ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 238 กู้เงิน
บทที่ 238 กู้เงิน
จั๋วเหวินอี้ต้องการโอนกรรมสิทธิ์และรับเงินโดยเร็วที่สุด แต่ลี่รุ่ยจือยังขาดเงินอีกเล็กน้อย จึงได้นัดหมายกันไว้อีกสามวันข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงหลังวันหยุดพอดีจึงจะนำเงินไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ได้
ลี่รุ่ยจือยืมเงินจากเพื่อนมาสองหมื่นแล้วยังขาดอีกสี่หมื่น
ลี่ข่ายจือและลี่สวนจือที่ย้ายออกไปแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลลี่ เมื่อลี่รุ่ยจือกลับถึงบ้านกลับไม่ได้ไปขอยืมเงินจากพวกเขาในช่วงเวลาเลิกงาน
เมื่อลี่ข่ายจือประชุมเสร็จ กลับเข้ามาในห้องทำงานก็พบลี่รุ่ยจือที่นอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ ก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ดื่มชา”
ลี่ข่ายจือเหลือบมองลี่รุ่ยจือ รับถ้วยชามาจิบสองสามอึกแล้วนั่งลง จากนั้นเงยหน้ามองลี่รุ่ยจือ “ไม่มีอะไรคงไม่มาเอาอกเอาใจแน่ พูดมาเลย มีธุระอะไร”
“เอ่อ พี่ใหญ่พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าผมกำลังจะซื้อบ้าน เอ่อ ผมเลือกไว้แล้วเป็นบ้านที่เมืองฝูเจี้ยน อีกสองสามวันจะไปโอนกรรมสิทธิ์แล้ว”
“เงินไม่พอเหรอ?”
ลี่รุ่ยจือพยักหน้าด้วยความเก้อเขิน “ยังขาดอีกนิดหน่อย พี่ใหญ่ผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะ พี่มีให้ผมยืมสักสองหมื่นไหม?”
“ขาดแค่สองหมื่น?”
“ขาดสี่หมื่นครับ” ลี่รุ่ยจือเม้มปาก “ผมกลัวพี่สะใภ้จะไม่พอใจ สองหมื่นที่เหลือ ผมว่าจะไปยืมจากพี่รอง”
“ไม่ต้องยุ่งยากหรอก ฉันจะให้แกยืมสี่หมื่นเลยก็แล้วกัน พี่รองของแกเพิ่งร่วมลงทุนกับคนอื่นสร้างโรงงาน ในมือคงไม่มีเงินแล้ว”
ลี่รุ่ยจือยิ้มอย่างโล่งใจ “แบบนั้นก็ได้ ขอบคุณพี่ใหญ่มาก ผมจะรีบใช้คืนให้แน่ ๆ ครับ”
“เอาเถอะ จัดการเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้คนทั้งตระกูลต่างก็รอจะดื่มเหล้ามงคลในงานแต่งงานของแกอยู่นะ”
สี่หมื่น แม้จะบอกว่าจะใช้คืนโดยเร็ว แต่จะเร็วได้อย่างไรกัน
ก็เพราะว่าเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตนเอง ไม่เช่นนั้นลี่ข่ายจือ ก็คงจะไม่มีวันให้ยืมเงินมากมายขนาดนี้แน่
ตั้งแต่ลี่หรงเรียนจบ ‘ร้านฝูหรง’ ก็เปิดทำการทุกวัน นั่นหมายความว่าเหล่าคุณนายไม่ต้องรอถึงวันเสาร์อาทิตย์อีกต่อไปแล้ว
แต่พนักงานก็ไม่ได้ทำงานติดต่อกัน ลี่หรงให้พวกเธอหยุดสองวันต่อสัปดาห์ ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็เฝ้าร้านเอง
โดยปกติแล้วจะมีแค่เจิ้งเยี่ยนหงเท่านั้นที่ได้หยุด เพราะลูกชายของเธอต้องไปรักษาตัว และสองวันนี้เป็นวันที่เธอจะได้อยู่กับลูก
คนอื่น ๆ จะได้หยุดคนละหนึ่งวัน เพราะพวกเธอได้รับค่าจ้างตามชิ้นงาน ยิ่งขยันยิ่งได้มาก
บังเอิญเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงมีแขกที่ลี่หรงคาดไม่ถึงมาเยือน
หรานชิงชิงพาเสี่ยวเป่ามาที่บ้านล้อมลาน เธอมองป้ายที่หน้าประตู พอเข้ามาก็ไม่สนใจอะไรมากมาย ตะโกนเรียกชื่อลี่หรงเสียงดังลั่น
เสียงดังมากจนแม่จ้าวยังนึกว่ามีคนมาก่อกวนเสียอีกจึงออกมาจากห้องด้านใน พอเห็นผู้หญิงสวมเสื้อขนสัตว์มีสีหน้ายิ้มแย้มคนหนึ่ง ลี่หรงก็ออกมาพอดี
เมื่อเห็นลี่หรงทักทายแขกแม่จ้าวจึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาก่อกวน จึงเดินกลับเข้าห้องไปอย่างสบายใจ
“คุณแม่ของเสี่ยวเป่า มาหาอันอันเหรอคะ”
หรานชิงชิงผลักเสี่ยวเป่าไปข้างหน้าเล็กน้อย “เสี่ยวเป่ามาหาอันอัน ส่วนฉันมาหาคุณ”
เสี่ยวเป่าทักทายลี่หรงด้วยรอยยิ้ม แล้วถามว่าอันอันอยู่ที่ไหน
“อันอันอยู่ข้างในกำลังเล่นอยู่จ้ะ” ลี่หรงชี้ไปทางห้องด้านเหนือพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไปหาเขาเถอะ”
ลี่หรงก็เดาได้ง่าย ๆ อยู่แล้วว่าหรานชิงชิงมาหาเธอด้วยเรื่องอะไร “คุณจะมาตัดชุดใช่ไหมคะ?”
หรานชิงชิงพยักหน้าแรง ๆ
“อย่างนั้นเชิญด้านในเลยค่ะ”
อากาศหนาวประตูห้องทางทิศตะวันออกทั้งสองบานจึงปิดอยู่
หรานชิงชิงเลยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ ก็รับตัดเสื้อผ้าเช่นกัน แต่เธอเดินตามลี่หรงเข้าไปในห้องทิศตะวันออก แม้ว่าจะเคยเดินห้างสรรพสินค้าและเคยพบช่างตัดเสื้อฝีมือดีที่คิดค่าบริการสูงมาแล้วหลายร้าน แต่เธอก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
“ชุดกระโปรงที่แขวนอยู่ตรงนี้ ลูกค้าคนอื่นสั่งตัดไว้เหรอคะ?” หรานชิงชิงไม่เกรงใจเดินดูไปทั่วและยังเอื้อมมือไปลูบคลำ แต่ก็ลูบคลำแค่ของที่อยู่ด้านนอกเท่านั้น ชุดที่จัดแสดงไว้ มีการนำโหลแก้วใสมาครอบไว้ทั้งหมด
ข้าง ๆ คุณยายโม่และคนอื่น ๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร แค่เงยหน้าขึ้นมองตอนที่หรานชิงชิงเดินเข้ามา จากนั้นก็ก้มหน้าลงทำงานปักผ้าของตัวเองต่อ
“ไม่ใช่ค่ะ นั่นเอาไว้ให้ลูกค้าดู” ลี่หรงกำลังหาของและให้หรานชิงชิงเดินดูก่อน
หรานชิงชิงเห็นพวกเธอกำลังปักผ้า จึงตั้งใจเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ และจ้องไปที่ของในมือของอีกฝ่าย “ว้าว! ปักได้สวยจังเลยค่ะ สวยงามมาก ชุดของฉันจะมีการปักลายแบบนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?”
ลี่หรงถือกระดาษและดินสอเดินเข้ามา “ถ้าคุณชอบ เดี๋ยวฉันจะออกแบบงานปักให้คุณค่ะ”
หรานชิงชิงหัวเราะ “ถ้าชุดของฉันมีอะไรแบบนี้ มันคงดูไม่เข้ากัน ฉันโครงร่างใหญ่ ตัวใหญ่ ใส่แล้วคงไม่สวยเท่าไหร่”
ลี่หรงให้หลี่เสี่ยวอ้ายมาวัดขนาดตัวให้เธอ
หลี่เสี่ยวอ้ายอายุยังน้อยแต่เรียนรู้ได้เร็ว ลี่หรงเคยสอนวิธีวัดขนาดตัวให้เธอไปแล้วครั้งหนึ่ง
ตอนแรกยังเป็นห่วงว่าหลี่เสี่ยวอ้ายจะไม่เต็มใจเรียน เพราะเมื่อเรียนรู้แล้วจะต้องรับหน้าที่วัดตัวให้ลูกค้า และลี่หรงก็ไม่ได้บอกว่าจะจ่ายค่าจ้างเพิ่มแต่อย่างใด
แต่พอหลี่เสี่ยวอ้ายได้ยินลี่หรงบอกให้เธอวัดขนาดตัวให้ลูกค้า ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย เธอบอกว่าเธอเต็มใจเรียน
และเธอก็เรียนรู้ได้ไวมาก จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นช่างที่มีความชำนาญแล้ว
เธอหยิบสายวัดขึ้นมา จากนั้นก็พูดกับหรานชิงชิงพร้อมรอยยิ้ม “คุณผู้หญิงคะ กรุณาถอดเสื้อคลุมออกด้วยค่ะ ฉันจะได้วัดขนาดตัวให้คุณ”
หรานชิงชิงถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ด้านนอกออก จากนั้นก็ชี้ไปที่เสื้อกันหนาวของตัวเอง “ตัวนี้ต้องถอดด้วยหรือเปล่าจ๊ะ?”
หลี่เสี่ยวอ้ายพูดอย่างจริงจัง “ต้องถอดด้วยค่ะ เหลือแต่ตัวที่ใส่ด้านในไว้ตัวเดียว แบบนี้ขนาดที่วัดออกมาถึงจะแม่นยำค่ะ”
ในห้องมีเตาผิง ไม่ได้หนาวมากนัก หรานชิงชิงจึงถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็ว
ลี่หรงนั่งอยู่ข้าง ๆ คุยกับหรานชิงชิงไปด้วย
แน่นอนว่าสิ่งที่พูดนั้นมีเหตุผล นั่นจะช่วยทำให้รู้ความชอบของเธอ เพื่อที่จะได้ออกแบบชุดได้อย่างถูกใจ
ตอนพูดถึงเรื่องสี หรานชิงชิงบอกว่าเธอชอบสีชมพู แต่เธอก็ไม่เคยซื้อสีชมพูสวย ๆ ได้เลย ทุกครั้งที่เจอสีที่ถูกใจ พอใส่แล้วก็จะดูเป็นคนบ้านนอกไปเลย
ลี่หรงฟังเธอพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “สามีของฉันชอบสีเหลือง เขาใส่แล้วยิ่งดูบ้านนอกกว่าฉันอีก ช่วงฤดูร้อนทีไรก็ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอก สวมสร้อยทองเส้นใหญ่ แถมยังใส่แม้กระทั่งนาฬิกาสีทอง เหมือนพวกบ้านนอกที่เพิ่งจะเคยรวยอย่างนั้นแหละ”
หลี่เสี่ยวอ้ายหัวเราะออกมา ส่วนลี่หรงก็อดที่จะพูดไม่ได้ว่า “คุณพ่อของเสี่ยวเป่าทำงานอะไรเหรอคะ?”
“รับเหมาก่อสร้าง แล้วก็มีอย่างอื่นอีกนิดหน่อย ฉันก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่”
หรานชิงชิงเบ้ปาก “ช่างเถอะ ขอแค่มีเงินให้ฉันใช้ก็พอ”
“พวกคุณดูรักกันดีจังเลยนะคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่รักกันแล้วใครจะอยากย้ายถิ่นฐานมาทำงานที่เมืองหลวงล่ะ”
จากสำเนียงและรูปร่างของหรานชิงชิง ดูคล้ายกับพวกผู้หญิงแถบตะวันออกเฉียงเหนือ ลี่หรงถามเธอก็เลยได้รู้ว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
หลังจากที่หรานชิงชิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและนั่งลงแล้ว ลี่หรงก็รินชาดอกไม้ให้เธอและเล่าขั้นตอนการตัดเย็บเสื้อผ้าของร้านฝูหรงให้เธอฟัง
หรานชิงชิงฟังจนอึ้งไปเลย “แบบนี้มันไม่เหมือนกับร้านตัดเสื้อที่ฉันเคยไปเลยนะ แล้วฉันต้องรอให้คุณเขียนแบบเสร็จถึงจะเริ่มทำได้ใช่ไหม? แบบนี้ต้องรอนานมากแน่ ๆ เลย”
“ตอนที่ฉันทำงานคนเดียว ก็ต้องใช้เวลาเป็นครึ่งเดือนจริง ๆ ค่ะ” ลี่หรงเหลือบตามองคุณยายโม่และคนอื่น ๆ “แต่ตอนนี้ฉันมีพนักงานหลายคนแล้ว พอเขียนแบบเสร็จก็น่าจะใช้เวลาประมาณห้าถึงหกวันก็ทำเสร็จค่ะ”
หรานชิงชิงโพล่งออกมาอย่างไว “ที่นี่มีคนแค่ไม่กี่คนเองนะคะ จะทำให้เร็วขึ้นขนาดนั้นได้ยังไง? ฉันยังเห็นพวกเธอกำลังปักผ้าอยู่เลย”
“ด้านข้างยังมีอีกห้าคนค่ะ คุณยายโม่และคนที่อยู่ตรงนี้ทำหน้าที่แค่ปักผ้า ส่วนงานเย็บผ้ายังมีอีกสี่ห้าคน ถ้าแบบไม่ซับซ้อนพวกเธอทำได้ภายในสองวันค่ะ”