ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 242 ชายที่มีแผลเป็น
บทที่ 242 ชายที่มีแผลเป็น
“คนนู้นน้องเขยฉัน นั่นหลานชายฉัน”
ปี้ซิ่งสือมองไปทางอันอันกับจ้าวชิงซงที่เดินออกมาทีละคน
เขาเอื้อมแขนดันลี่รุ่ยจือแล้วกระซิบว่า “ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ”
ลี่รุ่ยจือหัวเราะเยาะ “อย่าเพ้อเจ้อ”
หลี่เสี่ยวอ้ายหาข้ออ้างจนออกจากโรงพยาบาลมาได้ จึงรีบไปที่บ้านล้อมลาน
หลังจากเหล่าทหารหนุ่มได้กินอาหารฝีมือแม่จ้าวแล้ว ต่างก็พูดจาชื่นชม จนแม่จ้าวยิ้มแทบไม่หุบกลับไปทำงานบ้านต่อด้วยความสุข
หลี่เสี่ยวอ้ายรีบเข้าไปในห้องด้านใน เมื่อเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งก็หยุดชะงักในทันที เธอไม่กล้าสบตากับพวกเขา จึงหันเหความสนใจไปที่ลี่หรง แล้วเรียกเธอเบา ๆ ว่า “พี่ลี่หรง”
“มาแล้วเหรอ? คุณยายโม่ล่ะ รู้เรื่องหรือยัง?”
หลี่เสี่ยวอ้ายส่ายหน้า “ฉันบอกว่าจะกลับบ้านไปเอาของ”
“ดี งั้นเราไปกันเถอะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายนำทางคนกลุ่มหนึ่งเดินไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
เธอรู้ว่าลี่หรงพาคนเหล่านี้มาช่วย เธอรู้สึกขอบคุณจนพูดไม่ออก น้ำตาแทบจะไหลออกมา เธอกล่าวว่า “พี่ลี่หรง พี่ช่างเป็นคนดีจริง ๆ”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลี่หรงได้รับบัตรคนดี
เธอหัวเราะ “ต้องดูด้วยว่ากับใคร ฉันไม่ได้ช่วยทุกคนหรอกนะ เธอทำงานที่นี่ เมื่อเธอมีปัญหาฉันจะนิ่งเฉยได้ยังไง”
หลี่เสี่ยวอ้ายรู้แต่ก็ยังรู้สึกว่าลี่หรงเป็นคนดี
ลี่หรงชี้ไปทางปี้ซิ่งสือที่อยู่ข้าง ๆ “นี่คือเพื่อนร่วมรบของพี่ชายฉัน คนที่ช่วยหาตัวคนช่วยครั้งนี้ ขอบคุณเขาเถอะ เรียกเขาว่า เอ่อ…” เธอไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เขาอายุน้อยกว่าลี่รุ่ยจื่อแค่หนึ่งหรือสองปี ถ้าจะเรียกพี่ ช่วงอายุต่างกันก็ค่อนข้างมาก ถ้าเรียกลุงก็ดูจะดูถูกเขาเกินไป
ปี้ซิ่งสือได้ยินว่าหลี่เสี่ยวอ้ายอายุสิบเจ็ดปี อายุน้อยกว่าเขาถึงสิบปี แต่จะให้เรียกเขาว่าลุง เขาก็ไม่เต็มใจนัก เขาเกาหัวตัวเองด้วยความรำคาญใจ “เรียกว่าพี่ซิ่งก็ได้ ทหารที่ฉันฝึกก็เรียกฉันแบบนี้”
หลี่เสี่ยวอ้ายเงยหน้าขึ้นมองเขา ในที่สุดก็ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างชัดเจน เขาตัวสูงและดูแข็งแรงเหมือนกับลี่รุ่ยจือ ผิวสีแทน ใบหน้าคม แต่ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าชู้ ทำให้เขาดูไม่โหดนัก แต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนคนดีอะไร
“พี่ซิ่ง” เรียกแค่นั้นหลี่เสี่ยวอ้ายก็เดินเข้าไปใกล้ลี่หรงแล้วกอดแขนของเธอไว้
จ้าวชิงซงก็ตามมาด้วย เมียของเขาจะไปมีเรื่องเขาต้องไปด้วยอยู่แล้ว แม้ว่าอาจไม่ได้ลงมือ แต่ก็ป้องกันไว้ก่อน
ทั้งสิบกว่าคนเดินออกจากตรอกหลัวกู่ ยังต้องเดินต่อไปอีกสักหน่อย
หลี่เสี่ยวอ้ายอาศัยอยู่ในบ้านธรรมดา ไม่ใช่บ้านล้อมลาน
“ถึงแล้วเหรอ?”
เมื่อมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หลี่เสี่ยวอ้ายก็หยุดเดิน เมื่อลี่หรงถามเธอก็พยักหน้า
แม่กุญแจที่ประตูนั้นเพิ่งเปลี่ยนใหม่ ลุงรองคนนี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง
“เคาะประตู” ลี่หรงบอกให้เสี่ยวอ้ายเคาะประตู
หลี่เสี่ยวอ้ายลังเล “ถ้าเขารู้ว่าเป็นฉัน เขาก็คงไม่เปิดประตูแน่”
“เคาะไปเถอะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินไปเคาะประตู
เธอเคาะไปหลายครั้ง
“ใครน่ะ?” ข้างในมีเสียงห้าว ๆ ดังออกมา
เสียงฝีเท้าดังมาจากไกล ๆ หลี่กวงเหลียงส่องดูผ่านรอยแตกตรงประตู เห็นว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนอยู่ เขาจึงพูดอย่างไม่ไว้หน้า “ใครน่ะ? มาผิดบ้านแล้ว!”
หลี่เสี่ยวอ้ายโกรธจนตบประตู “นี่บ้านฉัน เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
คนที่อยู่ข้างในเหมือนจะข่มขวัญหลี่เสี่ยวอ้าย ตอบกลับพร้อมตบประตูข้างในดังกว่าเดิมเสียงดังสนั่น และพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ไป ๆ! บ้านเบิ้นอะไร ฉันไม่รู้จักแก!”
“แก!”
ลี่หรงดึงหลี่เสี่ยวอ้ายออกมา แล้วถามเป็นครั้งสุดท้าย “จะไม่เปิดประตูใช่ไหม?”
หลี่กวงเหลียงได้ยินเสียงผู้หญิงแปลกหน้า จึงพยายามส่องดูผ่านประตูอีกครั้ง เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสวยคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่น่ากลัวอะไร เขาหัวเราะเสียงดังจากข้างใน “โอ้ ตามคนมาช่วยแล้วเหรอ? จะมีประโยชน์อะไร คนแบบนั้นแค่ชกครั้งเดียวก็ร้องไห้แล้ว”
ลี่หรงไม่คิดจะพูดมาก เธอจับมือหลี่เสี่ยวอ้ายถอยหลังแล้วส่งสายตาไปทางปิ้ซิ่งสือกับพวก
อีกฝ่ายเข้าใจ “ถีบเลย!”
ทันทีที่มีคำสั่ง ทหารใหม่คนหนึ่งก็เดินเข้าไปแล้วถีบประตู
แน่นอนว่าประตูไม่ได้เปิดออกด้วยการถีบเพียงครั้งเดียว แต่ถ้าถีบครั้งเดียวไม่ได้ ก็ถีบสองครั้ง…
“ปัง!”
ประตูที่เปิดสองข้างมีข้างหนึ่งล้มลงไปข้างใน
หลี่กวงเหลียงหลบแผ่นประตูที่ล้มลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ชี้ไปที่คนข้างนอกแล้วพูดว่า “แก! พวกแก ฉันจะไปแจ้งความ! ข้อหาทำลายทรัพย์สินของประชาชน!”
ลี่หรงหัวเราะเย็น ๆ “เชิญเลย”
เสียงเอะอะโวยวายดึงดูดผู้คนแถวนั้นให้หยุดดู แม้กระทั่งเพื่อนบ้านก็ออกมาจากบ้าน บางคนแกล้งทำเป็นกวาดลานแต่สายตาเหลือบมองมาที่นี่ พวกเขาทุกคนรอคอยที่จะดูความสนุก
หลี่กวงเหลียงเห็นชายร่างใหญ่อยู่ข้างหลังหลี่เสี่ยวอ้ายก็กลืนน้ำลายแล้วถอยกลับไปข้างในบ้าน เขาหันตะโกนกลับเข้าไปในบ้าน “เจ้าใหญ่ เจ้ารอง!”
ไม่ใช่ว่ามีแค่หลี่เสี่ยวอ้ายที่มีพวก เขาเองก็มีลูกชายอยู่ตั้งสองคน!
หลี่ต้าเผิงและหลี่ต้าอู่ที่กลับมาที่เมืองหลวง ยังไม่ได้ออกไปทำงาน สมาชิกทุกคนในครอบครัวอยู่บ้าน เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหลี่กวงเหลียงก็เดินออกมาจากบ้านอย่างไม่พอใจ
พอเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู โดยมีหัวโจกก็คือหลี่เสี่ยวอ้ายที่พวกเขาไล่ออกไปเมื่อสองวันก่อน สายตาก็แสดงความรังเกียจออกมาทันที
พวกเขาเดินไปที่ด้านหลังของหลี่กวงเหลียงแล้วเรียกว่า “พ่อ”
ผู้ชายในครอบครัวหลี่แต่ละคนมีรูปร่างที่แข็งแรงและสุขภาพดี ในวันที่อากาศหนาวเย็นทั้งสองคนใส่แค่เสื้อกล้าม คนหนึ่งมีรอยแผลเป็นที่คางอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าทำมาหากินอะไรแต่ดูแล้วค่อนข้างน่ากลัว
หลี่กวงเหลียงชี้ไปที่หลี่เสี่ยวอ้ายพลางด่าว่า “นังตัวซวย มันไปตามพวกมันมา!”
ชายที่มีแผลเป็นที่คางมองไปที่คนกลุ่มนั้น แล้วมองท่าทางของพวกเขา ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดา เขาล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ฝั่งตรงข้ามยังมีมากกว่าเดิมอีก เขาคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าพวกแกเป็นใคร แต่ว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัวพวกเรา ดังนั้นอย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่า”
“เสี่ยวอ้ายเป็นน้องสาวบุญธรรมของฉัน เรื่องของน้องสาว พี่สาวอย่างฉันจะไม่ยุ่งได้ยังไง ส่วนพวกคุณเนี่ยกล้ารังแกแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงกับคนแก่ได้เนี่ย ช่างหน้าด้านไร้ยางอายจริง ๆ”
“พี่ใหญ่ พี่จะไปเสียเวลากับพวกมันทำไม ที่นี่เป็นบ้านของพวกเรา ใครบุกเข้ามาพวกเราก็จัดการมันซะก็สิ้นเรื่อง!” หลี่ต้าอู่พูดด้วยความเกลียดชัง
ต้องบอกเลยว่าหลี่ต้าอู่เป็นคนห่ามจริง ๆ หลี่เสี่ยวอ้ายพาคนมาตั้งขนาดนี้เขากลับไม่กลัวแม้แต่น้อย
ลี่หรงไม่ได้คิดจะสู้กับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจับมือหลี่เสี่ยวอ้ายแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
“พวกแกจะทำอะไร!” หลี่กวงเหลียงพาลูกชายสองคนเดินขึ้นไปขวางลี่หรงและหลี่เสี่ยวอ้ายไว้
ลี่หรงตะโกนเรียก “พี่สามจับพวกมันไว้ ฉันจะเข้าไปข้างในกับเสี่ยวอ้าย”
ลี่รุ่ยจือและปี้ซิ่งสือสบตากัน คนหลังทำมือเป็นสัญญาณทหารใหม่ข้างหลังก็กรูเข้ามา แต่หลี่ต้าอู่ไม่กลัวกลับพุ่งเข้าต่อสู้เลย
หลี่กวงเหลียงอายุมากแล้วไม่กล้าสู้ จึงถูกทหารใหม่คนหนึ่งกดเอาไว้ไม่กล้าขยับ มองลูกชายทั้งสองสู้กับคนกลุ่มนั้น
ถึงแม้ว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นทหารใหม่ แต่ก็ต่างจากหลี่ต้าเผิงกับหลี่ต้าอู่ที่ฝึกมาแล้ว แต่คนเยอะกว่าก็สามารถจับกุมพวกเขาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กชายคนหนึ่ง หลี่เสี่ยวอ้ายบอกว่ายังมีป้าสะใภ้รองและหลานชายของเธออีก คาดว่าคงจะเป็นสองคนนี้