ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 241 ทหารใหม่
บทที่ 241 ทหารใหม่
“อะไรกัน?” ลี่หรงตกใจยังมีคนแบบนี้อีกเหรอเนี่ย?
หลี่เสี่ยวอ้ายจะร้องไห้อีกแล้ว “พี่ลี่หรง แล้วฉันจะทำยังไงดี ฉันไม่กล้าบอกคุณยายเลย กลัวว่าคุณยายจะโกรธอีก!”
“ไม่บอกน่ะดีแล้ว” ลี่หรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วคุณยายจะออกจากโรงพยาบาลวันไหน?”
“หมอบอกว่าอีกสองวันค่ะ ตอนนี้ความดันคุณยายยังไม่คงที่”
“เข้าใจแล้ว หลังจากคุณยายออกมาจากโรงพยาบาลแล้วให้พามาหาพี่ที่บ้าน” ลี่หรงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อย่าให้คุณยายรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”
เมื่อเธอพูดแบบนี้ หลี่เสี่ยวอ้ายก็รู้ว่าเธอคิดหาทางช่วยเธอแล้ว ในใจก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เธอเงยหน้ามองลี่หรงด้วยความรู้สึกที่ขอบคุณ พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ค่ะ!”
“แล้วลุงรองพาใครกลับบ้านบ้างล่ะ เขากลับมาคนเดียวหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ ยังมีลูกชายคนโตกับเมียและลูก ๆ ของพวกเขา แล้วก็มีลูกชายคนรองของลุงรองค่ะ นอกนั้นก็ไม่มีใครแล้ว”
โห ลูกชายตั้งสองคน
ไม่แปลกใจเลยที่กล้าบุกมารังแกคุณยายโม่กับหลานสาว ในบ้านมีแต่คนแก่กับเด็กผู้หญิงคนเดียว คนพวกนี้หน้าด้านมาก
ลี่หรงบอกให้หลี่เสี่ยวอ้ายกลับโรงพยาบาลไปดูแลคุณยายโม่ก่อน
เมื่อกลับถึงบ้านลี่หรงก็โทรศัพท์ไปที่บ้านทันที บอกลี่รุ่ยจือว่าพรุ่งนี้หาชายฉกรรจ์มาสักสองสามคน
ลี่รุ่ยจือยังไม่ทันได้ตั้งตัว “จะเอาไปทำไม จะหาเรื่องตีกับน้องเขยหรือไง?”
“พูดอะไรของพี่เนี่ย!” ลี่หรงไม่พอใจ ไม่ใช่ว่าเป็นพ่อคนแล้วจะสุขุมขึ้นหรอกเหรอ ทำไมยังชอบแซวเธอแบบนี้อยู่นะ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน ลี่หรงเล่าเรื่องราวให้เขาฟังคร่าว ๆ คนทางโน้นก็ด่าคำหยาบออกมามากมาย “ยังมีคนแบบนี้อีกเหรอ? ไว้ใจได้เลย พรุ่งนี้จะหาคนที่โหด ๆ ไปให้สักสองสามคน ฉันก็อยากจะดูหน้าหน่อยว่าเป็นตัวอะไร ถึงได้กล้ารังแกคนแก่กับเด็กแบบนี้”
“พอแล้ว อย่ามัวแต่พูดมาก เรื่องพรุ่งนี้อยู่ที่พี่จะจัดการแล้วละ อ้อ แล้วเรื่องบ้านที่ฝูเจี้ยนจัดการเรียบร้อยหรือยังคะ?”
“เรียบร้อยแล้ว ฉันยืมจากพี่ใหญ่มาสี่หมื่น” ลี่รุ่ยจือหัวเราะอย่างพอใจ
“เขาบอกว่านั่นคือเงินเก็บทั้งหมดของเขาเลยนะ”
“พี่ใหญ่ใจดีมากเลยนะ แต่พี่ก็ต้องรีบใช้คืนเขาด้วยเล่า เดี๋ยวพี่สะใภ้ใหญ่รู้เข้าจะไม่พอใจ”
“รู้แล้วน่า แต่ฉันคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่คงไม่โกรธหรอก เธอเคยดีกับฉันมากนะ แล้วที่สำคัญพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ใช่คนขัดสนอะไร ครอบครัวเจียงตอนนี้รุ่งเรืองมากเลยนะ แล้วเธอก็เป็นลูกคนเดียวด้วย”
ลี่หรงไม่ค่อยรู้เรื่องภูมิหลังของเจียงซิ่วอวี้ เธอไม่ได้สนใจจะสืบเรื่องราวของสะใภ้ใหญ่มากนัก แต่เท่าที่รู้จากสถานะของลี่ข่ายจือ ภรรยาที่เขาแต่งงานด้วยก็คงจะมาจากตระกูลที่ไม่ได้ด้อยกว่ากันเท่าไหร่
ส่วนพี่สะใภ้รองหลินเหม่ยฮวา ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร หลินเหม่ยฮวากับลี่สวนจือพบรักกันที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ตอนที่ทั้งคู่ยังเป็นแค่พนักงาน ต่อมาลี่สวนจือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงงาน ส่วนหลินเหม่ยฮวาก็เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกย่อย
จนถึงปัจจุบัน ทั้งคู่ก็ช่วยกันสร้างโรงงานของตัวเอง ขยันหาเงินด้วยกันอยู่
สามีภรรยาที่ขยันทำงานแท้ ๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเดือดร้อนจนปวดหัวมาเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว ยิ่งใกล้ตรุษจีนเข้ามาเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง
แต่จนถึงตอนนี้ ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำเอาหัวจะหงอกอยู่แล้ว เรื่องนี้ต้องรอให้พ้นตรุษจีนไปก่อน แถมพวกเขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ้นตรุษจีนไปแล้วจะยังแก้ไขได้หรือเปล่า
น่าปวดหัวจริง ๆ
วันรุ่งขึ้นลี่รุ่ยจือก็กลับไปที่หน่วยพบกับเพื่อนร่วมรบของเขา และหาทหารใหม่ร่างกายกำยำมาสักสองสามคน
ปี้ซิ่งสือเพื่อนร่วมรบของเขาทุบไหล่ของลี่รุ่ยจืออย่างแรง “อะไรกัน! จะเอาทหารใหม่ของฉันไปใช้ฟรี ๆ งั้นเหรอ? มาที่นี่เพื่อหาแรงงานฟรีอย่างนั้นสิ”
นั่นเป็นแค่คำพูดล้อเล่น ทั้งคู่ต่างรู้จักนิสัยใจคอกันดี ลี่รุ่ยจือหัวเราะในลำคอ “เมื่อเรื่องนี้เสร็จ พวกนายได้ผลตอบแทนดีแน่นอน”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์
จู่ ๆ ปี้ซิ่งสือก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “นายจะหาคนไปทำอะไรกันแน่ จะไปทำเรื่องไม่ดีใช่ไหม ฉันเตือนนายไว้ก่อนนะ พวกเราเป็นทหาร เราไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายหรอกนะ”
“คิดอะไรอยู่เนี่ย ไม่ใช่แบบนั้น!” ลี่รุ่ยจือเล่าเรื่องของหลี่เสี่ยวอ้ายให้ฟังคร่าว ๆ “ไอ้สารเลวนั่น มันกลั่นแกล้งคนอ่อนแอกว่า พูดตามตรงพวกเราที่ใส่ชุดแบบนี้ มีหน้าที่ลงโทษคนชั่วและช่วยเหลือคนดีหรือเปล่า”
เขาตบไปที่เสื้อผ้าสีเขียวทหารของอีกฝ่าย
“นี่อย่าบอกนะว่าเป็นบ้านของคนที่นายชอบถึงได้ลงทุนเอาใจขนาดนี้”
เรื่องในครอบครัวของคนธรรมดา พวกเขาไม่ควรยุ่งเกี่ยวถึงแม้ว่าจะร้ายแรงมาก แต่โดยทั่วไปก็จะให้ตำรวจไปไกล่เกลี่ยก่อน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรถึงมือพวกเขาเว้นแต่จะเป็นคนรู้จัก
ลี่รุ่ยจือ “แฟนฉันที่ไหนกันเล่า น้องสาวฉันมาขอความช่วยเหลือต่างหากล่ะ”
“ได้สิ รอจัดการเสร็จแล้ว อย่าลืมเลี้ยงเหล้าพวกเราพี่น้องด้วยล่ะ”
“ช่างเถอะ ๆ หลังตรุษจีนฉันจะแต่งงานแล้ว พวกนายอย่าลืมมานะ”
“ลูกสาวบ้านไหนเนี่ย ก่อนหน้านี้ตอนอยู่กองทัพ มีสาว ๆ มาหาตั้งเยอะ นายไม่สนใจใครเลยสักคน แม้แต่หมอกองพันของพวกเรา นายจำได้ไหม ทั้งสวยอ่อนหวาน ถักเปียสองข้างวนเวียนอยู่รอบ ๆ นายตลอด แต่นายก็ไม่ได้เย็นชากับเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ พวกเราเลยคิดว่านายชอบเธอซะอีก”
“อย่าพูดซี้ซั้ว ฉันไม่ได้ชอบเธอเสียหน่อย” ลี่รุ่ยจือมองไปที่ปี้ซิ่งสืออย่างภูมิใจ “ว่าที่ภรรยาฉันสวยกว่าเธอเยอะ เธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเลยละ”
ในโลกนี้มีผู้หญิงที่สวยกว่าเสมอ จะมีใครที่สวยที่สุดในโลกได้อย่างไร ปี้ซิ่งสือคิดว่าเขาคงมองคนรักของตัวเองว่าเลิศเลอกว่าคนอื่นจึงไม่ได้คิดอะไร
ปี้ซิ่งสือกับลี่รุ่ยจือสนิทกันมากในกองทัพ นิสัยใจคอคล้ายกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังเป็นหนุ่ม ทั้งสองต่างอารมณ์ร้าย ไม่พอใจอะไรก็ลงไม้ลงมือ สองคนนี้จึงแลกหมัดกันจนมาลงรอยกันได้แบบนี้
นิสัยของพวกเขาคือพวกอันธพาล เมื่อเป็นทหารจึงยิ่งมีนิสัยอันธพาลมากขึ้น
เพียงแต่ภายหลังปลดประจำการ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปคร่ำเคร่งอยู่กับชีวิตของตัวเอง จึงค่อย ๆ มีความสุขุมเยือกเย็นมากขึ้น
แต่ว่าวันนี้ทั้งสองได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อก่อน
วันนี้ปี้ซิ่งสือไม่มีอะไรทำ จู่ ๆ ก็สนใจขึ้นมา “ฉันก็อยากไปด้วย”
“เหล่าปี้ นายอยากไปร่วมสนุกด้วยงั้นเหรอ?”
“อะไรเล่า ฉันไปด้วยเนี่ยก็ถือว่าเป็นเกียรติมากเลยนะ!”
ลี่รุ่ยจือตบไหล่เขา “โอ้ ๆ จัดการเรื่องเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องขอบคุณท่านผู้บังคับกองร้อยปี้ของเราให้มาก ๆ สิ”
“เลิกพูดเถอะ!” ปี้ซิ่งสือได้ยินที่เขาเรียกก็รู้ทันทีว่าหมอนี่กำลังแซวเขาอยู่
ปี้ซิ่งสือเรียกพลทหารใหม่มาสองสามคน ล้วนเป็นแบบที่ลี่รุ่ยจืออยากได้ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ตัดผมเกรียนดูแล้วโหดดี เขาเหลือบมองลี่รุ่ยจือ “พวกนี้ใช้ได้ไหม?”
ลี่หรงเห็นแล้วก็พอใจมาก พวกนี้แค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องแน่ ๆ
หลี่เสี่ยวอ้ายยังไม่มา เธอให้ปี้ซิ่งสือและคนอื่น ๆ นั่งกินข้าวรอไปก่อน
ตอนแรกแม่จ้าวก็กลัวเด็กหนุ่มกลุ่มนี้ เพราะหน้าตาดูโหด ๆ แต่พอได้ยินว่าเป็นทหารใหม่แม่จ้าวคิดถึงจ้าวชิงซงก็ไม่กลัวเด็กหนุ่มพวกนี้อีกแล้ว
เธอรีบถามไถ่ว่ากินข้าวเช้ามาหรือยัง เห็นว่ายังไม่ได้กินก็รีบไปยกอาหารมา แล้วเชิญชวนให้พวกเขากินข้าวกันก่อน
ลี่รุ่ยจือแนะนำลี่หรงกับปี้ซิ่งสือให้รู้จักกัน
ปี้ซิ่งสือก็แกล้งลี่รุ่ยจือตอนที่ลี่หรงเผลอ “แหม ๆ นายมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ ปกปิดเก่งจริงแฮะ ไม่คิดจะแนะนำให้พี่น้องได้รู้จักหน่อยหรือไง?”
“พูดบ้าอะไรของนายน่ะ” ลี่รุ่ยจือยกเท้าถีบเขา “น้องสาวฉันมีลูกแล้ว เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว”