ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 239 เพื่อนใหม่
บทที่ 239 เพื่อนใหม่
“จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยสิ ฉันยังกลัวว่าจะไม่ทันก่อนตรุษจีนเสียอีก”
ก่อนตรุษจีน…
ลี่หรงพูดกับเธอด้วยความเสียดาย “ก่อนตรุษจีนคงจะไม่ได้แล้วค่ะ ช่วงนี้กำลังเร่งทำงานกันอยู่ พอทำของคนที่สั่งก่อนตรุษจีนเสร็จแล้ว ก็เตรียมให้พวกเธอหยุดงานกลับบ้านไปฉลองตรุษจีนแล้วค่ะ”
“อะไรนะ?” รอยยิ้มของหรานชิงชิงแข็งค้าง เธอกะไว้ว่าจะเตรียมเก็บเอาไว้ใส่ไปอวดโฉมในช่วงตรุษจีนอยู่เลย
เสื้อผ้าของลี่หรงนั้นสวยงาม หรูหรา…อย่างน้อยเธอก็คิดอย่างนั้น เสื้อผ้าที่ลี่หรงจัดแสดงอยู่ในตู้ใส ๆ น่ะ มีตัวไหนไม่เป็นอย่างนั้นบ้างล่ะ
เธอคิดว่าพอถึงเวลานั้น เสื้อผ้าที่ลี่หรงทำให้เธอเสร็จก็คงจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถึงเวลานั้นเธอจะได้ออกไปทานข้าวกับสามีของเธอ ใครจะกล้าพูดอีกว่าเธอไม่มีรสนิยม พูดว่าเธอเป็นเศรษฐีใหม่บ้านนอกที่เชย
แต่ไม่นึกเลยว่าจะทำไม่ทันก่อนตรุษจีน!
หรานชิงชิงขมวดคิ้ว “แล้วจะทำยังไงดี?”
“ไม่มีทางอื่นเลยค่ะ ช่วงนี้มีลูกค้าเยอะจริง ๆ คุณแม่เสี่ยวเป่าคงจะไม่ได้ใส่ชุดนี้ในวันตรุษจีน แบบนี้คุณยังจะสั่งตัดอยู่หรือเปล่าคะ?”
“ก็ต้องสั่งอยู่แล้วค่ะ” หรานชิงชิงระบายความหงุดหงิดในใจของเธอกับลี่หรง “เสื้อที่สามีฉันซื้อให้ก็มีแต่เสื้อขนสัตว์ ฉันใส่จนเบื่อแล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเอาหนังสัตว์มาคลุมตัวไว้ทั้งตัวแบบนั้น แต่เพื่อน ๆ ฉันก็ใส่ออกมาข้างนอกกันทั้งนั้น แล้วฉันก็หาเสื้อคลุมตัวนอกสวย ๆ ใส่ไม่ได้เลย”
เธอคร่ำครวญด้วยความเศร้าโศก “เฮ้อ ใครใช้ให้ฉันตัวใหญ่ขนาดนี้กันล่ะเนอะ ถ้าฉันผอมละก็คงดีกว่านี้”
ลี่หรงคิดครู่หนึ่ง “คุณแม่เสี่ยวเป่าต้องการซื้อเสื้อคลุมตัวนอกเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ยากเลยค่ะ”
“ยังไงเหรอคะ?”
“ฉันมีเสื้อคลุมผ้าขนสัตว์ที่ออกแบบไว้แล้วอยู่ค่ะ ฉันจะเอาภาพให้คุณดู ถ้าคุณถูกใจก็สั่งทำได้เลย เสื้อคลุมตัวนอกแบบนี้พวกเธอทำจนชินแล้วค่ะ ทำออกมาได้ทันแน่นอน”
“ได้เลยค่ะ ขอฉันดูหน่อย!”
ลี่หรงหาแบบเสื้อคลุมผ้าขนสัตว์สีชมพูอ่อนตัวยาวคอปกตั้งให้หรานชิงชิงดู
“เอ่อ เสื้อตัวนี้เป็นสีชมพู คงไม่เหมาะกับฉันเท่าไหร่ ฉันใส่ไม่ได้หรอก”
“ใส่ได้ค่ะ” ลี่หรงขยิบตา “คุณเชื่อฉันเถอะค่ะ ฉันดูคนไม่เคยผิด”
“ถ้ามีตัวสำเร็จรูปก็น่าจะดี ฉันจะได้ลองใส่เลย”
หลี่เสี่ยวอ้ายพูดแทรกขึ้นมาทันที “พี่ลี่หรง ชุดนี้เหมือนว่าจะมีตัวที่เพิ่งทำเสร็จ ลูกค้ายังไม่มารับ พี่เอาออกมาให้เธอลองดูหน่อยดีไหมคะ?”
“อ๋อ ใช่แล้ว! ฉันลืมไปเลย ฉันยุ่งจนสมองล้าไปหมดแล้ว นี่มันชุดสำเร็จรูปนี่”
เธอเหลือบมองหรานชิงชิง “แต่ว่าลูกค้าตัวเล็กกว่าคุณ และผอมกว่าด้วย คงจะลองใส่ไม่ได้ แต่สามารถดูของจริงแล้วลองเอาไปทาบตัวที่หน้ากระจกดูได้นะคะ”
เสื้อผ้าสำเร็จรูปของลูกค้า นอกจากที่ลี่หรงลงมือทำเองแล้วส่วนใหญ่จะอยู่ในตู้ของห้องที่สองฝั่งตะวันออก
พอมาที่ห้องฝั่งตะวันออกแล้ว หรานชิงชิงก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง มีคนสี่ห้าคนกำลังเย็บผ้าอยู่ที่นั่น เสียงดังเหยียบจักรดังเอี๊ยดอ๊าด แล้วทำไมเมื่อครู่เธอถึงไม่เห็นนะ
แล้วตู้ข้าง ๆ นั่น ทำได้ดีขนาดนี้เชียว
เมื่อก่อนที่เธอหาช่างตัดเสื้อ ก็มักจะมีเสื้อผ้ากองรวมกันเป็นตั้ง ๆ เวลาไปเดินห้างก็แขวนไว้ แต่ร้านของลี่หรงกลับต่างออกไป
เธอได้ยินลี่หรงเรียกคนคนหนึ่ง แล้วถามว่า “ชุดนี้ยังไม่เอาไปใช่ไหม เก็บไว้ที่ไหน?”
ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรบางอย่าง หรานชิงชิงฟังไม่เข้าใจ จากนั้นเธอก็เห็นลี่หรงเปิดตู้ตู้หนึ่งแล้วหยิบเสื้อผ้าหนา ๆ ตัวหนึ่งออกมา
เป็นชุดเดียวกับที่หรานชิงชิงดูเมื่อครู่นี่เอง
ลี่หรงกางเสื้อออกให้หรานชิงชิงดู
หรานชิงชิงชอบสีนี้ตั้งแต่แรกเห็น เดิมทีเธอชอบสีชมพูอยู่แล้ว แต่สีชมพูอมม่วงนี้ตอนเห็นภาพเธอยังเฉย ๆ
แต่ตอนนี้พอเห็นของจริง เธอก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นแล้ว
ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอพลันหยุดลง เธอเหลือบมองลี่หรงอย่างลังเล “สีนี้ฉันใส่ได้จริง ๆ เหรอ?”
“ได้สิคะ มาลองก่อนเร็ว”
ลี่หรงกางเสื้อคลุมออกให้เธอลองไปส่องกระจก
“อุ๊ย!” หรานชิงชิงมองตัวเองในกระจก แล้วก็อึ้งไป “ไม่เลวเลย”
จริง ๆ แล้วเสื้อคลุมตัวนี้ยังมีลูกเล่นอีกอย่างคือ ส่วนคอเสื้อมีการออกแบบเป็นสีตัด
พอรู้ว่าจะได้เสื้อก่อนตรุษจีน หรานชิงชิงที่หน้าเศร้าก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นหน้าชื่นบานทันที
เตรียมตัวกลับบ้านอย่างมีความสุข
เสี่ยวเป่าเดินเข้าห้องนั่งเล่นทางด้านเหนือ อันอันไม่อยู่ในห้อง แต่ไปเล่นกับเอ้อร์หนิวอยู่บนเตียงของปู่กับย่า
เตียงนั้นติดกับห้องครัว เวลาไม่ได้ทำอาหาร ก็จะเอาถ่านหักใส่ไว้ในเตา เอาไว้ต้มน้ำอุ่นเตียงในห้องด้วย
พอได้ยินเสียงเสี่ยวเป่า อันอันก็กระโดดลงจากเตียงวิ่งออกไปเรียกเสี่ยวเป่าให้เข้ามา
จากนั้นบนเตียงของปู่กับย่าก็มีเด็กเพิ่มมาอีกคน
ดีที่แม่จ้าวไม่ว่าอะไร แต่ก่อนที่หมู่บ้านต้าเจียง ที่บ้านจะนอนเบียดบนเตียงเดียวกันเพื่อประหยัดฟืนเป็นเรื่องปกติ
เธอหยิบลูกอมกับขนมออกมาให้พวกเขากิน
อันอันแนะนำให้พวกเขารู้จักกันอีกครั้ง แล้วล้วงลูกอมออกมาใส่ในมือเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าสวมรองเท้าหนังเล็ก ๆ เขาหัดถอดรองเท้าขึ้นเตียงตามอย่างอันอัน
เอ้อร์หนิวมองรองเท้าหนังเล็ก ๆ นั้นด้วยความสงสัย เด็ก ๆ ในเมืองหลวงล้วนสวมรองเท้าแบบนี้เหรอ?
อันอันก็มีรองเท้าแบบนี้
แต่เอ้อร์หนิวไม่มี รองเท้าของเขาเป็นรองเท้าผ้าที่แม่ทำให้นั่นเอง
ซึ่งต่างจากรองเท้าหนังเล็ก ๆ ที่จะสะท้อนแสง
แม้เอ้อร์หนิวจะเติบโตในชนบท แต่เขามีบุคลิกที่ร่าเริงไม่ได้เงียบเพราะไม่รู้จักเสี่ยวเป่า เขายังเป็นพี่ชายที่พาน้อง ๆ เล่น
เด็ก ๆ พูดจ้อกันไปมาไม่นานก็สนิทสนมกัน
เสี่ยวเป่าพูดว่า “เตียงของพวกนายอุ่นจัง บ้านฉันไม่มีแบบนี้”
อันอันเงยหน้าขึ้นถามว่า “ทำไมไม่มีล่ะ? ที่เราอยู่กับที่ที่พ่อฉันอยู่ก็มีนะ”
ที่ที่เขาว่าพ่ออยู่ ที่จริงก็คือหมู่บ้านต้าเจียง แต่เขาไม่รู้จักคำว่าหมู่บ้าน หรือชนบท จึงได้แต่บอกว่าที่พ่ออยู่ก็มี
ส่วนที่เราอยู่ก็คือบ้านหลังปัจจุบันในเมืองหลวง
ในประสบการณ์อันน้อยนิดของเขา บ้านที่เขาเคยอยู่ล้วนมีเตียงลักษณะแบบนี้ เขาจึงคิดว่าบ้านทุกหลังย่อมมีเตียงแบบนี้
“ฉันนอนเตียงสีขาว ถ้าพวกนายไปบ้านฉันจะไปเล่นด้วยกันไหม?”
“ไปสิ!” เมื่อได้รับคำเชิญจากเพื่อน อันอันจึงตอบกลับอย่างยินดี แล้วพูดต่อว่า “นายนอนคนเดียวเหรอ?”
เอ้อร์หนิวก็เดินเข้ามาเพื่อรอลุ้นคำตอบ เขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นจริง ๆ เพราะจนถึงตอนนี้ เขายังไม่มีเตียงนอนเป็นของตัวเอง เขายังนอนกับพ่อแม่ของเขาอยู่เลย
“ใช่แล้วละ พ่อของฉันไม่ยอมให้ฉันนอนกับแม่”
เอ้อร์หนิวมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา “นายโชคดีจังที่มีเตียงเป็นของตัวเอง”
“ไม่ดีเลยสักนิด ฉันอยากนอนกับแม่บ้าง” เสี่ยวเป่าทำปากยื่นเหมือนกำลังจะร้องไห้ “อันอันน่ะยังโชคดีที่ได้นอนกับแม่ แต่พ่อไม่ให้ฉันนอนกับแม่เลย”
อันอันไม่ได้พูดอะไร สีหน้าครุ่นคิดว่าพ่อของเขาก็ไม่อนุญาตให้เขานอนกับแม่เช่นกัน…
เด็ก ๆ ยังคงอยากคุยกันต่อ แต่หรานชิงชิงก็มาตามเสี่ยวเป่าให้กลับบ้าน
เสี่ยวเป่ามองอันอันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย สุดท้ายผู้ใหญ่ก็ต้องมาปลอบใจให้พวกเขามาเล่นด้วยกันอีกในคราวหน้า เสี่ยวเป่าถึงยอมกลับบ้าน
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันตรุษจีนแล้ว ลี่หรงซื้อบ้านที่ตรอกเซี่ยงฝูเตรียมเอาไว้ปล่อยเช่าเพื่อเก็บค่าเช่า
ต้องใช้เวลาประมาณสามสิบปี กว่าที่ราคาบ้านจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงเวลานี้ ลี่หรงก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น การปล่อยเช่าเพื่อเก็บค่าเช่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่เนื่องจากอีกไม่กี่วันก็จะถึงตรุษจีนแล้ว จึงมีคนมองหาบ้านน้อยลง หลังจากผ่านพ้นช่วงตรุษจีนไปแล้วจึงจะมีคนมองหาบ้านกันมากขึ้น
ร้านผลไม้หยุดช่วงเทศกาลรอสิ้นปีค่อยเปิดใหม่
ลี่หรงจ่ายค่าจ้างช่วงตรุษจีนให้กับคุณยายโม่ และคนอื่น ๆ แล้วแจกอั่งเปาเพิ่มอีกคนละสิบหยวน