวายออกมา “นี่มันไม่ถูกต้อง ฉันนับดูเเล้วเงินนี่ยังไม่ถึงหมื่นเลยด้วยซ้ำ เงินหายไปไหนหมดกันแน่?”
ผู้จัดการอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้ม “นี่คือปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินครับ ลูกชายของคุณปู่รับทราบเรื่องนี้แล้ว”
ลูกชายของปู่ซุนอธิบายให้เขาฟังง่าย ๆ สองสามประโยคก็เข้าใจแล้ว
คุณปู่ซุนเบ้ปาก “ไอ้พวกต่างชาติช่างยุ่งยากจริง ๆ แถมยังฉลาดอีกด้วย แลกเงินหนึ่งต่อแปดของเรา”
ลี่หรงได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรมาก นี่เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ เว้นแต่เขาจะไม่แลก
เมื่อพูดถึงอัตราแลกเปลี่ยนในยุคหลัง ผู้คนยังสามารถทำเงินจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินโลกได้อีกด้วย
แต่วิธีการก็ต้องรอบคอบ น้ำลึกกางเกงในก็อาจจะหาย*[1] รวมถึงการร่ำรวยในชั่วข้ามคืนก็มี
ลี่หรงส่ายหน้าไปมาตามลำพัง เพื่อกำจัดความคิดออกไป การทำเสื้อผ้าและการซื้ออสังหาริมทรัพย์แค่นี้ลี่หรงก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีก
จ้าวชิงซงเห็นเธอส่ายหน้าไปมาก็ถามว่าเธอเป็นอะไร
“อ๋อ? ไม่มีอะไรค่ะ”
ลี่หรงยิ้มให้คุณปู่ซุน “คุณปู่ซุน งั้นเรื่องของเราถือว่าเสร็จสิ้นนะคะ”
คุณปู่ซุนเพิ่งจะเก็บใบแจ้งการโอนเงินลงกระเป๋าแล้วตบเบา ๆ “อืมจัดการเรื่องบ้านเสร็จแล้ว ก็ฝากแม่หนูดูแลบ้านดี ๆ ล่ะ ตาเฒ่าอย่างฉันกลับมาจะได้มีบ้านอยู่”
ลี่หรงไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาจริงไหม แต่ถ้าเขากลับมา ราคาบ้านในตรอกเซี่ยงฝูคงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย ไม่รู้ว่าเมื่อเขากลับมาเขาจะเสียดายไหม
ลี่หรงรู้สึกว่าโอกาสที่เขาจะซื้อคืนนั้นน้อยมาก เธอเลยไม่พูดอะไรต่อ
เสิ่นรั่วหนิงนึกว่าลี่หรงมีเรื่องด่วนอะไรถึงกับโทรศัพท์มาที่บ้านตระกูลเสิ่น
เธอไม่เข้าใจเรื่องซื้อบ้าน แต่สวีจิ้งเหอเข้าใจ เมื่อได้ยินว่ามีบ้านใหม่ให้ดู นั่นหมายความว่าหลังที่ดูไปก่อนหน้านี้ไม่เหมาะสม
สวีจิ้งเหอถามลี่รุ่ยจือว่าบ้านหลังก่อนหน้านี้มีปัญหาอะไร
ลี่รุ่ยจือไม่ได้พูดถึงครอบครัวหลี่ เขาบอกว่า “ตัวบ้านไม่มีปัญหา ตกลงเรื่องราคาไม่ได้ อีกฝ่ายก็หายเงียบไป อาจจะขายไปแล้วครับ”
สวีจิ้งเหอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าเงินไม่พอก็บอกฉันได้ เรื่องแค่นี้รอไว้หลังตรุษจีนค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”
ตั้งแต่ยอมรับลี่รุ่ยจือเป็นลูกเขย สวีจิ้งเหอยิ่งมองยิ่งถูกใจ เรื่องแต่งงานของเสิ่นรั่วหนิงคงจะได้จัดหลังปีใหม่
พอถึงเวลานั้น อากาศอุ่นขึ้น เสิ่นรั่วหนิงคงเริ่มท้องแก่ แล้วจะมีข่าวไม่ค่อยดีกับชื่อเสียงของเสิ่นรั่วหนิงตามมา
แน่นอนว่าสวีจิ้งเหออยากให้ทั้งคู่แต่งงานกันเร็วที่สุด
แต่ผู้ชายในบ้านดันจะรอให้ลี่รุ่ยจือซื้อบ้านก่อนถึงจะยอมให้จดทะเบียนสมรส ช่างน่ารำคาญเสียจริง
ลี่รุ่ยจือไม่ได้คิดมากขนาดนั้น แต่ก็ปฏิเสธความคิดที่จะรับเงินจากเธอ ไม่รู้ว่านับว่าเป็นพวกชาตินิยมชายเป็นใหญ่ไหม เอาเงินของฝั่งภรรยามาซื้อบ้าน ลี่รุ่ยจือรู้สึกอับอาย
หลังมื้อเที่ยงลี่รุ่ยจือจึงไปถึงบ้านล้อมลาน
เสิ่นรั่วหนิงก็มาด้วย
อากาศหนาวต้องใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ประจวบกับอายุครรภ์ยังน้อย ถ้าไม่พูด ใคร ๆ ก็ดูไม่ออกว่าเธอเป็นหญิงมีครรภ์
เธอบ่นกับลี่หรงว่า “ช่วงนี้ฉันไปไหนไม่ได้เลย อยู่แต่บ้านเบื่อจะแย่อยู่แล้ว วันนี้เขาจะไปดูบ้าน ฉันขอร้องแม่อยู่ตั้งนานกว่าจะยอมให้ฉันออกมาได้”
ถึงแม้จะยังดูไม่ออกว่าท้อง แต่ใบหน้าของเสิ่นรั่วหนิงก็กลมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลี่หรงแซวเธอว่า “ก็ดูแลตัวเองอยู่บ้านไปสิ ช่วงนี้คงกินข้าวได้มากเลยนะ”
รู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องอยู่ที่ใบหน้า เสิ่นรั่วหนิงหยิกแก้มตัวเองด้วยความหงุดหงิด “เธอก็คิดว่าฉันอ้วนใช่ไหมล่ะ แต่พี่ชายเธอเขาหลอกฉันว่าไม่อ้วน!”
ลี่รุ่ยจือกำลังคุยกับจ้าวชิงซงอยู่ข้าง ๆ บางครั้งก็จะหันมามองทางนี้ เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นรั่วหนิงปากก็ไวกว่าสมอง “ไม่อ้วนหรอก หนิงหนิงจะอ้วนได้ยังไงกันล่ะครับ”
“เธอดูเขาสิ!” เสิ่นรั่วหนิงฟ้องลี่หรง
ถนนฝูเจี้ยน บ้านเลขที่สิบเก้า
ลี่หรงเองก็แปลกใจเมื่อรู้ว่าที่อยู่ไม่ใช่แถวบ้านของจั๋วเหวินอี้
รถมาจอดที่หน้าบ้านเลขที่สิบเก้า ประตูบ้านหลังนี้ไม่โอ่อ่าเหมือนของจั๋วเหวินอี้แต่ก็ไม่เล็ก ไม่รู้ว่าข้างในจะกว้างแค่ไหน
เจ้าของบ้านที่พาชมบ้านเป็นสามีภรรยานามสกุลจัว
เดินดูรอบหนึ่งแล้ว สวนของบ้านคุณจัวกว้างไม่เท่าบ้านของจั๋วเหวินอี้
มีบ้านแปดห้อง แต่ก็เป็นบ้านสามชั้น ส่วนสวนก็กว้างมากทีเดียว อาจเป็นเพราะตอนสร้างเจ้าของบ้านจงใจเว้นพื้นที่สวนไว้เยอะหน่อย พื้นที่บ้านเลยมีน้อย
ถ้าลี่รุ่ยจือมาอยู่ก็คงจะพออยู่ได้
และเสิ่นรั่วหนิงก็ดูชอบสวนของบ้านหลังนี้ เอาไว้ปลูกดอกไม้ต้นไม้ก็คงจะฆ่าเวลาได้
ลี่รุ่ยจือถามเธอว่าชอบไหม?
“แน่นอน” เสิ่นรั่วหนิงตอบโดยไม่คิด จากนั้นก็ลดเสียงลงถามลี่รุ่ยจือ
“บ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่คะ?”
ลี่รุ่ยจือส่ายหน้า “ยังไม่ได้ถามครับ รอก่อนนะ”
“พวกคุณยังไม่ได้ย้ายออกไปเหรอคะ?” ลี่หรงเห็นว่าในบ้านยังมีข้าวของอยู่มากมาย เห็นได้ชัดว่ายังมีคนอาศัยอยู่
คุณจัวหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและอธิบายว่า “กำลังย้ายอยู่ครับ ในไม่กี่วันนี้ก็จะย้ายออกให้หมดแล้ว”
ที่มุมห้องมีตู้ไม่กี่ตู้และแผ่นเตียงเก่าที่ถอดออก ลี่หรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “คุณจัว คุณย้ายบ้านจะขนเฟอร์นิเจอร์ไปด้วยเหรอคะ?”
คราวนี้ภรรยาของเขาเจียงเหมยลี่เป็นคนพูดแทน “โอ๊ย เฟอร์นิเจอร์อะไรพวกนี้ มันเก่าหมดแล้วค่ะ เดี๋ยวรอให้พวกคุณย้ายเข้ามาค่อยซื้อใหม่ก็ได้”
เก่าไม่เก่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษเหล่านี้ จริง ๆ แล้วเป็นของดี แผ่นเตียงเหล่านั้น นอนได้หลายสิบปีก็ไม่มีปัญหา
ตู้เหล่านั้นยังมีลวดลายแกะสลัก ฝีมือประณีต หากจะหาคนมาทำในตอนนี้ก็อาจจะทำได้ แต่แผ่นไม้พวกนั้น คงหายากแล้ว
ลี่หรงคาดเดาได้ทันทีว่าครอบครัวนี้คงเสียดายเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ แต่ถ้าคุณจะย้ายก็ย้ายไปให้หมดสิ รอลูกค้ามาดูแล้วยังย้ายไม่หมดแบบนี้ได้อย่างไร
ลี่หรงรู้ทัน แต่ไม่ได้หักหน้าพวกเขา จะย้ายก็รีบย้าย พอย้ายแล้วก็มีโอกาสต่อรองราคา
ลี่รุ่ยจือก็เห็นเฟอร์นิเจอร์พวกนั้นเหมือนกัน ยกเว้นเตียง เฟอร์นิเจอร์ที่ขนย้ายได้พวกเขาน่าจะขนย้ายไปหมด
ถ้าซื้อบ้านหลังนี้ เขาคงต้องหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่อีกมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พูดตรง ๆ ก็คือเขาไม่อยากนอนเตียงไม้ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของคนอื่น
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะแพงหรือหายากแค่ไหน แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
“คุณจะขายเท่าไหร่ครับ?” ลี่รุ่ยจือปัดฝุ่นออกจากมือแล้วถาม
เจียงเหมยลี่เป็นคนตอบอีกครั้ง “สองแสนค่ะ”
ลี่หรงถึงกับหัวเราะ บ้านหลังนี้เล็กกว่าบ้านของจั๋วเหวินอี้ ห้องก็น้อยกว่า และไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างนั้น กลับตั้งราคาถึงสองแสนเนี่ยนะ
“หัวเราะอะไร!” เจียงเหมยลี่มองลี่หรงด้วยสายตาดูถูก ราวกับว่าเธอไม่เคยพบเห็นสิ่งใดดีกว่านี้มาก่อน แล้วก็พูดโอ้อวดต่อไป “นี่คือบ้านที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีพื้นที่ตั้งสี่ร้อยแปดสิบตารางวา ลองดูสวนขนาดใหญ่นี่สิ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเมื่อก่อนคงเป็นบ้านของคหบดี บ้านข้าง ๆ ยังขายได้ตั้งสองแสนสี่ถึงสองแสนห้าเลยนะ เราตั้งราคานี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
โอ้โห พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าบ้านของจั๋วเหวินอี้ตั้งหกสิบถึงเจ็ดสิบตารางวาเลย
“บ้านหลังข้าง ๆ คุณที่ขายได้สองแสนสี่ถึงสองแสนห้าอันนี้ฉันไม่รู้ แต่แถว ๆ นี้ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นหลังหนึ่งที่ห้องมากกว่านี้ พื้นที่ก็มากกว่าบ้านหลังนี้ ของที่วางไว้ในบ้านไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเก้าอี้ เจ้าของบ้านทำความสะอาดปัดฝุ่นเรียบร้อย แต่สุดท้ายขายได้แค่หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นเองนะคะ”
สีหน้าของเจียงเหมยลี่ไม่ค่อยดี หรือว่าเธอตั้งราคาสูงไป แต่ผู้ชายคนนั้นก็สั่งให้เธอพูดแบบนี้ เธอจึงหันไปมองสามีของตัวเอง
“บ้านหลังนี้ ผมดูแล้วคุณก็ขนของไปเกือบหมด ถึงเวลานั้นเราก็ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้ามาใหม่ก็ต้องใช้เงินอีกเยอะเลยนะครับ” ลี่รุ่ยจือไม่โง่ ยังรู้จักหาข้อติไว้ก่อน
[1] น้ำลึกกางเกงในก็อาจจะหาย
น้ำลึก หมายถึง สถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น ปัญหาที่ซับซ้อน
กางเกงในก็หาย หมายถึง ผลลัพธ์ที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์นั้น เช่น ความล้มเหลวหรือความเสียหาย
………………………………………………………………………………………………………………….
1A5XE5RR