ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 237 ให้รถยนต์เป็นของขวัญแต่งงาน
บทที่ 237 ให้รถยนต์เป็นของขวัญแต่งงาน
สีหน้าของคุณจัวเรียบเฉยมาก “ที่นี่คือฝูเจี้ยนนะ” เขาชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้า “ได้ยินมาว่าหลังจากนี้ประเทศจะพัฒนา ฝูเจี้ยนจะเป็นแบบนี้”
เขาทำท่าชูนิ้วโป้งอีกครั้ง พร้อมพูดอย่างจริงจัง
“แล้วทำไมคุณถึงขายล่ะ?” เป็นเสิ่นหรั่วหนิงที่ถาม บ้านหลังนี้ขายตั้งสองแสนเธอคิดว่ามันแพงและดูไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่เลย ลี่รุ่ยจือทำงานมาตั้งนานยังมีเงินเก็บแค่แสนเดียวเอง
สามีภรรยาตระกูลจัวมองหน้ากัน สีหน้าดูไม่สบายใจนัก แต่ก็ไม่ได้บอกความลับออกมา พูดเพียงแค่ “อยากขายก็ขาย พวกคุณจะเอาไหม?”
“จะเอาหรือไม่เอา ก็ต้องดูราคาว่าตกลงกันได้หรือไม่นั่นแหละค่ะ” พวกเขาดูเหมือนจะรีบย้ายบ้านมาก ลี่หรงรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
ขณะนั้นเองจ้าวชิงซงก็ถามขึ้นมา “บ้านหลังนี้มีกรรมสิทธิ์ครอบครองชัดเจนไหม? เป็นบ้านของพวกคุณเองใช่ไหม? ตอนโอนกรรมสิทธิ์พวกคุณมีเอกสารไหม?”
เจียงเหมยลี่รีบพูดโดยไม่คิด “จะเอาเอกสารอะไรล่ะ รับเงินแล้วก็ย้ายเข้ามาอยู่ บ้านก็เป็นของคุณแล้วไม่ใช่หรือไง?”
ลี่หรงตกใจ “บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของพวกคุณเหรอ?”
“เราอยู่มาหลายปีแล้ว จะไม่ใช่ของเราได้ยังไง”
ลี่หรงเริ่มพูดไม่ออก สามีภรรยาตระกูลจัวคิดจะโกยเงินอย่างเดียวแน่ ๆ แม้แต่โฉนดก็ยังไม่มี ลี่หรงจึงเรียกลี่รุ่ยจือแล้วบอกกับคนอื่น ๆ ว่า “กลับกันเถอะ”
“เดี๋ยวสิ จะไปไหน!” เจียงเหมยลี่กระโดดขวางหน้า “ถ้าคิดว่าแพง ก็ต่อรองราคาสิ จะเงียบเฉยแล้วหนีไปอย่างนี้ได้ยังไง”
“คุณก็เอาโฉนดออกมาให้ดูสิ ในเมื่อสิทธิ์ครอบครองไม่ได้อยู่ในมือคุณ เรื่องนี้ก็คุยกันไม่ได้”
ออกมานอกบ้านครั้งนี้ลี่หรงรู้สึกผิดหวังจริง ๆ “มาเสียเที่ยวจริง ๆ เลย”
เสิ่นหรั่วหนิง “ใครจะคิดว่าคนพวกนี้จะกล้าเอาบ้านของคนอื่นมาขาย แต่ว่านะเจ้าของบ้านตัวจริงอยู่ไหนล่ะ?”
“ใครจะรู้ล่ะ” ลี่หรงส่ายหน้า “ช่างมันเถอะ กลับบ้านไปกินข้าวกัน”
“คุณลี่” ลี่หรงกำลังจะขึ้นรถเมื่อได้ยินคนเรียกเธอ เธอกลับหลังไปดูก็พบว่าเป็นจั๋วเหวินอี้
จั๋วเหวินอี้วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา “เป็นคุณจริง ๆ ผมนึกว่าจำผิดแล้ว”
“คุณจั๋วนี่เอง” ลี่หรงไม่ได้ขึ้นรถ แต่ยืนรอให้จั๋วเหวินอี้พูดต่อ
“คุณมาดูบ้านแถวนี้เหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ” สีหน้าของลี่หรงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “บ้านของคุณจั๋วขายได้แล้วเหรอคะ?”
จั๋วเหวินอี้ยิ้มแห้ง “ยังหรอกครับ แต่…คุณเพิ่มให้หน่อยได้ไหมครับ? แค่ห้าพันก็ได้”
ลี่หรงหัวเราะแล้วมองเขาอย่างเห็นใจ “บ้านหลังนี้พี่ชายฉันซื้อ ฉันต่อราคาได้อยู่แล้ว แต่ขอขึ้นราคานี่ไม่ได้แน่ ๆ การเอาเปรียบคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ”
จ้าวชิงซงก็ไม่ได้ขึ้นรถแต่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลี่รุ่ยจือสตาร์ตรถแล้วแต่ไม่เห็นว่ามีใครขึ้นมา เลยหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นจั๋วเหวินอี้สายตาของเขาเป็นประกายแวบหนึ่ง
ลี่หรงเรียกเขาให้ลงไป เขาก็เลยดับเครื่องแล้วลงจากรถ “คุณจั๋ว”
“คุณลี่ เพิ่มอีกห้าพันได้ไหม เพิ่มอีกห้าพัน พรุ่งนี้ไปโอนกรรมสิทธิ์ได้เลยครับ”
ลี่รุ่ยจือไม่ได้ตอบตกลง เงินในมือเขาก็ยังไม่พอที่จะซื้ออยู่แล้ว ถึงเวลาก็คงจะต้องไปยืมคนอื่น แล้วไหนจะไปเพิ่มให้อีกตั้งห้าพันได้
จั๋วเหวินอี้ถอนหายใจ “เห้อ ขายก็ขาย พรุ่งนี้พวกคุณเตรียมเอกสารมาทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ได้เลยครับ”
ลี่รุ่ยจือกับลี่หรงมองหน้ากัน ไม่คิดว่าจะเกลี้ยกล่อมได้สำเร็จ
ตอนขากลับลี่หรงถามลี่รุ่ยจือ “พี่มีเงินเก็บพอไหมคะ?”
“ไม่พอ ฉันว่าจะไปหาพี่ใหญ่กับพี่รองดู”
ลี่หรงหันไปมองจ้าวชิงซง เขาก็เดาความคิดของลี่หรงได้อย่างรวดเร็ว เขาบีบมือของลี่หรงหมายความว่าเขาตามใจเธอ
เมื่อเห็นเช่นนั้นลี่หรงก็วางใจ “ฉันยังพอมีอยู่นิดหน่อย ให้พี่ยืมก่อนหนึ่งหมื่น ที่เหลือต้องคิดหาวิธีเอาเอง”
ลี่รุ่ยจือเหลือบมองจ้าวชิงซงทางกระจกมองหลัง สีหน้าของอีกฝ่ายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาก็เลยหัวเราะ “ตกลง ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ เพราะยังไงเธอก็เป็นน้องสาวแท้ ๆ และน้องเขยของฉัน”
เสิ่นรั่วหนิงที่นั่งข้าง ๆ ก็ไม่ได้พูดอะไร
เพราะไปกินข้าวที่บ้านของลี่หรง ลี่รุ่ยจือก็เลยไปส่งเสิ่นรั่วหนิงที่บ้าน แล้วก็เอารถคืนให้กับบ้านตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ปั่นจักรยานของตัวเองกลับบ้าน
เสิ่นหย่วนเทาไม่เห็นลูกสาวตอนกินข้าวเย็น พอเสิ่นรั่วหนิงกลับมา เธอก็ดูไม่ค่อยมีความสุข เขาจึงถามว่า “ออกไปกับเขาแล้วทำไมกลับมาถึงไม่ค่อยมีความสุขล่ะ เขารังแกลูกหรือเปล่า?”
เสิ่นรั่วหนิงส่ายหน้า ลี่รุ่ยจือไม่มีทางรังแกเธออยู่แล้ว ถ้าจะพูดให้จริง ๆ เธอก็พูดด้วยสายตาที่ตำหนิว่า “เพราะคุณพ่อนั่นแหละ”
เสิ่นหย่วนเทาตกใจ “พ่อทำไมล่ะ?”
“เพราะพ่อบังคับให้ลี่รุ่ยจือซื้อบ้าน แล้วบ้านหลังนั้นราคาตั้งหนึ่งแสนเจ็ดหมื่น เขาเครียดมากแล้วตอนนี้เงินเขาก็ไม่พอจนต้องไปหาขอกู้ยืมคนอื่น”
“หึ” เสิ่นหย่วนเทาไม่ยอมรับผิด “นี่เป็นเรื่องที่เขาพูดเอง มาโทษพ่อได้ยังไง”
สวีจิ้งเหอก็พูดแทรกขึ้นมาพอดี “แม่ก็เคยบอกแล้วว่า ครอบครัวเราจะช่วยจ่ายที่เหลือ”
“เขาคงจะยอมรับหรอกค่ะ ต่อจากนี้ลูกสาวของพ่อคงเป็นคนที่มีหนี้สินติดตัวแน่”
เธอก้มลงมองท้องของตัวเองแล้วลูบไปมา “ลูกแม่ช่างน่าสงสาร เกิดมาก็ต้องมีหนี้สินแล้ว”
“เอาละ พอได้แล้ว พอได้แล้ว นี่ไปเรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ยห๊ะ” เสิ่นหย่วนเทาไม่อยากฟังที่ลูกสาวพูดอีก
เสิ่นรั่วหนิงทำหน้าตาใสซื่อ “ไม่ได้เรียนจากไหนสักหน่อยนี่คะ”
“เห้อ…หนิงหนิง พ่อขอพูดตรง ๆ กับลูกว่า เรื่องซื้อบ้านเขาเป็นคนพูดเอง ลูกผู้ชายพูดแล้วต้องทำให้ได้ ลูกคงรู้จักลี่รุ่ยจือดี ลูกคิดว่าถ้าพ่อให้เงินเขาหกเจ็ดหมื่น เขาจะยินดีรับหรือเปล่า?”
“…ไม่รับค่ะ”
“เพราะฉะนั้น” เสิ่นหย่วนเทาวางถ้วยชาลง “พ่อจะไม่ให้เขารู้สึกเสียเปรียบ ของขวัญวันแต่งงานพ่อจะซื้อรถให้หนึ่งคัน”
“เมื่อก่อนเวลาที่หนิงหนิงอยากไปไหนมาไหนบ้านเราก็มีคนคอยขับรถให้ แต่หลังจากที่ลูกออกไปอยู่ข้างนอกพ่อจะซื้อรถให้ แต่เขาจะมีคนขับรถให้หรือไม่ เรื่องนี้พ่อก็ไม่รู้ แต่หลังจากนี้ลูกสาวของพ่อก็คงต้องลำบากไม่น้อย”
เสิ่นรั่วหนิงเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ในยุคที่นโยบายเข้มงวด เสิ่นหย่วนเทากลัวว่าจะลามไปถึงภรรยาและลูกสาว จึงหาวิธีส่งไปเรียนต่างประเทศ
เสิ่นหมิงโจวไปเป็นทหารช่วงเวลานั้นคนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายมีเพียงเสิ่นหย่วนเทาเท่านั้น
แต่เขาก็เป็นคนแรกที่ได้รับการปฏิรูปอย่างรวดเร็ว ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว
เสิ่นรั่วหนิงกลับมาที่บ้านเกิดก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่ได้เจอเสิ่นหย่วนเทาและเสิ่นหมิงโจวนานกว่าสิบปีเช่นกัน
พ่อและลูกชายตระกูลเสิ่นจึงรักและตามใจเสิ่นรั่วหนิงเหมือนไข่ในหิน ถ้าไม่ติดว่าท้อง พวกเขาคงไม่ปล่อยให้เธอแต่งงานเร็วขนาดนี้
เพื่อนร่วมงานของเสิ่นหย่วนเทาหลายคนหมั้นหมายกันตั้งแต่อายุสิบแปด
สำหรับเรื่องแต่งงานของเสิ่นรั่วหนิง เสิ่นหย่วนเทาและสวีจิ้งเหอไม่เคยพูดถึง แต่ไม่คิดว่าจะถูกลี่รุ่ยจือชิงไปแบบนี้
แม้ว่าภายหลังจะยอมรับลี่รุ่ยจือแล้ว แต่ตอนนี้ในใจเสิ่นหย่วนเทายังคงโกรธอยู่
เขาจะไม่ปล่อยให้ลี่รุ่ยจือผ่านด่านง่าย ๆ และเขาก็จะไม่ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองต้องลำบาก
สินสอดที่ตระกูลเสิ่นเตรียมให้เสิ่นรั่วหนิง มีมากกว่ารถยนต์คันหนึ่งแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยทั้งหมด
เสิ่นรั่วหนิงหัวเราะ “หนูไม่ได้รู้สึกว่าลำบากอะไรเลยค่ะ ถ้าลี่รุ่ยจือจะต้องไปทำงานที่ทางใต้แล้ว ในตอนนั้นคุณพ่อช่วยเกลี้ยกล่อมเขาให้พาหนูไปด้วยนะคะ”
“เขาอยากไปก็ไปสิ ลูกจะไปด้วยทำไม”
“หนูอยากจะไปอยู่กับเขาค่ะ” เสิ่นรั่วหนิงเติบโตจากการสั่งสอนแบบตะวันตก เปิดเผยความรู้สึกออกมาโดยไม่ได้อายเลย
“ไปลำบากด้วยกันน่ะเหรอ?” เสิ่นหย่วนเทาว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นลูกก็กลับมาอยู่บ้านเราก็ได้นี่”